GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

พ่อและแม่: ครูที่ดีที่สุดของผม

พ่อผมเน้นการสอนให้ไม่โกรธ เป็นผู้ให้กับทุกคน เพราะพ่อไม่ขอส่วนแบ่งมรดกมาจากพี่น้องเลย ตัวเองมาหาเอาใหม่ ให้รู้จักเก็บหอมรอมริบ สอนให้รู้โทษของเหล้า บุหรี่ การพนัน ทำให้ดู เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกๆ ในทุกด้าน แม่ผมจะสอนเรื่องการทำมาหากิน การเก็บออม การกินอยู่อย่างประหยัด

ผมใช้เวลารวบรวมสมาธิ กราบรำลึกถึงบุญคุณของพ่อและแม่ของผมอยู่หลายนานกว่าจะเริ่มลำดับถ้อยคำลงมาในบันทึกนี้

ผมมีพี่น้องรวมกัน ๖ คน มีนา ๔ไร่กว่าๆ ทำให้ข้าวไม่พอกิน ผมและพี่ชายต้องไปอยู่วัดกัน จึงทำให้เรามีข้าวพอกินในครอบครัว

ครอบครัวผมได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากเพื่อนบ้านว่าจนก็ยังไม่เจียมตัว ยังส่งลูกให้ไปผลาญเงิน (ให้พวกผมเรียนหนังสือ) ไม่มีใครรู้หรอกว่าพี่ชายและพวกผมแทบไม่เคยขอเงินจากพ่อแม่เลย เพราะเรารู้ว่า พ่อแม่ไม่มี

พี่ชายผมทั้งเรียนทั้งทำงาน เพื่อเอาเงินส่งตัวเองและช่วยน้องๆบ้าง พี่ชายผมอีกคนต้องไปทำงานช่วยคนอื่นแลกกับการได้ที่พักอาศัยและอาหาร

ผมไปอยู่วัดที่กรุงเทพฯ ตอนเรียนชั้นมัธยม ผมต้องอดมื้อกินมื้อเพราะไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน และมื้อเย็น (มื้อเช้ากินที่วัด) ไม่เคยกล้าขอเงินพ่อแม่ เพราะผมรู้ว่าท่านก็ไม่มีเหมือนกัน ผมทนรอจนกระทั่งพี่ชายคนโตเรียนจบ ผมจึงค่อยสบายขึ้นมาหน่อย ไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป

ผมสะท้อนภาพให้เห็นเบื้องหลังว่าพวกผมลำบาก และดำเนินชีวิตมาถึงจุดนี้กันอย่างไร

เพื่อให้ครอบครัวอยู่ได้ พ่อผมได้ซื้อวัวมาเลี้ยงและขยายมาเรื่อยๆ ขายเอาเงินให้พี่ผมบ้าง ขายใช้หนี้บ้าง แต่ก็เพิ่มจำนวนจาก ๕ แม่เป็น ๕๐ ตัวในระยะเวลาไม่ถึง ๑๐ ปี

สมัยนั้นผมจำได้ว่า วัวตัวเมีย ๒๐๐ บาท ตัวผู้จะเอาไปฝึกลากเกวียนขายคู่ละ ๘๐๐ บาท แต่ครอบครัวเราเป็นหนี้หลายพันบาท ที่ต้องจ่ายดอก รายปี

นอกจากเลี้ยงวัวพ่อยังซื้อของจากตลาดมาให้แม่และพี่สาวขาย ทำให้พอได้อยู่ได้กิน ก่อนไปตลาดตอนเช้า พ่อพ่อจะใช้เวลาตอนเย็นหาซื้อของเช่น ไก่ ไปขายทุกวัน และก็ยังมีมะขามเปียก และข้าวเปลือก เป็นฤดูกาล และยังต้มเหล้าขายอีกด้วย

ฉะนั้น พ่อผมจะต้องตื่นแต่เช้าไปตลาด รีบขายรีบซื้อของ หาบของแบบกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับมาปล่อยวัวออกจากคอก ไปเลี้ยงวัวจนใกล้ค่ำ เอาวัวเข้าคอก ไปหาบของขายตอนเย็น พร้อมซื้อไก่ เตรียมไปขายตลาดในวันรุ่งขึ้น

ในช่วงนี้ลูกคนไหนอยู่บ้านพ่อจะพาลูกชายไปให้เรียนรู้ในทุกเรื่องที่พ่อทำ บางวันพ่อจะกลับจากตลาดช้าเล็กน้อยเพราะไปแวะหาปลาในนาช่วงน้ำลด

ส่วนแม่จะทำอาหารไว้รอพ่อ  พอเสร็จก็จะไปดูแลแปลงผัก และยาสูบ ที่ปลูกโดยใช้ปุ๋ยจากคอกวัว ใครไม่มีคอกวัวจะปลูกไม่ได้ เราได้ใช้ยาสูบแลกอาหารและบริการสารพัด

ผมจำได้ว่า ทุกครั้งที่ผมไปหาช่างตัดผม ผมจะต้องถือมัดยาสูบไปเป็นค่าคัดผมครั้งละ ๑ พับเสมอ

ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมไม่เคยเห็นหรือได้ยิน พ่อแม่เถียงกันหรือทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว ครอบครัวเรามีหนี้สินจากการส่งให้พวกผมได้เรียนเป็นจำนวนเงินพอสมควร แม่จะเล่าให้ทุกคนฟัง ให้ทุกคนรู้จักคุณค่าของเงิน สอนถึงโทษของการพนัน และ นำทำ กิจกรรมทุกอย่างของครอบครัว

พ่อผมจะทำตัวเป็นครูที่ดี ด้านธรรมะ หาหนังสือธรรมะดีๆมาให้พวกผมอ่าน ที่พวกผมนำมาปฏิบัติกันอยู่ทุกวันนี้

การที่พวกผมตั้งใจเรียนหนังสือและทำหน้าที่ของลูกแบบไม่เกรงความยากลำบาก ก็มาจากพ่อแม่เป็นตัวอย่าง นำทาง นำทำ จนเรามั่นใจว่าถ้าสู้ไปเราต้องหนีความลำบากนี้ได้แน่นอน

แล้วเราก็สำเร็จกันทั้งทีม ด้วยต้นทุนความคิด ขวัญและกำลังใจจากพ่อและแม่

ทุกปีเราจะกลับไปทำบุญให้พ่อแม่ แจกของกินของใช้ให้ญาติพี่น้องทั้งตำบล เลี้ยงญาติพี่น้อง (ที่เคยดูถูกพวกผม) แต่หลังจากเราสำเร็จแล้วยังไม่เคยได้ยินคำดูถูกอีกเลย เราพร้อมให้อภัยคนเหล่านั้นเสมอ

ครอบครัวผมได้ฟันฝ่าอุปสรรคมาได้ ด้วยความเพียร และการเป็นครูที่ดี ของพ่อและแม่ผม ซึ่งผมอาจจะโชคดีในมุมนี้ และหวังว่าจะเป็นตัวอย่างว่าครูที่ดีนั้นคืออย่างไร

พ่อผมเน้นการสอนให้ไม่โกรธ เป็นผู้ให้กับทุกคน (ที่เป็นสาเหตุให้ครอบครัวเราเริ่มจากความจน) เพราะพ่อไม่ขอส่วนแบ่งมรดกมาจากพี่น้องเลย ตัวเองมาหาเอาใหม่ ให้รู้จักเก็บหอมรอมริบ สอนให้รู้โทษของเหล้า บุหรี่ การพนัน   ทำให้ดู เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกๆ ในทุกด้าน

แม่ผมจะสอนเรื่องการทำมาหากิน การเก็บออม การกินอยู่อย่างประหยัด

ทั้งสองท่านเน้นการพาลูกทำร่วมทุกกิจกรรม ทำให้ลูกรู้ว่าอะไรต้องทำอย่างไร สอนการหาปู หาปลา หาผึ้ง ของป่า ล่าสัตว์ โดยการแนะนำ นำทำ และให้ทำเองแบบบอกว่า ไม่ต้องกลัวผิดพลาด ทำไปเลย ไม่ลองไม่รู้ ประมาณนั้นครับ

ผมจึงถือว่า พ่อและแม่ผม เป็นครูต้นแบบให้พวกผมครับ

นี่คือความหมายคำว่า "ครู" ที่ผมรู้จักในชีวิตของผมครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 66581
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 16
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (16)

    สุดยอดครับอาจารย์
    ความคล้ายคลึงกันมีอยู่ไม่น้อยครับ  ผมก็บ้านนอก และมี 6 คนพี่น้องเช่นกัน  พ่อเป็นตัวอย่าง เป็นยอดครูในการทำให้ดูเรื่องความสุจริตและเสียสละ  ส่วนแม่นั้นคือ ยอดขยันด้านทำมาหากิน และความมีน้ำใจ เอื้ออาทรต่อผู้อื่น
    ท่านสอนผมน้อย แต่ทำให้เห็น เป็นให้ดู มากเหลือเกิน ผมเคยเขียนกลอนยามพักผ่อนเล่าเรื่อง บ้านนอกไว้ 2-3 ตอน ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ ฉายหนังตัวอย่าง สักตอน คงไม่เป็นไรนะครับ ...

    ขอเรียงร้อย  เรื่องบ้านนอก  มาบอกต่อ
อีกมากมาย  หลายข้อ  อยากเฉลย
คนกรุงเขา  อาจค่อนว่า  พวกข้าเชย
ขอเปิดเผย  สิ่งที่พบ  ประสบมา

    ฉันเป็นลูก  สุดท้อง  ของพ่อแม่
ใครคิดมา  รังแก  ยากนักหนา
กลัวพี่ชาย  จะทำร้าย  เจ็บกายา
หากขืนมา  ซ่ากะเรา  เขาต้องเจอ

    แท้พี่เรา  ใช่นักเลง  เก่งตีต่อย
อารมณ์ขัน  ไม่น้อย  สนุกเสมอ
ใครมาดี  พี่จะรัก  เหมือนเพื่อนเกลอ
ยิ้มหัวเราะ  อยู่เสมอ  ประทับใจ

    พี่กะฉัน  จะแบ่งปัน  แทบทุกสิ่ง
ฉันเรียนรู้  ความจริง  ไม่สงสัย
รู้ว่ารัก  ห่วงกัน  นั้นซึ้งใจ
จนเติบใหญ่  ได้มีธรรม  ช่วยนำตน

    พ่อกะแม่  เป็นอย่างไร  ใครๆรู้
เป็นแบบอย่าง  คนเชิดชู  ทุกแห่งหน
แม่ขยัน  พ่อซื่อสัตย์  และอดทน
การสั่งสอน  พร่ำบ่น  ไม่ค่อยมี

    ทำให้เห็น  เป็นให้ดู  เสียส่วนมาก
ถึงพบความ  ลำบาก  พ่อไม่หนี
เป็นผู้นำ  ชวนชาวบ้าน  ลูกหลานมี
พัฒนา  ท้องถิ่นที่  กำเนิดกาย

    สหายพ่อ  เพื่อนร่วมใจ  คือหลวงพ่อ
ทั้งบ้านวัด  จึงสานต่อ  ไม่ขาดสาย
ช่วยนำพา  ผู้คน  พ้นอบาย
ยังมีอีก  มากมาย  คอยติดตาม ... นะจ๊ะ

  • ที่สุดของที่สุดแล้วครับอาจารย์
  • อันชีวิตคนเรามันเลือกเกิดกันไม่ได้ แต่เราสามารถที่จะเลือกเป็นคนดีได้ใช่ไหมครับอาจารย์
  • แล้วจะมีอีกสักกี่คน กี่ครอบครัวครับอาจารย์ที่จะสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ดังชีวิตที่ผ่านมาของอาจารย์  เพราะนั่นคือสุดยอดของความเป็นพ่อ - แม่ และความเป็น "อภิชาตบุตร" ครับ
  • สังคมทุกวันนี้ผมค่อนข้างเป็นห่วงมากครับทั้งวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จะมีใครบ้างครับที่จะเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยสังคมไทยอย่างแท้จริง

ด้วยความเคารพ

อุทัย

ขอบคุณครับ อาจารย์พินิจ

บทกลอนของอาจารย์อ่านแล้วซึ้งมากเลยครับ ถ้ามีฉบับเต็มผมขอเพิ่มให้ครบเลยนะครับ เผื่อเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังอีกทีหนึ่ง

ประเด็นที่สำคัญที่ผมอยากสะท้อนตรงนี้ก็คือ การเป็นครูที่ดีของพ่อแม่ส่วนใหญ่ ไม่งั้นสังคมไทยคงพัฒนามาถึงขั้นนี้ไม่ได้หรอก เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง เราต้องใช้คนดีมากจึงจะอยู่ได้ มีคนไม่ดี แม้แต่คนสองคนก็วุ่นวายแล้วครับ ผมจึงอยากเห็นการยกย่องคนดีที่มีอยู่มาก แทนที่จะไปประโคมข่าวคนเลวที่มีอยู่ไม่กี่คน

อย่างว่าล่ะครับ ข่าวร้ายลงฟรี!  ข่าวดี เสียเงินครับ เมื่อไหร่เราจะมีข่าวดีลงฟรี! ข่าวร้ายเสียเงินบ้างครับ แล้วประเทศชาติจะได้พัฒนากันอย่างถูกทาง ไม่ใช่ชูกันแต่ตัวอย่างเลวๆ จนคนที่มองโลกแคบๆ เห็นแต่ความเลวของสังคม ไม่เห็นตัวอย่างที่ดีๆ ก็เลยทำเลวซะเลย

ผมคิดว่า เราคงเป็นแนวร่วมกันได้ในแนวทางนี้นะครับ เราจะพัฒนาและเดินหน้าต่อไปครับ ตามปณิธานที่ผมตั้งไว้คือ "จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา"

 ผมจะทำอย่างนั้นจริงๆ ครับ ขอบคุณมากครับที่เป็นกำลังใจ

คุณอุทัยครับ

ผมต้องการเน้นให้เห็นว่า พ่อแม่เป็นครูที่ดีและไม่เคยมีเจตนาร้ายต่อลูกเลย ผมอยากให้ครูทุกคนเป็นเช่นนั้นครับ เหมือนผมกำลังสอนคุณอยู่นี่แหล่ะครับ หวังว่าคงเข้าใจเจตนาผมนะครับ

  • สวัสดีครับท่านอาจารย์ ดร.แสวงที่เคารพ
  • ในอีกประเด็นหนึ่งที่ผมเคยสัมผัสสำหรับพ่อและแม่ของผมและ บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อและแม่ทุก ๆ คนก็คือ
  • คนที่ได้ชื่อว่าพ่อหรือแม่แล้วนั้น จะรัก "ลูก" และ "ลูก ๆ" ทั้งลูกแท้ ๆ เพื่อนลูก แฟนลูก พี่ของลูก น้องของลูก ท่านรักหมดเลยเพราะท่านคิดว่านั่นก็เป็นลูกท่านทุกคน
  • ถ้าครูอาจารย์รักลูก (ศิษย์) ได้อย่างที่พ่อแม่รักลูกก็ดีนะครับ ก็คือ รักลูกศิษย์ทุกคนถึงแม้ว่าจะอยู่ต่างสถาบันกัน ต่างโรงเรียน ต่างจังหวัดกัน เพราะนั่นก็คือลูกศิษย์ไทย เด็กนักเรียนไทย ถ้ารักได้ทั้งหมดโดยไม่มีกำแพงกั้นได้ก็ดีนะครับ
  • เพราะเดี๋ยวนี้บางครั้งมหาวิทยาลัยเดียวกันต่างคณะฯกัน ก็มีการเกี่ยงว่าลูกศิษย์ชั้นลูกศิษย์เธอกัน เด็กก็ลำบากครับ

นั่นซิครับคุณปภังกร

ผมแอยากเห็นคนที่รู้สึกอย่างนั้นและคงต้องมีจิตสาธารณะเป็นสำคัญนะครับ

ผมมองคุณเป็นศิษย์ผมเสมอนะครับ และคุณก็มีอะไรเหมือนผมหลายอย่างจริงๆครับ ผมว่าคุณเดาออกแน่นอน

จริงค่ะอาจารย์ พ่อ แม่คือครูแท้ในชีวิต

พ่อสอนว่า เกิดมาเป็นคนเหมือนกันไม่ว่ายากดีมีจน แต่จงหาความรู้ อย่าให้จนความรู้ เมื่อมีความรู้ จะรู้จักแยกแยะดีชั่ว และการมีความรู้ มีความดีจะมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหนือคนอื่น

แม่สอนว่า จงขยัน อย่าอายที่จะทำดี อย่าอายที่จะประกอบอาชีพสุจริต  จึงเป็นแม่ค้าตัวน้อยคอยหาบพริกมะเขือ หาบกล้วย หาบมะแงวมะไฟ ไปขายตามหมู่บ้าน แถมท้ายยังขายเม็ดมะขามขั่วตามงานบุญ ได้เงินไปโรงเรียนเพียรหาความรู้เพราะรักพ่อรักแม่

คุณครูสอนว่า ถ้าอยากรวยเงินทองให้เป็นแม่ค้า แต่ถ้าอยากรวยความดีให้ไปเป็นครู เคยมีครูสอนพิเศษฟรี ติวฟรี  เข้าค่ายพิเศษให้ฟรีสมัยมัธยม ตอนนี้จึงขอสอนพิเศษฟรี ติวฟรี เข้าค่ายฟรีให้นักเรียนบ้างเพื่อทดแทนบุญคุณคุณครูที่เคารพรัก 

สาธุ ๆ   ๆ  

   อาจารย์ครับ
      เรื่อง กลอนบ้านนอก เมื่อท่านขอ ก็รู้สึกเป็นเกียรติ  และยินดีนำมาวางต่อตรงนี้ครับ  เขียนเล่นๆ  นานมาแล้วด้วยอารมณ์ อยากๆ หยุดๆ ไม่ได้เอาจริงเอาจัง  แต่เรื่องเนื้อหานั้นของจริงแน่นอนครับ ตอนที่วางไว้ใน คห.ที่ 1 นั้นเป็นตอน 2  ต่อไปนี้จะเป็น ตอน 1 และ 3 ครับ ...
 
บ้ า น น อ ก  0 1

         ฉันเป็นคน  บ้านนอก  ขอบอกกล่าว
มีเรื่องราว  มากมาย  ให้นึกถึง
กาลเวลา  ล่วงไป  ใฝ่คนึง
สิ่งที่ตรึง  ใจมั่น  นั้นมากมาย

   สมัยนั้น  เราอยู่กัน  ฉันท์น้องพี่
มากน้ำใจ  ไมตรี  มิเหือดหาย
ไร้ไฟฟ้า  ไร้ประปา  แต่สบาย
เราอยู่ได้  กับธรรมชาติ  อันอุดม

   อยากกินปลา  เราไปหา  ตามท้องทุ่ง
เต็มตะกร้า  ล้นกระบุง  ก็สุขสม
แบ่งจ่ายแจก  ลุงป้า  น่านิยม
เป็นสังคม  แห่งน้ำใจ  อยู่ไกลเมือง

   ทั้งทำนา  ปลูกข้าว  และทำไร่
จวบต้นข้าว  ออกรวงใหญ่  ชูช่อเหลือง
ต่างช่วยกัน  เก็บเกี่ยวไป  ไม่สิ้นเปลือง
ไม่มีเรื่อง  จ่ายค่าจ้าง  เป็นรางวัล

   ยังมีอีก  มากมาย  หลายตัวอย่าง
ยังจำได้  ไม่จืดจาง  ใช่เรื่องฝัน
ชักอ่อนล้า  ด้วยกรำงาน  มาทั้งวัน
วันนี้พอ  ก็แล้วกัน  นะ บ๊าย บาย !

   ..  ต่อด้วย บ้ า น น อ ก  0 2 .. (ใน คห. ที่ 1)

แล้วก็ ..  บ้ า น น อ ก  0 3

        กลอนบ้านนอก  ตอนนี้  ตอนที่สาม
ขอต่อความ  ตามเพลง  บรรเลงอักษร
อาจอ่อนด้อย  อรรถรส  แห่งบทกลอน
วานได้สอน  อย่าได้ซ้ำ  ขอน้ำใจ

    ตอนเป็นเด็ก  เมื่อยามเล็ก  ฉันจำได้
คืนเดือนหงาย  แจ่มหล้า  ท้องฟ้าใส
กลุ่มหนุ่มสาว  "อุก"เกี่ยวข้าว  ของเราไป
ทั่วผืนนา  กว้างใหญ่  แอบเกี่ยวรวง

    ขะโมยข้าว  จากนาเรา  ใช่หรือไม่
ใครตอบ"ใช่"  ก็ผิดไป  อย่างใหญ่หลวง
แท้เป็นเรื่อง  ของน้ำใจ  ใช่หลอกลวง
แรงใจกาย  ทั้งปวง  แอบช่วยเรา

    พอดึกนิด  เขาเริ่มคิด  ทำตามแผน
ส่งตัวแทน  มาบอกใบ้  ให้พวกเขา
ว่าไม่นาน  จะเข้ามา  ที่บ้านเรา
จะรับเขา  อย่างไร  ให้รีบทำ

    ในไม่ช้า  พวกเขามา  ถึงที่บ้าน
ร่วมดื่มกิน  เล่านิทาน  เรื่องขำขัน
จวบเดือนต่ำ  จึงได้ร่ำ  ลาจากกัน
ไปพักนอน  อย่างสุขสันต์  ที่บ้านตน

    เขาเล่นกัน  อย่างไร  เห็นไหมท่าน
เล่นไปกับ  การทำงาน  และมีผล
ได้ผูกรัก  เอาไว้ใน  ใจผู้คน
ทุกหมู่บ้าน  ทั้งตำบล  ดุจครอบครัว.
  

เรียน ท่านพระยาสุนทรโวหาร(พินิจ)

ผมได้รับด้วยความทราบซึ้งในความกรุณา อรรถรส และสะท้อนอัจฉริยะของท่าน

จึงขอกล่าวขานนามให้ใกล้กับที่ท่านสมควรได้รับครับ

ขอขอบพระคุณครับ

ขอบพระคุณสำหรับเรื่องดีๆและความเห็นเยี่ยมๆที่มาต่อเติมค่ะ อ่านแล้วมีความสุขจริงๆ ได้แนวทางของการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกด้วยค่ะ

ขอบคุณครับ ที่ไช้ประโยชน์ได้

พ่อกับแม่คือคนที่หนูรักและบูชามากที่สุดในชีวิตค่ะ

พ่อและแม่ย่อมหวังดีต่อลูกเสมอ   

[  ช่วงของชีวิต และ การใช้เงิน ]



ช่วงชีวิต



ชีวิตช่วงที่ 1 : ตั้งแต่แรกเกิด เติบโต เข้าเรียน หากเราเป็นผู้ปกครองก็ควรแนะนำให้ลูกหลานรู้จักคุณค่าของเงิน.... เงินมีที่มาอย่างไร ต้องทำอย่างไรกว่าจะได้เงิน ต้องหาเงินอย่างไร...  สิ่งสำคัญแรกเริ่ม ควรพาลูก ๆ ไปธนาคารและเปิดบัญชีสะสมทรัพย์, แนะนำการออมเงินเพื่ออนาคต, หากเป็นเด็กโตแล้วพอที่จะเข้ามาหาวิทยาลัยก็สอนให้หารายได้พิเศษทีเหมาะสม.... เพื่อให้รู้จักคำว่า... "คุณค่าในตนเอง และ ความรับผิดชอบต่อตนเอง"  

ชีวิตช่วงที่ 2 : เรียน เรียนจบ ทำงาน เรียนต่อ มีรายได้เป็นของตนเอง มีความรับผิดชอบมากขึ้น มีความชัดเจนในเรื่องของการใช้จ่ายรวมทั้งการเก็บออม  เนื่องจากต้องวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายของครอบครัว เช่น ค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูบิดา-มารดา รวมทั้งค่าใช้จ่ายในอนาคตก็คือการเลี้ยงดูครอบครัว    ข้อแนะนำดี ๆ ก็คือ ใครก็ตามถ้าเก็บออมเงินจากรายได้ประจำ 10 % (เก็บตามกำลัง) ก็จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นในอนาคต  บางคนหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มพูนรายได้โดยเลือกช่องทางทำ "ธุรกิจการค้าเสรี " หรือ เลือกช่องทาง "การลงทุนต่ำแต่ได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวนาน"


ชีวิตช่วงที่ 3 : วัยเกษียณ ใครก็ตามที่จัดทำแผนการดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ เมื่อถึงวัยเกษียณจะทำให้มีอิสระภาพในการดำเนินชีวิตอย่างสมบูรณ์ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกหลานเลี้ยงดูเอาใจใส่


มีเงินไม่พอใช้ หรือใช้เงินไม่พอ : ตั้งสติ ค่อย ๆ คิด หาที่ปรึกษา ไม่ใช่หาที่หยิบยืมเงินทองต่อไปเรื่อย ๆ

* การกู้ยืม ก็คือ นำเงินในอนาคตมาใช้ก่อนแต่ควรมีเหตุผลที่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ และใช้อย่างมีคุณค่า หลายต่อหลายคนมีเหตุและปัจจัยในการสร้างหนี้สินโดยไม่จำเป็น สาเหตุใหญ่ ๆ ก็คือ คนเราทุกวันนี้มักก่อหนี้สินอันเนื่องจากวัตถุนิยมเป็นหลัก "เรียกว่าบริโภคนิยม" เพื่อให้สังคมยอมรับว่าตนเอง มั่งมี  มี  รวย...


วิธีแก้ :
อ่านบทความ "ช่วงชีวิต" ใหม่อีกครั้ง รีบจัดระบบการเงิน ปฏิบัติตามอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน

ของตัวคุณเองและครอบครัวที่คุณรัก

จาก อ.วงศ์วิจิตร บุญวาส สนับสนุนข้อมูลโดย http://www.smehall.com

ขอบพระคุณมากครับ

ก็เป็นประมาณนี้แหละครับ น่าจะให้ผลดีครับ