ศาสตร์พระราชา..ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมากล้นเพียงพอ ที่พสกนิกรจะใคร่ครวญสักนิด ถึงความพอประมาณ ใช้เหตุใช้ผล และสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง

        คงไม่ต้องอธิบายในรายละเอียด เพราะเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปแล้ว แต่เชื่อว่ายังมีประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ ยังซาบซึ้งในพระอัจฉริยภาพของพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙

    น้อมนำแนวทางที่ทรงพระราชดำริ เพื่อ”ตามรอยพ่อ” สานต่อที่พ่อทำแบบพึ่งพาตนเอง ประกอบอาชีพการงานด้วยความขยันหมั่นเพียรและอดทน

        ศาสตร์พระราชา..ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมากล้นเพียงพอ ที่พสกนิกรจะใคร่ครวญสักนิด ถึงความพอประมาณ ใช้เหตุใช้ผล และสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง

        ในขณะเดียวกันก็ต้องหมั่นศึกษาเรียนรู้ เคียงคู่คุณธรรม เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ไปติดกับดักหรือหลงไปกับสิ่งฟุ้งเฟ้อ อันเป็นเครื่องบำรุงบำเรอใจให้ตกต่ำ

        พ่อหลวง..ทรงสอนให้ประหยัด แต่มิใช่ให้อยู่เฉยจนไม่ใช้จ่ายอะไรเลย เพียงแต่ต้องตระหนักถึงบริบท..ภูมิสังคม..ทำกิจกรรมที่เหมาะสม อาจจะดูไม่หรูหราก็ไม่เป็นไร

        ผมปลูกพริก ปลูกข้าวโพด..พริก ออกดอกและมีผลดก ข้าวโพด ต้นใหญ่โตเร็ว ผู้ปกครองเริ่มชื่นชม เข้ามาถามหาพันธุ์และพูดคุยกันถึงวิธีการปลูก ผมก็บอกว่าใส่ปุ๋ย

        ปุ๋ยของผมทำง่ายๆให้ฟรีและมีแจกทุกวัน แค่ผมไม่ต้องซื้อก็ลดต้นทุนผลผลิตไปได้อย่างน่าพอใจ ช่วยให้พืชผักของโรงเรียนปลอดสารเคมีอย่างแน่นอน

        ผมนำเศษผักกาดผสมกับเปลือกสับปะรด ใส่น้ำลงไปแล้วตามด้วยน้ำผสมด้วยสาร พด.๒ สุดท้ายก็ใส่กากน้ำตาล คนให้เข้ากัน ปิดฝาแล้วทิ้งไว้ ๑๐ วัน

        ผมนำมารดผักและรดต้นพริกเป็นประจำ ทำให้เกิดผลดีอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ส่วนข้าวโพดในช่วงนี้ ผมใช้สารเร่งดอกที่เป็นฮอร์โมนนมที่ผมทำขึ้นเอง

        นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต ก็เหมือนเป็นแปลงทดลอง จำลองจากเรื่องราวใหญ่ๆที่มีคุณค่า มาให้เป็นตัวอย่างให้นักเรียนสัมผัสเรียนรู้และใกล้ชิดทุกวัน..

        ผมทำเรื่องเล็กๆ ที่ไม่สร้างปัญหา เสมือนเป็นวิชาที่ศึกษาด้วยตนเอง สามารถนำไปใช้ต่อยอด เพื่อบูรณาการสู่การเรียนการสอน และสะท้อนไปถึงชุมชนท้องถิ่นได้

        นี่คือ..ส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่า..พระราชาได้ยื่นเบ็ดให้เรา ได้รู้ซึ้งถึงค่าของเวลา ของการใช้ความเพียร ที่ต้องใช้ความอดทนและเสียสละ ต้องไม่ย่อท้อต้องสิ่งที่ดีงาม

        ในยามนี้ที่ครูต้องรู้แจ้งเห็นจริงเสียที..ใช้บทเรียนจากคำพ่อสอน ถอดบทเรียนให้เป็นวิธีการปฏิบัติ จัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นความรู้ความจำให้น้อยที่สุด..

        ทำความเข้าใจ Active Learning โดยที่ไม่ต้องรอนโยบายสั่งการ เพราะเป็นการทำงานของครูและนักเรียน ที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกัน

        ฝึกฝนให้นักเรียนวิเคราะห์และสังเกต ค้นคว้าและทดลอง ฝึกปฏิบัติกิจกรรมทำงานนอกห้องเรียน แล้วนำเสนอผลงาน ตลอดจนทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

        นักเรียนจะได้ทั้งความรู้ความคิดและจินตนาการ อาจก้าวไปสู่การสร้างงานที่เป็นพื้นฐานไปสู่งานอาชีพในอนาคต

        คงใกล้หมดยุคเด็กรุ่นเก่าที่จากไป ให้เด็กรุ่นใหม่ก้าวเข้ามา เขาจะรู้วิธีหาปลาได้ด้วยตนเอง อันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำพาชาติสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๕  สิงหาคม  ๒๕๖๒