"ชีวิตคนเราต้นทุนไม่เท่ากัน" 

...... คนเราทุกคนนั้นเกิดมามีต้นทุนชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ไม่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฐานะ ครอบครัว หรือสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของแต่ละคน ซึ่งจะไม่เท่ากัน เพราะคนเราทุกคนนั้นเราเลือกเกิดเองไม่ได้ แต่สามารถเลือกที่จะทำได้ เลือกที่จะสร้างต้นทุนชีวิตของเราให้ขึ้นมาใหม่งอกงามมาใหม่ได้ด้วยตัวของเราเอง บางคนมีต้นทุนในชีวิตที่ดีกว่าสูงกว่าก็อาจจะไปถึงเป้าหมายของตัวเองได้เร็วกว่าแต่ก็ไม่ใช่กับว่าทุกคนถึงแม้ว่าเขาจะมีต้นทุนที่ดีกว่าแต่ถ้าเขาไม่มีความเพียงพยายามและไม่ลงมือ เขาก็อาจจะไปได้ช้ากว่าคนที่มีต้นทุนที่ตำ่กว่าแต่เขามีความพยายามและมีความตั้งใจ ต้นทุนในชีวิตของเรานั้น คือ ประสบการณ์ในชีวิตที่ที่เราได้พบเจอในชีวิตแต่ละวัน เราต้องรู้จักทบทวนตัวเองในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน แต่ละเดือน หรือแต่ละปี ของตนเอง ว่าสิ่งที่ผ่านมานั้นเราได้เรียนรู้และได้พบเจอกับประสบการณ์ในตนเองในเรื่องอะไรบ้าง ที่สามารถทำให้เรารู้จักมีต้นทุนในชีวิตที่ดีขึ้นเพิ่มขึ้น

....ดิฉันคิดว่าต้นต้นทุนในชีวิตของดิฉันนั้นก็ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้แย่ หรือไม่ดีเลยแต่ดิฉันคิดว่าต้นทุนของดิฉันนั้นอาจจะดีกว่ากับคนอีกหลายๆคน ที่เขามีต้นทุนที่แย่กว่าอีก เพราะดิฉันนั้นยังโชคดีที่เกิดในครอบครัวมีทั้งพ่อ แม่ พี่ ที่คอยดูแล ถึงแม้ครอบครัวของเรานั้นจะเป็นครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะที่ดี รำ่รวย มั่งมี แต่ดิฉันก็พอมีอยู่ มีกิน มีใช้แบบไม่ขาดสนเลย ดิฉันคิดว่าชีวิตที่เป็นอยู่แบบนี้ ดิฉันพอใจกับสิ่งนี้มากแล้ว เพราะทุกวันนี้ดิฉันมีครอบครัว และพี่ ที่คอยส่งเรียน คอยสนับสนุนให้ทุกอย่าง คอยจัดการให้เกือบทุกอย่าง เพราะตอนนี้ดิฉันมีหน้าที่เรียนและทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ตั้งใจเรียน ขยันหมั่นเพียง เพื่ออนาคตของเราเอง และเพื่อครอบครัวของตนเอง ช่วงปิดเทอมดิฉันเคยคิดว่าจะไปหางานทำเพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ของครอบครัว แต่ดิฉันไม่เคยได้ไปสักครั้งเลย ได้กลับไปอยู่ที่บ้านทุกปี เพราะครอบครัวคงจะเป็นห่วงกลัวเรายังดูแลตัวเองไม่ได้ แต่คิดว่าเราโชคดีมากที่ครอบครัวคอยจัดการให้ทุกอย่าง แต่คิดว่าเราอยากทำงานช่วงปิดเทอมอยากหาประสบการณ์บ้าง อยากเข้ากับสังคนใหญ่ ๆอยากมีเงินเก็บมีใช้ด้วยแรงที่เราหามาเองมากกว่า เพราะจะทำให้เรารู้จักเก็บ ใช้อย่างประหยัดมากกว่า และจะทำให้ตัวเองมีความภูมิใจในตัวเองมากกว่า เพราะเป็นเงินที่เราหามาด้วยตัวเอง แต่ช่วงปิดเทอมดิฉันอยู้บ้าน ช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของพ่อแม่บ้าง เท่าที่จะทำได้  ดิฉัคือคนสุดท้ายของครอบครัวที่ยังเรียนอยู่ เพราะคนอื่นจบกันแล้ว และคือความหวัง สุดท้ายของครอบครัว ดิฉันคิดว่าจะต้องทำได้ จะต้องเรียนจบ และมีงานทำ และจะดูตัวอย่างจากพี่ ๆ ที่ผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว พี่ๆ ทำได้ เราคิดว่าเราต้องทำได้ บอกกับตัวเองเสมอว่าจะต้องมีความพยายามให้มากกว่านี้เพื่ออนาคต และความสำเร็จในวันข้างหน้าของเรา 

......ขอบคุณครอบครัวที่คอยเติมเต็มคอยมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ สัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แล้วจะกลับไปดูแลพ่อแม่ กลับไปตอบแทนบุญคุณท่าน จะเอาใบปริญญาไปฝากให้ได้

......ชีวิตคนเรา เราต้องก้าวไปข้างหน้า แม้มันจะไม่ได้สวยงามก็ตาม

......ต้นทุนชีวิตที่ดีที่สุด คือ การรู้จักแบ่งปัน และการมีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆน้อยๆ ถ้าเราทำในสิ่งนี้ได้ จะเป็นต้นทุนชีวิตที่ดีกับตนเอง