ทุกคนอาจมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่ทุกคนมีเท่ากัน คือ เวลา

   ทุกคนอาจมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่ทุกคนมีเท่ากัน คือ เวลา 


         บางคนเอาแต่โทษโชคชะตา โทษชีวิตตัวเอง ที่เกิดมามีไม่เท่าคนอื่น จนมองไม่เห็นสิ่งที่ตัวเองมี บางคนมัวแต่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น จนคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรเลย เพราะไม่เคยพอประมาณ หรือ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี มัวแต่อิจฉาในสิ่งที่ผู้อื่นมี จนทำให้ลืมความจริงของตัวเองว่าเราก็มีดีเช่นกัน มันไม่ได้สำคัญหรอกว่าคนเราจะมองใครแบบไหนแต่มันสำคัญกว่าตรงที่ว่าหลังจาก “มอง” แล้วเราเลือกที่จะสะท้อนกลับมาเปรียบเทียบกับตัวเองอย่างไรต่างหาก


    ต้นทุนชีวิตที่แท้ของคนเราคืออะไรกัน ?
สิ่งที่ทุกคนมี คือ สองมือ สองเท้า และหนึ่งมันสมอง บางคนอาจจะมีบางสิ่งขาดหายไป แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะเดินตามความฝันและทำชีวิตของเราเองให้มีความสุขไม่ได้ เพราะสิ่งที่เราควรคือ สติ และจิตใจที่เข้มแข็งของเราเอง ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เกิดมามีความพร้อมทางด้านร่างกายที่สมบูรณ์ครบ 32 ประการ มีครอบครัวที่อบอุ่น อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีโอกาสในการใช้ชีวิตตามรู้แบบของตนเอง มีครอบครัวและคนรอบข้างที่เข้าใจ และพร้อมสนับสนุนดิฉัน ซึ่งหลายคนอาจจะรู้สึกอิจฉาในตัวดิฉัน แต่สำหรับดิฉันกลับไม่ได้รู้ว่าชีวิตของตนเองดีกว่า หรือ ด้อยกว่าใคร ถึงแม้คนอื่นอาจจะมองว่าดิฉันมีต้นทุนชีวิตที่มากกว่า แต่สำหรับดิฉันกลับมองว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการจะเริ่มต้นของต้นทุนดิฉัน สิ่งที่ดิฉันมอง คือ ดิฉันมีแค่โอกาส กับ เวลา ที่เท่าเทียมคนอื่นในการทำสิ่งต่าง ๆ เพราะชีวิตเป็นคนของเราไม่มีใครจะช่วยเหลือเราได้ตลอดไป 
ดังนั้นเราควรจะรู้จักการพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด และขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่งั้นเราคงไม่รู้จักการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง ทุกวันนี้ดิฉันใช้ชีวิตด้วย "ความพอ" พอใจในสิ่งที่ตนเองมี พอใจกับสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่ และพอใจกับทุกกระทำของตนเอง เพราะถึงว่าทุกอย่างก่อนการจะตัดสินใจทำอะไร เราต้องมีสติตลอดเวลา เพราะสติ คือ บ่อเกิดแห่งปัญญา
   หลายคนมองว่าดิฉัน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีคนควรสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา คงไม่เคยเจออุปสรรคหรือความยากลำบาก จึงกล้าพูดไปแบบนั้น แต่ไม่เลย เราอย่ามองว่าปัญหาของคนอื่นเล็ก หากไม่เจอด้วยตนเอง และอย่ามองปัญหาที่เราเจอว่ามันใหญ่ เพราะเอาไปเทียบกับผู้อื่น คนเราเจออุปสรรค ปัญหาและสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตที่แตกต่างกันออก เหมือนกันการใช้ชีวิต และความคิดของเราที่ทุกคนก็ไม่ได้มีอะไรที่เหมือนกันเลย 1 คน 1 ความคิด เราไม่สามารถคิดแทนใครได้ เพราะรูปแบบการใช้ชีวิต สำหรับดิฉันอะไรก็ตามที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าปัญหา หรือ อุปสรรค สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย เพราะดิฉันเชื่อในตัวเองว่าจะผ่านทุกอย่างไปได้ บางอย่างอาจจะผ่านไปได้เมื่อถึงเวลาของมัน หรือ บางอย่างอาจจะต้องเราใช้ หรือ ใครเข้ามาช่วยเหลือ 
   หลายคนมองว่าชีวิตดิฉันดูสมบูรณ์แบบที่ไม่ต้องดิ้นรนหาอะไรเอง เพราะมีครอบครัวควรช่วยเหลือ ได้ในสิ่งที่ต้องการตลอด แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าบางอย่างที่ดิฉันมีเหมือนทุกวันนี้ อาจมาจากความพยาม หรือ มาจากตัวดิฉันเอง สิ่งที่ดิฉันทำได้ คือ การใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองว่าสิ่งที่มีและเป็นอยู่มาจากตัวเอง ไม่ใช่สิ่งอื่น ใครจะมองเราอย่างไงก็ได้ แต่เราควรมองตัวเองให้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของตัวเราเอง และแสดงมันออกมาจากภายในมากกว่าการประกาศให้ผู้อื่นเห็น เพราะการกระทำ มันสามารถแสดงออกได้ดีกว่าคำพูด  "อย่าพยายามทำตัวมีค่าขึ้นมา ทั้งที่ไม่รู้จักมูลค่าที่แท้จริงของตัวเอง" 
  คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมง เท่ากัน แต่จะมีซักกี่คนที่ใช้เวลา 24 ชั่วโมงนั้นให้เกิดประโยชน์มากที่สุด 
คนเรามีเวลาเท่ากัน แต่กลับมองว่ามันไม่เท่ากัน เพียงเพราะมัวเสียเวลาไปกับสิ่งที่เปล่าประโยชน์ มัวแต่คิดว่าตัวเองมีไม่เท่าคนอื่น แต่กลับลืมว่าเวลาที่เรามีก็เท่ากับผู้อื่น แต่กลับไม่ใช้มัน ทุกคนมีเวลาเท่ากันแต่อยู่ที่กับใช้มันว่าจะเลือกใช้มันแบบไหน สำหรับดิฉันเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า ทุกวินาทีมีความหมาย เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสได้ใช้เวลาไปอีกแค่ การจะทำอะไรก็ตามต้องทำให้คุ้มค่ามากที่สุด บางคนต่อให้ต้นทุนชีวิตดีแค่ไหนถ้าไม่ลงมือทำอะไรเลยก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จง่าย ๆ ถ้ารู้จักใช้ต้นทุนเวลาให้ดี ความสำเร็จมันก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม นี่คือ สิ่งลุงดิฉันได้สอนไว้เสมอก่อนที่ท่านจะจากโลกนี้ไป ท่านสอนให้รู้จักการใช้เวลา และการพอใจกับทุกอย่างที่เรามี ถึงแม้เราอาจจมีไม่เท่าใคร แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เรามีจะเป็นทุกข์ เพราะความสุขมันอยู่เรารู้จักคุณค่าของมันรึยัง ดังนั้นต้นทุนในชีวิตเราก็เช่นกัน อาจจะไม่มีเท่าใคร แต่เราก็สามารถสร้างมันขึ้นมาเองได้ ถ้าการที่เราเอาตัวเองไปยึดติดกับผู้อื่นแล้วทำให้เราทุกข์หรือไม่สบาย ก็ลองพอประมาณกับสิ่งที่เราเป็น ที่เรามี แล้วเราจะรู้จักความสุขที่แท้จริง :)