พ่อผมเน้นการสอนให้ไม่โกรธ เป็นผู้ให้กับทุกคน เพราะพ่อไม่ขอส่วนแบ่งมรดกมาจากพี่น้องเลย ตัวเองมาหาเอาใหม่ ให้รู้จักเก็บหอมรอมริบ สอนให้รู้โทษของเหล้า บุหรี่ การพนัน ทำให้ดู เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกๆ ในทุกด้าน แม่ผมจะสอนเรื่องการทำมาหากิน การเก็บออม การกินอยู่อย่างประหยัด

ผมใช้เวลารวบรวมสมาธิ กราบรำลึกถึงบุญคุณของพ่อและแม่ของผมอยู่หลายนานกว่าจะเริ่มลำดับถ้อยคำลงมาในบันทึกนี้

ผมมีพี่น้องรวมกัน ๖ คน มีนา ๔ไร่กว่าๆ ทำให้ข้าวไม่พอกิน ผมและพี่ชายต้องไปอยู่วัดกัน จึงทำให้เรามีข้าวพอกินในครอบครัว

ครอบครัวผมได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากเพื่อนบ้านว่าจนก็ยังไม่เจียมตัว ยังส่งลูกให้ไปผลาญเงิน (ให้พวกผมเรียนหนังสือ) ไม่มีใครรู้หรอกว่าพี่ชายและพวกผมแทบไม่เคยขอเงินจากพ่อแม่เลย เพราะเรารู้ว่า พ่อแม่ไม่มี

พี่ชายผมทั้งเรียนทั้งทำงาน เพื่อเอาเงินส่งตัวเองและช่วยน้องๆบ้างพี่ชายผมอีกคนต้องไปทำงานช่วยคนอื่นแลกกับการได้ที่พักอาศัยและอาหาร

ผมไปอยู่วัดที่กรุงเทพฯ ตอนเรียนชั้นมัธยม ผมต้องอดมื้อกินมื้อเพราะไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน และมื้อเย็น (มื้อเช้ากินที่วัด) ไม่เคยกล้าขอเงินพ่อแม่ เพราะผมรู้ว่าท่านก็ไม่มีเหมือนกัน ผมทนรอจนกระทั่งพี่ชายคนโตเรียนจบ ผมจึงค่อยสบายขึ้นมาหน่อย ไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป

ผมสะท้อนภาพให้เห็นเบื้องหลังว่าพวกผมลำบาก และดำเนินชีวิตมาถึงจุดนี้กันอย่างไร

เพื่อให้ครอบครัวอยู่ได้ พ่อผมได้ซื้อวัวมาเลี้ยงและขยายมาเรื่อยๆ ขายเอาเงินให้พี่ผมบ้าง ขายใช้หนี้บ้าง แต่ก็เพิ่มจำนวนจาก ๕ แม่เป็น ๕๐ ตัวในระยะเวลาไม่ถึง ๑๐ ปี

สมัยนั้นผมจำได้ว่า วัวตัวเมีย ๒๐๐ บาท ตัวผู้จะเอาไปฝึกลากเกวียนขายคู่ละ ๘๐๐ บาท แต่ครอบครัวเราเป็นหนี้หลายพันบาท ที่ต้องจ่ายดอก รายปี

นอกจากเลี้ยงวัวพ่อยังซื้อของจากตลาดมาให้แม่และพี่สาวขาย ทำให้พอได้อยู่ได้กิน ก่อนไปตลาดตอนเช้า พ่อพ่อจะใช้เวลาตอนเย็นหาซื้อของเช่น ไก่ ไปขายทุกวัน และก็ยังมีมะขามเปียก และข้าวเปลือก เป็นฤดูกาล และยังต้มเหล้าขายอีกด้วย

ฉะนั้น พ่อผมจะต้องตื่นแต่เช้าไปตลาด รีบขายรีบซื้อของ หาบของแบบกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับมาปล่อยวัวออกจากคอก ไปเลี้ยงวัวจนใกล้ค่ำ เอาวัวเข้าคอก ไปหาบของขายตอนเย็น พร้อมซื้อไก่ เตรียมไปขายตลาดในวันรุ่งขึ้น

ในช่วงนี้ลูกคนไหนอยู่บ้านพ่อจะพาลูกชายไปให้เรียนรู้ในทุกเรื่องที่พ่อทำ บางวันพ่อจะกลับจากตลาดช้าเล็กน้อยเพราะไปแวะหาปลาในนาช่วงน้ำลด

ส่วนแม่จะทำอาหารไว้รอพ่อ  พอเสร็จก็จะไปดูแลแปลงผัก และยาสูบ ที่ปลูกโดยใช้ปุ๋ยจากคอกวัว ใครไม่มีคอกวัวจะปลูกไม่ได้ เราได้ใช้ยาสูบแลกอาหารและบริการสารพัด

ผมจำได้ว่า ทุกครั้งที่ผมไปหาช่างตัดผม ผมจะต้องถือมัดยาสูบไปเป็นค่าคัดผมครั้งละ ๑ พับเสมอ

ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมไม่เคยเห็นหรือได้ยิน พ่อแม่เถียงกันหรือทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว ครอบครัวเรามีหนี้สินจากการส่งให้พวกผมได้เรียนเป็นจำนวนเงินพอสมควร แม่จะเล่าให้ทุกคนฟัง ให้ทุกคนรู้จักคุณค่าของเงิน สอนถึงโทษของการพนัน และ นำทำ กิจกรรมทุกอย่างของครอบครัว

พ่อผมจะทำตัวเป็นครูที่ดี ด้านธรรมะ หาหนังสือธรรมะดีๆมาให้พวกผมอ่าน ที่พวกผมนำมาปฏิบัติกันอยู่ทุกวันนี้

การที่พวกผมตั้งใจเรียนหนังสือและทำหน้าที่ของลูกแบบไม่เกรงความยากลำบาก ก็มาจากพ่อแม่เป็นตัวอย่าง นำทาง นำทำ จนเรามั่นใจว่าถ้าสู้ไปเราต้องหนีความลำบากนี้ได้แน่นอน

แล้วเราก็สำเร็จกันทั้งทีม ด้วยต้นทุนความคิด ขวัญและกำลังใจจากพ่อและแม่

ทุกปีเราจะกลับไปทำบุญให้พ่อแม่ แจกของกินของใช้ให้ญาติพี่น้องทั้งตำบล เลี้ยงญาติพี่น้อง (ที่เคยดูถูกพวกผม) แต่หลังจากเราสำเร็จแล้วยังไม่เคยได้ยินคำดูถูกอีกเลย เราพร้อมให้อภัยคนเหล่านั้นเสมอ

ครอบครัวผมได้ฟันฝ่าอุปสรรคมาได้ ด้วยความเพียร และการเป็นครูที่ดี ของพ่อและแม่ผม ซึ่งผมอาจจะโชคดีในมุมนี้ และหวังว่าจะเป็นตัวอย่างว่าครูที่ดีนั้นคืออย่างไร

พ่อผมเน้นการสอนให้ไม่โกรธ เป็นผู้ให้กับทุกคน (ที่เป็นสาเหตุให้ครอบครัวเราเริ่มจากความจน) เพราะพ่อไม่ขอส่วนแบ่งมรดกมาจากพี่น้องเลย ตัวเองมาหาเอาใหม่ ให้รู้จักเก็บหอมรอมริบ สอนให้รู้โทษของเหล้า บุหรี่ การพนัน  ทำให้ดู เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกๆ ในทุกด้าน

แม่ผมจะสอนเรื่องการทำมาหากิน การเก็บออม การกินอยู่อย่างประหยัด

ทั้งสองท่านเน้นการพาลูกทำร่วมทุกกิจกรรม ทำให้ลูกรู้ว่าอะไรต้องทำอย่างไร สอนการหาปู หาปลา หาผึ้ง ของป่า ล่าสัตว์ โดยการแนะนำ นำทำ และให้ทำเองแบบบอกว่า ไม่ต้องกลัวผิดพลาด ทำไปเลย ไม่ลองไม่รู้ ประมาณนั้นครับ

ผมจึงถือว่า พ่อและแม่ผม เป็นครูต้นแบบให้พวกผมครับ

นี่คือความหมายคำว่า "ครู" ที่ผมรู้จักในชีวิตของผมครับ