หากเราพูดถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต ซึ่งแต่ละคนมีจุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตที่แตกต่างกันเสมอ บางคนเปลี่ยนในทางที่ดี แต่บางคนก็เปลี่ยนในทางที่ไม่ดี จุดเปลี่ยนในชีวิตของดิฉัน กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ผ่านอะไรมาหลายอย่าง

ช่วงที่เรียน ม.1 เปิดเทอมวัันแรก เป็นวันที่ไปเรียนแบบงง ๆ ไม่รู้จักใครเลย ด้วยความที่เราเป็นคนพูดน้อยโลกส่วนตัวสูงและเข้ากับคนอื่นยาก จนมาวันหนึ่งได้เจออกับรุ่นพี่ที่เรียนด้วยกันตอนประถมซึ่งไม่ได้สนิทกันเลย พี่เขาก็ชวนเราไปอยู่หอกับเขา พี่เขาก็ชวนคุยพี่เขาถามคำเราก็ตอบคำ ชวนไปหาเพื่อนของเขา 

พี่เขาก็ชวนไปกินข้าวพี่เขาก็บอกว่ากินน้ำพริกไหม กินผักไหม บอกพี่เขาว่าไม่กิน ไม่ชอบ ด้วยความที่่เราอยู่บ้านเราไม่กิน ทุก ๆ ที่ไปกินข้าวด้วยกันก็จะมีเพื่อน ๆ ก็จะถามว่าไม่กินผักหรือผักหรอ พี่เขาก็ตอบว่าน้องเขาคงไม่กินอะไรแบบนี้หรอ ทำให้เรารุ้สึกว่าทำไมเรากินเหมือนเขาไม่ได้ลองก่อนไหม หลังจากนั้นเราก็ลองกินน้ำพริก ผักแปลกที่เราไม่เคยกิน กินจนชินจนเป็นความอร่อย 

วันหยุดเสาร์ อาทิตย์พี่เขาก็ชวนไปทำงานรับจ้างเราก็บอกพี่เขาว่าไม่ไป ทำไม่ได้ ปฏิเสธพี่เขาหลายครั้ง แต่เราก็เห็นว่าเด็กหอทุกคนเขาก็ไปทำกัน จนพี่เขาบอกจะไม่ลองไปทำหรอ จนมาวันหนึ่งก็ตัดสินใจไปทำกับพี่เขา ครั้งแรกกับการรับจ้างไปทำงานคือเหนื่อยมาก ปวดทั้งตัว บอกกับตัวเองจะไม่ไปทำอีกละ และพี่เขาก็ชวนไปทำงานตลอดชวนไปทำนุ่นทำนี่ตลอดไม่ว่าจะไปปลูกข้าว เกี่ยวข้าว จากที่ทำไม่ได้เริ่มทำได้ 

วันหนึงไปช่วยอาทำงานด้วยความที่ที่เราไม่ค่อยพูดเขาถามคำเราก็ตอบคำ และมีคนหนึ่งพูดว่าไม่พูดแบบนี้จะเรียนรู้เรื่องกับเขาไหม ไม่พูดแบบนี้จะมีเพื่อนไหม จะเจอคนพูดแบบนี้ตลอดเอ๋อหรืเปล่าไม่พูดไม่จา คำพูดนี้ทำให้คิดตลอดว่าเกี่่ยวด้วยหรอที่เราไม่พูดแล้วจะทำให้เรียนไม่รู้เรื่่อง ทำให้คิดเปลี่ยนแปลงตัวเองพยามตั้งใจเเรียน มีเพื่อนเข้าสังคมมากขึ้น

สิ่งที่เราได้ทำด้วยตัวเองและเห็นสิ่งที่คนรอบข้างทำเวลาผ่านก็ทำให้เราคิดได้ว่ากว่าที่เราจะได้อะไรสักอย่างหนึ่งมันไม่ได้ง่าย มันเหนี่อยมาก กว่าที่เราจะได้เงินสักบาทมันเหนื่อยขนาดนี้ จากนั้นเราก็กลับมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเองปรับตัวกับผู้อื่น การทำงานทำงานร่วมกับคนอื่น จากที่ไม่ค่อยทำงานก็ทำงานมากขึ้น จนทำให้เรามาถึงทุกวันนี้ สามารถเข้าคนอื่นได้เวลาไปไหน ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ก็ต้องขอบคุณพี่เขาที่ทำให้เรารู้จักทำงาน ทำอะไรด้วยตัวเอง