ถ้าฉันไม่เคยเลิกกับเธอ ชีวิตคงไม่ดีอย่างนี้

    ถ้าพูดถึงเรื่องเล่าแล้ว เรื่องที่เราอยากเล่าก็คงเป็นเรื่องที่ทำให้เราประทับใจที่สุด เรื่องที่ทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงหรืออาจเป็นเรื่องที่เราเจ็บปวดและเก็บมาเป็นบทเรียนมากที่สุด เราอยากเล่าเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในช่วงหนึ่งของชีวิตเรา เราไม่แน่ใจว่าเรื่องที่จะเล่าจะเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากไหมหรืออาจเป็นเรื่องที่ไร้สาระสำหรับคนบางกลุ่มแต่สำหรับตัวเราเองแล้วเรื่องนี้ทำให้เราเป็นเราใน The best version มากขึ้น เรื่องที่จะเล่าคือเรื่องรางการมีความรักในวัย 19 ปี

    ในความรักครั้งนั้นเราไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดขึ้นจากอะไร ความที่เราเหงา ความที่เขาเป็นคนดูดี ความที่เราไม่มีใคร หรืออะไรก็ตามเราคุยกันไม่นานมากนักก่อนที่จะตกลงเป็นแฟนกัน เราก็ใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไปมีเวลาก็จะไปเที่ยวหรือกินข้าวด้วยกันแต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เจอกันเพราะวัยเขาและเราค่อนข้างต่างกันเขาทำงานเราเรียนจะเน้นที่การโทรคุยกันแชทกันมากกว่า เราคิดว่าในความรักมันไม่มีอะไรซับซ้อนคิดว่าทุกอย่างจะง่ายหมด แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลยเรากลายเป็นคนที่รู้สึกมากขึ้น ให้เขามีผลต่อชีวิตเรามากขึ้นเราและเขาอยู่ไกลกันทั้งจังหวัดและสังคมเขาก็เป็นอีกแบบที่ตอนนั้นเรายังไม่ค่อยเข้าใจ เขาเที่ยวกลางคืนมาก ๆ เหตุผลที่ได้ตอนนั้นคือ”พี่ทำงานเหนื่อย” 

     ช่วงแรก ๆ เราก็ปล่อยไปรับได้บ้าง แต่หลัง ๆ มาเรากลายเป็นที่ตามโทรจิก ต้องกังวลตลอดว่าเขาอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร เราแทบคาดเดาไม่ได้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหน เรื่องราวดำเนินไปแบบนั้นประมาณ 2 ปี เป็นสองปีที่เราเป็นฝ่ายตามเขาตลอด จนวันหนึ่งมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นแล้วทำให้เราเสียใจมาก เราร้องไห้ฟูมฟาย ร้องแบบขาดสติในขณะที่เราร้องไห้มันมีแวบหนึ่งที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า” เฮ้ยมันต้องขนาดนี้เลยหรอว่ะ เกินไปไหมอ่ะ ชีวิตเราจะมีแค่นั้นหรอ “ พอคิดแบบนี้คือหยุด หยุดร้องไห้หยุดทุกอย่างและหาเหตุผลให้ตัวเองโดยที่ไม่ไปปรึกษาใครเลย 

    เพราะรู้ดีว่าเรื่องของคนอื่นเราจะใช้สมอง แต่ถ้าเป็นเรื่องของตัวเองเราจะใช้ใจ หากเราไปปรึกษาเพื่อนตอนนั้นเขาก็คงมีวิธีหลายวิธีแหละที่จะแนะนำ แต่เราไม่เลือกทำแบบนั้นเราหาเหตุผลเอง เรากลับมาทบทวนดูแล้วก่อนหน้าที่เราจะคบกันเป็นแฟน เขาก็คนแบบนี้อยู่แล้ว เขาใช้ชีวิตแบบนี้อยู่แล้ว แล้วหลังจากที่คบกันเราจะมาบอกว่าเราเหนื่อยที่ต้องตาม เหนื่อยที่ต้องกังวลมันถูกต้องแล้วหรอ และกลับมาดูตัวเองว่าเห้ยมันใช่หรอการที่ต้องวิ่งตามคนอื่นที่ตัวตนเราหรอ คนผิดคือเราด้วยซ้ำเราอยากได้คนแบบไหนเป็นแฟน ทำไมไม่หาคนแบบนั้นตั้งแต่แรก 

    อาจเพราะตอนนั้นความคิดยังเด็กคิดว่าถ้ารักกันมากพอก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่มันไม่ใช่เลยนะความรักที่ดีต้องเป็นรักที่ทั้งสองคนยังเป็นตัวของตัวเองและยอมรับซึ่งกันและกัน ในช่วงนั้นเราก็มีเหตุผลของเรามากพอบวกกับตอนนั้นก็ยังเสียใจ ช่วงนั้นทั้งสมองและหัวใจตีกันหนักมาก แต่โชคดีหน่อยที่ใช้เวลาไม่นานเราก็ออกจากตรงนั้นได้สมองของเราเป็นฝ่ายชนะ 

   แล้วมีผลให้ทัศนคติในการใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปมากขึ้น เราอยู่กับความเป็นจริงมากขึ้นแล้วมองเห็นกว้างขึ้นขีวิตเราไม่ได้ขาดความรักเลย เรามีครอบครัว เรามีเพื่อน เรามีคนที่รักเราเสมอ เราไม่เคยโทษเวลาสองปีนั้นเลยว่ามันเสียเวลาชีวิต เสียสุขภาพจิต เราต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่ทำให้เรากลายเป็นเราจริง ๆ ในวันนี้ทุกวันนี้เรามีความสุขกับชีวิตมาก เราไม่ต้องตามใคร เราได้ใช้ชีวิตของเราและมีคนที่รักเราคอยซัพพอร์ตเราในทุกอย่างทั้งทางด้านจิตใจ ความรู้สึกและการดำเนินชีวิต 

    การที่เราเคยเสียใจกับคนคนหนึ่งไม่ใช่ว่าจะไม่สมหวังกับคนอีกคนเสมอไป หรือบางครั้งเราอาจเสียใจกับคนที่เราคิดว่าดีกับเรามาแล้วก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่เจอกับคนที่ดีกว่าอีก ทุกอย่างไม่แน่นอนอย่าจมปลัก วันที่เราผิดหวังจากความรัก เราอาจเจ็บปวดจนแทบเดินไม่ไหว แต่สุดท้ายเราขอบคุณเขาที่ทำให้เราเป็นคนเข้มแข็งในวันนี้ เราเคยพาตัวเองไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ดีมาก่อน มันทำให้รู้เลยว่าแย่ บั่นทอนจิตใจเราหมดพลังงานชีวิตถึงแม้ในตอนนั้นเราจะพยายามแค่ไหนก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นตอนนั้นมันเหนื่อยมากจริง ๆ ตอนนี้เลยบอกกับตัวเองว่าถ้าจะต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง จะไม่พาตัวเองไปเจอกับอะไรแบบนั้นอีกเด็ดขาด อีกอย่างคือ ความรักจะมาในเวลาที่เหมาะสมกับคนที่เหมาะสมด้วยวิธีที่เหมาะสมและเมื่อทุกอย่างมาพร้อมกันอะไรมันก็จะง่าย 

   อย่ารีบไปรักใครเพียงแค่สถานการณ์บีบให้เราเหงา และสุดท้ายวันหนึ่งที่เราเจอคนที่ดี เราจะรู้เองว่าเราไม่ต้องอดทนอะไรเลยเพราะเขาจะทำให้เราสบายใจที่สุด