ถึงแม้จะรู้ว่า "การสูญเสีย" สิ่งที่รัก คนที่รัก หรือ สัตว์ที่รัก จะเป็นเรื่องธรรมดาของโลก
แต่เมื่อถึงเวลาแบบนั้นจริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาทำใจอีกหลายวัน หลายเดือน หรือหลายปี

การที่ต้องเป็นมนุษย์ปุถุชนที่อยู่บนโลก และไม่เคยจะภาวนาสักแค่ไหน
มันหลีกหนีความทุกข์ใจได้ยาก

..

เช้าวันนี้ (๘ กันยายน ๒๕๖๒) ขณะที่อยู่ในห้องน้ำ แม่ตะโกนบอกว่า "สามสีตายแล้ว"
ให้รีบออกมาดู เมื่อใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วจึงเดินไปดูสามสี สามสีนอนนิ่ง ไม่หลับตา
ตัวอ่อน ไม่หายใจ แม่บอกว่า มีน้ำตาไหลด้วย

ซึ่งแม่เองก็ดูจะเสียใจมาก เพราะให้อาหาร ดูแลมันทุกวัน ช่วงแรกจึงคิดว่า อาจถูกคนข้างบ้าน
ซึ่งไม่ชอบสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ตี หรือ วางยามัน

สิ่งที่คิดได้เร็วที่สุด คือ การพาร่างอันไร้วิญญาณของมันไปให้สัตวแพทย์ตรวจดู
และฝากแช่แข็งเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยพาไปที่หน่วยชันสูตรโรคสัตว์ ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเขามีบริการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงที่เดียวในเชียงใหม่

ไป ๓ คลินิค/๓ โรงพยาบาล ได้ที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พรุ่งนี้ต้องงดสอนเพื่อจัดการตั้งแต่เช้า

..

ในชีวิตสูญเสียสัตว์ที่เลี้ยงและดูแลไปหลายตัวแล้ว จนถึงตอนนี้
ก็คิดว่า ถ้าหมดอายุขัยของรุ่นนี้คงจะเลี้ยงอะไรอีก
ความทุกข์ใจจากการสูญเสีย ทำให้ชีวิตเศร้าหมอง
และก็รับรู้สัจธรรมของชีวิตเสมอว่า ไม่มีสิ่งใดที่คงอยู่ตลอดไป

หากยิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาผูกพันกับเรา ยามที่เขามีชีวิตอยู่
ควรทำดีต่อกันให้ดีที่สุด จะได้ไม่เสียใจมากยามเมื่อจากกัน

..

สามสีมันไปสบายแล้ว คิดว่า ไปอย่างฉับพลัน
ลับหลังแม่ไปแค่ ๑๐ นาทีเอง ก็จากไปแล้ว

แม่บอกมันว่า หมดความทรมานแล้ว อย่าเกิดมาเป็นแมวอีก ให้เกิดในที่ดี ๆ 
ถ้าทางพุทธนั้น ขอให้หมดกรรม ไม่ต้องเกิดอีก
ขอให้บรรลุนิพพาน ได้สร้างบุญกุศลต่อไปด้วยเถิด

เราคงมีเวรกรรมกันมาแค่นี้ ไปดีนะ สามสีเอ๋ย
จะจัดการสังขารของสามสีให้ดีที่สุด

บุญรักษา นะ ...

..