ถ้าพูดถึงจุดเปลี่ยนในชีวิต กว่าจะมาถึงได้ในวันนี้ ก็มีอยู่ด้วยกันหลายเรื่อง หลายเหตุการณ์ด้วยกัน แต่ที่ดิฉันจำได้ดี และ ไม่เคยลืม ทั้งยังเป็นบทเรียนในหลายเรื่องให้กับฉันด้วย ดิฉันจึงอยากให้ผู้ได้ลองอ่านเผื่อว่าเรื่องราวของดิฉันจะให้แง่คิดในการใช้ชีวิตไม่มากก็น้อย 

              ในตอนนั้นที่ฉันยังเด็ก กำลังเข้าศึกษาชั้นประถมศึกษาปีทีท 4 ซึ่งดิฉันได้ย้ายโรงเรียนมาอยู่ไกลบ้าน ในตอนนั้นดิฉันยังอ่อนภาษาไทย สื่อสารกับใครไม่ค่อยได้ ดิฉันชินกับการใช้ภาษาถิ่นจากที่บ้าน แล้วก็โรงเรียนเดิม นั่นส่งผลทำให้ดิฉันเรียนไม่ทันเพื่อน พอเรียนแล้วไม่เข้าใจ มันเลยทำให้ฉันละเลย ไม่สนใจที่จะเรียน ในตอนนั้นฉันมีเพื่อนที่เป็นคนกะเหรี่ยง ที่มาจากจังหวัดตาก เราจึงจับกลุ่มอยู่ด้วยกัน 4 คน พากันไม่สนใจเรียน เวลาเรียนมักจะหลับ ค่อนข้างจะแบ่งแยกได้อย่างชัดเจน ระหว่างเด็กในเมือง กับเด็กชาวเขาอย่างเรา ผลสอบออกมาเพื่อน ๆ และฉัน ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันคะแนนออกมารั้งท้าย ดิฉันสอบได้ที่ 22 ซึ่งอยากจะบอกว่าห้องป.4ของเรามีสมชิกทั้งหมด 24 คน 

              พอเวลาผ่านไป เหตุการณ์หลายอย่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเราก็สอนให้เราอยู่แบบเดิม ๆ  ไม่ได้อีกต่อไป ส่วนหนึ่งก็มาจากครูที่คอยอบรม สั่งสอนเรา คอยหาวิธีที่จะให้เราตั้งใจเรียน หามาบทลงโทษต่าง ทำทุกวิถีทางที่จะให้เราดีขึ้นได้ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ฉันคิดได้ เรื่องมันมีอยู่ว่าหลาย ๆ ครั้งที่เราได้ยินคำพุดที่ดูถูกเรา เรียกเราว่า  "ยาง" เป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกคนกะเหรี่ยงอีกชื่อหนึ่ง ซ่งไม่ค่อยสุภาพ คนกะเหรี่ยงเองก็ไม่ชอบให้เรียกด้วย เพราะเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติ และดูถูก 

             กว่าคนเราจะยอมพลิกชีวิต ปฏิบัติตัวใหม่ บางคนอาจใช้เหตุผลอยู่ไม่กี่อย่าง เรื่องราวที่ทำให้คิดได้ บ้างเกิดขึ้นง่ายดาย บางก็ยากที่จะทำให้คิดได้ มีหลายเรื่องที่เกิดขึ้น โดยที่เราไม่เคยใช้มาเป็นบทเรียนให้กับชีวิตเรา มีอยู่คำพูดหนึ่งจากเพื่อน ๆ ในห้องที่เรียนเก่ง ๆ ที่มักจะพูดว่า"ยางง่าว แปลว่า กะเหรี่ยงโง่ " ที่เขาพูดไม่ผิดอะไรเลย แต่คำพูดของเขาทำให้ดิฉันเปลี่ยนความคิด หันมาตั้งใจเรียน อยากจะพิสูจน์ให้เพื่อน ๆ เห็นว่าฉันก็ทำได้ เอาง่าย ๆ คืออยากให้เพื่อน ๆ ยอมรับในตัวฉัน

           ดิฉันจึงเปลี่ยนตัวเอง ปฏิบัติตัวใหม่ หันกลับมาตั้งใจเรียน พยายามเรื่อย ๆ มา จนปีที่ฉันจบป.6 จากที่เข้ามาเรียนได้ลำดับรั้งท้าย เปลี่ยนมาเป็นลำดับที่ 6 ของห้องสมาชิกให้ห้องยังเท่าเดิม ไม่ใช่ทั้งห้องมี 6 คนนะ อย่าพึ่งเข้าใจผิดล่ะ แต่ความพยายามไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น มันยิ่งจูงใจให้เราอยากทำให้ดีมากขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ ช่วงปิดเทอมดิฉันจึงเตรียมตัว ทำการบ้าน เพื่อที่จะสอบเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 1 จากเด็กที่เรียนไม่เก่ง วันนี้เขาสามารถสอบได้ห้อง 1 ห้องเดียวกับเพื่อน นับจากวันนั้นเป็นต้นมา เพื่อน ๆ (คนเมือง) ต่างก็ยอมรับ ให้เกียรติ และกลายเป็นเพื่อนแท้ของกันและกัน 

          อยากจะให้ลองเปลี่ยนเรื่อง ๆ ไม่ดีที่เกิดขึ้น พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส มองอีกในแง่มุมหนึ่งที่จะเสริมสร้างให้เราในทางที่ดี ไม่จำเป็น และไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่เราจะนำเรื่องเหล่านั้นมาทำร้ายชีวิตเรา เราเลือกสรรสิ่งที่จะเข้ามาให้กับชีวิตเราได้ ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ คนอื่น ๆ ทำได้ เราก็ทำได้เช่นกัน