พี่น้องด้วยกัน ถ้าไม่รักกันแล้วใครจะมารักเรา

หากให้พูดถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต อยากบอกว่าครั้งนี้ขอมาเล่าเรื่องราวของน้องชายกับตัวเอง เชื่อว่าทุกคนเคยเป็นคู่กัดของกันและกันระหว่างพี่น้องที่อายุไล่เลี่ยกัน

      เริ่มตั้งแต่เด็ก ๆ เรากับน้องชายเป็นอะไรที่อยู่ด้วยกันแล้วต้องทะเลาะกันตลอด เวลาแม่ให้ใช้ทำอะไรจะเถียงกันตลอด ชอบเถียงกันว่าทำไมไม่ให้คนนั้นทำ คนนี้ทำบ้าง ทำไมต้องใช้แต่เรา คือถือแม้จะเป็นพี่ใช้ว่าต้องยอมน้องตลอด เนื่องด้วยอายุห่างกันแค่ 2 ปี ทำให้คำว่าพี่น้อง จะได้ไม่ใช้ระหว่างเรากับน้อง ส่วนใหญ่เหมือนเพื่อนหรือคู่อริกันมากกว่า

       มีเหตุการณ์หนึ่งที่จำไม่ลืมคือ วันนั้นที่บ้านมาม่าเหลือซองเดียว ด้วยที่ว่าอยู่ดอย การซื้อหากินยาก ทำให้วันนั้นเรากับน้องแย่งมาม่าซองเดียวกัน ทะเลาะกัน แม่ห้ามและให้แบ่งกันแต่ไม่ยอมทั้งสองคน ทำให้พ่อกลับมาจากทำงานเจอเหตุการณ์นั้นพอดี และอีกสองวันต่อมาพ่อลงไปในเมืองและซื้อมาม่ามาหนึ่งกล่อง แล้วต้มใส่หม้อใหญ่ ใส่ทั้งหมดที่พ่อซื้อมา พวกเราสองคนดีใจกันมาก ที่จะได้กินมาม่าเยอะขนาดนี้ อีกทั้งพ่อยังพูดอีกว่ากินให้หมดนะทั้งสองคน โดยหารู้ไม่ว่าพ่อซื้อมาต้มประชดให้เรากิน555

      พอโตขึ้นมาในระดับมัธยมตอนต้น ทุกคนอาจคิดว่าโตขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องทะเลาะกันอีก ตัดประเด็นนั้นออกเลย พอมีน้องชายอีกคนทำให้เราสองคนทะเลาะกันหนักกว่าเดิม จากที่ต้องรัก สามัคคีกันมากขึ้น แต่เราสองกลับเถียงกันด้วยว่าใครจะเป็นคนดูแลน้อง ด้วยที่ว่ายังห่วงเล่น ทำให้เสาร์ อาทิตย์ ที่ต้องเป็นวันหยุด แต่กลับต้องมาเลี้ยงน้องแทน                                           

                                            น้องคนเล็กสุด ปัจจุบันอายุได้ 8 ปี       

     ในช่วงชีวิตประจำวันของเรา การเดินทางไปโรงเรียนในช่วงเช้าเป็นอะไรที่ไม่อยากไปที่สุด อย่างแรกคือต้องรอน้องชาย ที่ทำอะไรช้ามาก ความเนียบต้องยกให้น้อง สิ่งที่สองคือ เราต้องเป็นคนขี่รถจักรยานยานต์ให้น้อง ไม่ว่าจะฤดูไหนเราจะเป็นผู้ขี่ตลอด และสิ่งที่สามคือเวลาเลิกเรียนกลับโดนน้องบ่นทุกวัน ที่ทำให้น้องรอเพราะตัวเราติดกิจกรรมของโรงเรียนที่ครูนัด

     มีวันหนึ่งที่หนึ่งที่ต้องกลับบ้าน ปกติที่ต้องเถียงกับน้องทุกวัน แต่วันนี้เหนื่อยจากการเข้าเรียนรด.ทำให้ตัวเราขี้เกียจเถียงกับน้อง พอเราไม่เถียงกลับเหมือนเรากวนใส่น้อง ยิ่งทำให้น้องอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม จำได้ว่าน้องบ่นคนเดียวตลอดทาง ทำให้รู้ว่าการจะเอาชนะน้องได้นั้นคือการเงียบใส่ไม่ต้องตอบโต้ให้เสียงแรง (มีความสะใจมาก ๆ)        

      เวลาอยู่โรงเรียนคือทั้งเรากับน้องจะทำเป็นไม่รู้จักกัน เวลาเดินเรียนเปลี่ยนห้องหากเจอหน้ากัน ต่างคนต่างทำเป็นไม่เห็น และเพื่อนของน้องและของเราเองส่วนน้อยมากที่จะรู้ว่าเราสองคนเป็นพี่น้องกัน เพราะส่วนใหญ่นอกจากเพื่อนที่มาบ้านถึงจะรู้ว่าเรามีน้องที่เรียนที่เดียวกับเรา ก็เหมือนน้องชายถ้าหากเพื่อนน้องไม่มาบ้านจะไม่รู้ว่าเราเป็นพี่สาวของน้องเลย  พูดง่าย ๆ คือหากอยู่ที่โรงเรียนถ้าไม่จำเป็นที่ต้องพูดคุยกันจะไม่แม้แต่จะเข้าไปทักหากัน ต้องมีเรื่องจำเป็นเท่านั้น

      พอน้องชายอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 3 ใกล้จะจบมัธยมตอนต้น แม้แต่วันปัจฉิมเรายังไม่ไปร่วมเหมือนกับตอนเราจบม. 3 น้องก็ไม่มาร่วม ร่วมรู้แค่ว่าจบม. 3 แล้วแค่นั้น  

                                                    ช่วงมัธยมตอนต้น

     ในส่วนของโรงเรียนเรายังเรียนที่เดิม ส่วนน้องชายเราเลือกเรียนสายอาชีพ โดยได้ทุนไปเรียนที่เทคนิคดุสิต เป็นโครงการของจังหวัดที่เลือกเอาเพียง 20 คนในการให้ไปศึกษาต่อที่กรุงเทพ ช่วงนั้นดีใจมากต่างคนจะได้ไม่เจอหน้ากัน       

      แต่พอเวลาผ่านไป ในหนึ่งปีน้องได้กลับมาแค่ครั้งเดียว หรือไม่ได้กลับมาเลย จากที่ว่าไม่่ชอบหน้ากัน พอกลับมาเจอกันก็ทักพูดคุยกันเหมือนไม่เคยทะเลาะกันเหมือนแต่ก่อน จากที่ไม่พูดคุยกัน ก็ทักหากันในFacebook โทรคุยกันมากขึ้น ทำให้รู้สึกคิดถึงกัน ความโหยหาระหว่างกัน ทำให้ทุกวันนี้ใช้คำเรียกให้แก่กัน คือคำว่า พี่ กับ น้อง ที่ไม่เคยได้ใช้เรียกกัน ก็ได้ใช้เรียกกันเมื่อห่างไกลกัน       

     คำว่าพี่น้องคงเป็นจุดเปลี่ยนของเราทั้งสองคนและสอนเราในหลาย ๆ เรื่อง และระยะเวลาคงไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าหากวันนั้นน้องชายเราไม่ตัดสินใจไปเรียนที่กรุงเทพแทนที่จะเรียนที่เดียวกับเรา เพราะเชื่อว่าถ้าเรียนที่เดียวกันเราสองคนพี่น้องคงจะยังไม่ได้ใช้คำว่า พี่กับน้อง

                                                ปัจจุบันน้องชายโตเป็นหนุ่มแล้ว^^ 

ปล.แม้ช่วงที่ไม่ชอบหน้ากันหนักแค่ไหน แต่ถ้าเรื่องทำผิดจะช่วยกันปิดไม่ให้พ่อแม่รู้^^ 

                                                     สามพี่น้อง

#ปัจจุบันรักกันดี ไม่มีเรื่องให้ทะเลาะกันแล้ว

#คุยกันมากขึ้น แม้บางครั้งยังเถียงกัน

#ช่วยเหลือซื่งกันและกัน

===================================================================