ชีวิตที่พอเพียง 3505. วันชุลมุนเพื่อนชุมพร


ที่จริงเป็นวันนัดชุมนุม    แต่มันชุลมุน

“ผู้กองอารักษ์” (รอ. อารักษ์ อนุมาศ) เพื่อนสมัยเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียน ชุมพรศรียาภัย” นัดเพื่อนๆ ไปกินข้าวที่สำนักงานบ่อทราย อำเภอไทรน้อย เที่ยงวันเสาร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒   ผู้ทำหน้าที่นัดคือสมบูรณ์ ทองสกุล (๗๙)  

ก่อนวันนัด ๑ สัปดาห์ สมบูรณ์โทรศัพท์มาบอกให้ผมไปขึ้นรถของธรรมนูญ อินทรโยธา (๗๙) ที่สำนักงาน Wash Café Car Wash ใกล้ มสธ.   เพราะธรรมนูญมีรถใหม่ราคาแพงนั่งสบาย    ผมไปขึ้นรถที่นั่นแล้วจะไปรับสมบูณ์ที่บ้าน    สมบูรณ์ร่างกายอ่อนแอเพราะเป็นโรคทางสมอง ทำให้ขาอ่อนแรง เดินไม่ถนัด    ๑ วันก่อนวันนัด ธรรมนูญโทรศัพท์มายืนยันการนัด  เวลา ๑๐.๐๐ น.    และบอกวิธีเข้าซอยไปยังสำนักงาน    ที่ผมเคยไปสองครั้งเมื่อสองสามปีมาแล้ว จำไม่แม่น  

วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ผมไปถึง Wash Café ก่อนเวลา ๕ นาที    พบว่ารถของลูกชายธรรมนูญ ที่เขาเอามาขับวันนี้เป็นรถ Porche SUV คันหรู    เราออกเดินทางทันที    ไปที่บ้านสมบูรณ์ แถวงามวงศ์วาน    รับสมบูรณ์กับมงคล พรรณโชคดี (๘๑)    สมบูรณ์บอกว่าให้ไปรวมพลกันที่บ้านของบรรจง วิมลทรัพย์ (๘๒) ที่บางใหญ่ซิตี้    บรรจงจะพาไปทางลัด ไม่ต้องออกไปถนนใหญ่ ที่รถมาก

เมื่อไปถึงบางใหญ่ซิตี้เวลายังไม่ถึง ๑๑ น. ความชุลมุนก็เริ่มขึ้น    กว่าจะโทรศัพท์ถามทางไปยังจุดนัดและพบกับบรรจง และรถคันอื่นอีก ๒ คัน    เวลาก็เกือบเที่ยง และออกเดินทาง    แต่อนิจจา ออกไปหน่อยเดียวรถคันนำก็นำลิ่ว คันที่ผมนั่งตามไม่ทันและหลงทาง    แค่ฟังมงคลพูดโทรศัพท์โวยวายกับบรรจงตลอดทาง ผมก็เหนื่อยแล้ว    บอกตัวเองว่า นี่คือบรรยากาศคนแก่คุยกัน    คือหลงๆ เลอะๆ สลับอยู่เป็นระยะๆ

ในที่สุดบรรจงก็เสนอให้ไปพบกันที่ที่ว่าการอำเภอไทรน้อย    ผมใช้ Google Map บอกทาง    แต่ผมลงปลายทางผิด ว่าเป็นอำเภอไทรน้อย  ไม่ ใช่ที่ว่าการอำเภอ    จึงหลงไปคนละทาง ต้องตั้งปลายทางใหม่    ไปพบกันที่อำเภอ    แล้วรถคันแรกที่ขับโดยสุมิตร ตยาคีพิสุทธิ์ (๗๖) นำทางโดยบรรจง ก็ออกนำทาง    วนเวียนอยู่สองรอบ บรรจงก็สารภาพกับเพื่อนๆว่า “กูไปไม่ถูก”    ต้องให้คนของผู้กองอารักษ์มานำ   

แล้วรถคันที่ผมนั่งก็คลาดกันกับขบวนอีก    เราตกลงกันว่าไปถามที่สถานีตำรวจดีกว่า    กว่าจะเข้าซอยสถานีตำรวจก็วนหาอยู่สองรอบ    ได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศของสถานีตำรวจในวันหยุด    ที่มีงานยุ่งทีเดียว    แต่นายตำรวจก็ออกมาเขียนแผนที่บอกทางให้เรา    แต่ในที่สุดคนของผู้กองอารักษ์ ก็ขี่มอเตอร์ไซคล์มานำทาง     ไปถึงสถานที่จัดเลี้ยงบริเวณบ่อดิน เวลา ๑๔ น.    แปลกที่ไม่มีคนบ่นหิวเลย

ผมกลับมาค้นที่บ้าน ด้วยคำว่า “บ่อทรายผู้กอง ต. ไทรน้อย”   พบสถานที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ่อทรายไทรน้อย    และใช้นำทางไปที่นั่นได้ ใช้เวลาจากบ้านผมไปเพียง ๓๒ นาที   

รถคันที่ผมนั่งไปถึงเป็นคันสุดท้าย    สถานที่ต้อนรับเป็นอาคารใหญ่ชั้นเดียว     ลักษณะคล้ายเป็นสำนักงาน    ส่วนที่ใช้เป็นที่ต้อนรับพวกเราเป็นห้องติดแอร์อย่างดี     มีโต๊ะไม้แบบเอาไม้ทั้งต้นมาเลื่อยเป็นไม้กระดานขนาดใหญ่และหนามาก  ยาวตัวละประมาณสามเมตร สองตัว    วางอาหารเต็ม    ที่จำได้มีขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ และแกงหลากชนิด     ปลาทูต้มหวาน (เป็นปลาทูตัวโต ที่มาจากอินโดนีเซีย ต่างจากปลาทูอ่าวไทยที่ตัวเล็กและมันกว่า)     ปลาอินทรีย์แดดเดียว    ไก่ย่าง    ต้มข่ากุ้งสดตัวโต     และอื่นๆ อีกมาก     เสียดายที่ผมลืมถ่ายรูปไว้     พลาดได้รูปโต๊ะไม้และอาหารนานาชนิด    และแต่ละชนิดมากด้วยปริมาณ    เพื่อนที่ไป ๑๒ คน กินหมดไม่ถึงครึ่ง              

ตบท้ายด้วยของหวาน ซึ่งมี ๒ อย่าง คือถั่วดำต้มน้ำตาล  กับไอศกรีม    เขาให้เลือกกินอย่างใดอย่างหนึ่ง     แต่ผมได้กินทั้งสองอย่าง     

คราวนี้มีคนใหม่เพิ่มมาอีก ๑ คน คือบุญพา ยลัญสัจจา (๘๑) เด็กท่ายางบ้านเดียวกันกับผม และบ้านอยู่ห่างกันเพียงครึ่งกิโล    ที่จริงบุญพาเรียนก่อนผม ๑ ปี  แล้วสอบตกมาอยู่รุ่นเดียวกัน    สมัยก่อนการสอบตกเป็นเรื่องธรรมดา   

นิยม (๘๒) บอกว่า ที่ไปร่วมเพราะอยากพบผม    เขาเป็นโรคกรดไหลย้อน มาหลายปี    หมอให้ยาสารพัดชนิด    และเขาซื้อน้ำมันกัญชาจากร้านข้างโรงพยาบาลศิริราชมาหยดใต้ลิ้นด้วย (ขวดเล็กๆ ราคา ๗๕๐ บาท)    หลังจากไปฟังการบรรยายเรื่องสรรพคุณของกัญชาที่ศิริราช    ผมถามอาการ    ได้ความว่าเป็นตอนกลางคืน มีอาการนอนไม่หลับ   รู้สึกแน่นท้อง ดันขึ้นมาที่หน้าอก    เขายังคิดว่าผมเป็นหมอ    ผมบอกเขาว่า  ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้    แต่ฟังแล้วขอแนะนำให้หยุดยาทั้งหมด    ใช้เฉพาะน้ำมันกัญชา หยดใต้ลิ้น ๓ หยด ครึ่งชั่วโมงก่อนนอน    รวมทั้งให้ออกกำลังกายมากขึ้น    เขาบอกว่า ที่ผ่านมาเขาหยดน้ำมันกัญชาหยดเดียว รู้สึกเมา และปากแห้ง    จะลองไปทำตามที่ผมแนะนำ  

เพื่อนอีกคนหนึ่ง ประชุม ใจสมคม (๘๐) เป็นโรค ออโตอิมมูน   รักษาอยู่กับ รศ. นพ. ป่วน สุทธิพินิจธรรม    มีปื้นขึ้นที่ผิวหนัง ต้องกินยากดภูมิคุ้มกัน    (พล. อ.ท.) จำลอง เกษสยม (๗๘) สุขภาพดีพอสมควรหลังการผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจ (ค่ารักษา ๑ ล้านบาท แต่เบิกได้ทั้งหมด)     แต่เสียงแหบ พูดได้ยินยากมาก    เจ้าภาพ (รอ.) อาลักษณ์ อนุมาศ เอาแผ่นตรวจทางรังสี ของโรงพยาบาลเจ้าพระยา มาให้ดู ซึ่งผมดูไม่เป็น    เขาบอกว่าหมอที่ผ่าตัดทำบายพาสหลอดเลือดหัวใจให้ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาชื่อ หมอประมุข มุทิรางกูร   อาจารย์ที่โรงพยาบาลศิริราช    และเมื่อเขาบอกหมอประมุขว่าเป็นเพื่อนกับหมอวิจารณ์    อ. หมอประมุขก็บอกว่า เป็น “ลูกศิษย์อาจารย์วิจารณ์”    แบบเดียวกับที่ อ. หมอป่วนบอกประชุม   

อาลักษณ์เล่าว่า ในปีน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. ๒๕๕๔ คนงานพม่ากลับบ้านหมด     เขาตามไปเยี่ยม    จึงได้ลู่ทางทำธุรกิจที่พม่าเพิ่มขึ้นอีก    เขาไม่ได้เล่าต่อว่าทำธุรกิจอะไรบ้าง     แต่ผมเดาว่า อาจเกี่ยวกับไม้ และการประมง     เพราะมีอาหารทะเลหลายอย่างให้เรากินและฝากกลับบ้าน    เขาบอกผมแบบเจาะจงตัวว่า มีพระพุทธรูปให้ ๑ องค์    และมีปลาเค็ม และแกงสารพัดชนิดใส่กล่องให้ครบคน ให้เลือกเอาตามใจชอบ    นอกนั้นยังมีมะพร้าวอ่อน  มะนาว และเมื่อผมไม่เอาปลาเค็ม (แสลงโรคความดันโลหิตสูง) เขาก็บอกเจ้าหน้าที่เอาปลาอินทรีย์สดๆ แช่แข็ง ตัวยาวกว่าครึ่งเมตรมาให้    

อาลักษณ์บอกว่า เขามีแปลงเกษตรอินทรีย์อยู่ใกล้ๆ ไปชมกันได้    แต่เวลาล่วงเลยไปกว่า ๑๖ น. แล้ว     ทุกคนอยากกลับบ้าน    และต้องไปส่งหลายที่    เราจึงร่ำลา     ผมใช้ Google Map นำทางกลับ    เพื่อนๆ ที่นั่งรถคันเดียวกันบอกว่า ใช้ไม่เป็น   

คุยกับเพื่อนๆ แล้ว ผมคิดว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม    ต้องการเป็นบุคคลสำคัญ     วิธีหนึ่งคืออ้างอิงถึงความสัมพันธ์กับคนที่เป็นที่รู้จัก    เพื่อนจะใช้ชื่อผมเป็นที่อ้างอิงด้วยความภูมิใจ    ทำให้ผมคิดว่า ตนเองได้ทำประโยชน์ทางอ้อมแก่เพื่อนๆ โดยไม่คาดคิด      

สำหรับผม เหตุการณ์วันนี้เป็นมรณานุสติ    เพื่อนบางคนที่เคยเป็นเจ้าประจำในงานสังสรรค์ ก็ไปสวรรค์แล้ว  เช่น ชวลิต พันธุมสุต

 ผมเล่าเรื่องไปกินข้าวที่บ่อทรายไทรน้อย เมื่อ ๑๒ ปีที่แล้ว ที่ (๑) 

วิจารณ์ พานิช

๑๔ ก.ค. ๖๒


1 จากซ้ายไปขวา มงคล, อาลักษณ์, จำลอง, คุณหนึ่งเจ้าหน้าที่ของอาลักษณ์, สุมิตร, สมบูรณ์, ธรรมนูญ

2 ก่อนกลับ เลือกของฝากเอากลับบ้าน

3 อาคารที่เราไปกินเลี้ยง ถ่ายจากรถตอนกลับ

4 บ่อทรายกลายเป็นทะเลสาบ

5 พระพุทธรูปพม่า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

น่าสนุกนะคะอาจารย์ การพบเพื่อนเมื่อไหร่ ความเป็นเด็กจะกลับมาทุกครั้ง เพื่อนอ้างอิงถึงอาจารย์เสมอ พวกเราลูกศิษย์ก็อ้างอิงถึงอาจารย์เช่นกันค่ะ