ครั้งแรก พลาดกันได้เป็นเรื่องธรรมดา

Mitochondria
     สถานที่ check in สำหรับการเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ ชั้น 4 ของสนามบิน (Airport terminal 1) [สนามบินนาริตะจะมี 2 terminal ครับ ใครที่ต้องการใช้สนามบินอาจต้องติดต่อ agency ก่อนว่าสนามบินที่จะไปนั้นเป็น terminal 1 หรือ terminal 2 ซึ่งรถไฟจะจอดทั้งสองที่ครับ] ความที่ผมเพิ่งมาใช้บริการของ terminal 1 เป็นครั้งแรก (คราวก่อนใช้บริการที่ terminal 2 ครับ เขาเพิ่งย้ายมาที่ terminal 1 สำหรับการเดินทางมาประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา) เพื่อให้รวดเร็วผมก็เลยติดต่อสาวญี่ปุ่นเจ้าหน้าที่ของสายการบินครับ ผมมองขี้นไปเห็นป้ายเขียนว่า star aliance แล้วสายการบิน Thai Inter นี่ก็อยู่ในกลุ่ม star aliance ซะด้วยครับ ยังไงเธอก็ต้องรู้แน่นอน ผมยื่นตั๋วการบินไทยให้เธอดู เธอถามผมว่าจะเดินทางไปไหน ผมก็บอกเธอว่าจะเดินทางไปกรุงเทพฯครับ เธอก็บอกให้ผมไปเข้าคิวครับ ให้เข้าคิวทางซ้าย ซึ่งเป็นคิวที่ยาวเป็นงูเลื้อย ส่วนคิวทางขวาผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าจะไปไหน แต่คิวสั้นกว่าค่อนข้างมาก ผมก็เชื่อครับ ไปเริ่มเข้าคิว กว่าคิวจะค่อยๆขยับไปจนไปถึงเจ้าหน้าที่ check in ใช้เวลาประมาณ เกือบ 20 นาทีเห็นจะได้ ผมยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ check in ครับ เธอก็หันมามองหน้าผม แล้วบอกผมว่า เธอขอโทษผมด้วย ที่ไม่สามารถให้บริการผมได้ เนื่องจากผมถือตั๋วของการบินไทยครับ และที่เธอให้บริการนั้นเป็นของสายการบิน ANA ค่ะ ผมเองก็เริ่มรู้สึกตะหงิดตะหงิดตั้งแต่มาต่อคิวแล้วครับ เพราะเห็นที่หน้าจอที่เปิดให้บริการนั้นเขียนว่า ANA ซึ่งในตอนแรกผมพยายามมองดูเพื่อหาคนไทย ก็ไม่มีสักคน พยายามมองหาคนที่ถือตั๋วที่มีสีคล้ายกัน ก็ไม่เห็น แต่ที่ต้องคอยคิวไปจนตลอดรอดฝั่งก็เพราะว่า เห็นป้าย star aliance ครับ เพราะมั่นใจว่า Thai Inter อยู่ในกลุ่มนี้แน่ๆ บางทีถือตั๋วสายการบินอื่นที่อยู่ในกลุ่มนี้ เขายังจับให้ขึ้นไปนั่งบนสายการบิน Thai Inter เลยครับ และอีกประการคือ เจ้าสาวหน้าขาวเป็นคนบอกเองว่าให้ค่อคิวทางซ้าย แสดงว่าสาวนั่นน่าจะรู้เรือง สุดท้ายผมก็ปล่อยแก่ เอ้ย! ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อฉลองรับการใช้บริการครั้งแรกที่ terminal 1 ครับ เธอแนะนำให้ผมเดินไปข้างหน้าอีกหน่อยก็จะถึง counter ของสายการบินไทยครับ ผมขอบคุณเธอ แล้วลากกระเป๋าเดินต่อไปข้างหน้า สักอีกสองล็อคเห็นจะได้ แล้วผมก็พบ counter ของสายการบินไทยจริงๆครับ ผมเข้าไปต่อคิวซึ่งเป็นคิวที่ไม่ยาวนัก มีคนอยู่ก่อนหน้าผมประมาณ 5-6 คน สักพักขณะที่ผมยืนต่อคิวอยู่ก็มีสาวหน้าขาวมาถามว่าผมจะเดินทางไปไหน ผมตอบว่าไปกรุงเทพฯครับ เธอถามว่ามีบัตรทองมั้ย ผมตอบเธอว่าผมมีบัตรเงินครับ เธอจึงบอกว่าตรงนี้เป็นที่ checkin ชั้น first class หรือ business class สำหรับผมซึ่งเป็น Economy class ต้องไปอีกสถานที่ครับ คือถอยหลังกลับมาอีก 1 ล็อก นั่นเป็นอีกครั้งที่ผมได้ปล่อยไก่ตัวเล็กๆ ผมจึงขอบคุณเธอ แล้วหิ้วกระเป๋าเดินย้อนกลับมาอีก 1 ล็อก แล้วก็เจอ counter การบินไทยชั้นประหยัดจริงๆครับ แต่ทำไม คิวยาวจัง ยาวพอๆกับสายการบิน ANA ที่ผมเสียเวลาไปครั้งแรกครับ การcheckin คราวนี้ไม่พลาดครับ
     เฮ้อ! ของมันพลาดกันได้ครับ เรื่องธรรมดา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จิปาถะจากแดนปลาดิบ

คำสำคัญ (Tags)#เดินทาง#ญี่ปุ่น#เรื่องเปิ่น

หมายเลขบันทึก: 66578, เขียน: 12 Dec 2006 @ 00:34 (), แก้ไข: 23 Jun 2012 @ 03:56 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก


ความเห็น (4)

IS
เขียนเมื่อ 

โห คุณ Mitochondria เผื่อเวลาปล่อยไก่ไว้กี่ชั่วโมงคะเนี่ย ดีนะที่ไม่ตกเครื่องบิน

^___^#

สวัสดียามดึกครับ คุณแนน
  • ผมเผื่อเวลาไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงครับ
  • จะเรียกว่าเผื่อเวลาอาจจะไม่ถูกต้องครับ จริงๆแล้วต้องบอกว่า ผมอยากจะออกจากที่พักไปให้เร็วที่สุดครับ ไปเดินเล่นที่สนามบินยังดีกว่าเดินไปมาในที่พักครับ
  • ไม่รู้ว่าคุณแนน เป็นอย่างผมหรือเปล่า เวลาจะกลับบ้าน
IS
เขียนเมื่อ 

ฮ่ะฮ่ะ เป็นเช่นนั้นเลยค่ะ โดนๆ

เครื่องบินออกจากซิดนีย์ 17.05 น. ให้ Airport pickup ตั้งแต่เวลาเที่ยงตรง นั่งรถไปชั่วโมงครึ่งถึงสนามบิน เข้าไปเช็คอิน ตอนนั้นไม่รู้ทำอะไรบ้างตั้งหลายชั่วโมง แต่ที่รู้ๆ อยากกลับบ้านอย่างเดียว นี่มานั่งนึกๆ เราเดินอยู่สนามบินเกือบสี่ชั่วโมงเลยนะเนี่ย ฮ่าฮ่า (แถมเอาไข่ต้มไปกินด้วยนะเนี่ย จะได้ไม่ต้องซื้อข้าวที่สนามบินทาน มันแพง)

^____^

  • ใช่ครับ ผมก็หิ้วขนมแป้งทอดไส้ถั่วแดงที่โดเรมอนชอบ ไปนั่งกินที่สนามบินด้วยเหมือนกัน
  • คงเป็นความรู้สึกเดียวกันครับ ไปให้ใกล้บ้านที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะต้องไปนั่งเล่นอยู่สนามบินนานๆ ก็ยังดีกว่าอยู่บ้านแน่ๆครับ