เช้าวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ในการประชุมสภาวิทยาเขตหาดใหญ่ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีการนำเสนอตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ที่ได้รับรางวัล อาจารย์ต้นแบบด้านการสอน ของ ควอท. ประจำปี ๒๕๖๒ คือ อ. ดร. ธเนศ ปานรัตน์ ที่ผมเคยเล่าไว้ที่ (๑)
ผมได้ฟัง ดร. ธเนศ เล่าวิธีคิดในการทำหน้าที่ครู ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ และได้ขอ PowerPoint ที่ท่านใช้นำเสนอกลับมาด้วย รวมทั้งได้บันทึกเสียงเอามาฟังทบทวนประกอบการเขียนบันทึกนี้ โดยเขียนในลักษณะตีความ ซึ่งจะตีความถูกหรือผิดท่านผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ
เป้าหมายสำคัญยิ่งของอุดมศึกษาคือการสร้างคนดี มีความสามารถให้แก่บ้านเมือง และการสร้างโดยวิธีเดิมๆ ไม่ได้ผล ต้องใช้วิธีใหม่ หลักการใหม่ อาจารย์ที่เราต้องการคือ อาจารย์แบบ ดร. ธเนศ นี่แหละ หากทำได้ เราควรเปลี่ยนอาจารย์ทั้งหมดของมหาวิทยาลัยให้เป็นแบบ ดร. ธเนศ โดยทักษะแรกคือ ทักษะเข้าใจศิษย์ และจัดการเรียนรู้ในรูปแบบที่สอดคล้องกับนิสัย ความชอบ หรือจริตของศิษย์ โดยเฉพาะสภาพที่คนหนุ่มสาวสมัยนี้สมาธิสั้น ไม่ชอบฟังอาจารย์สอนนานๆ ชอบเรียนโดยลงมือทำ ชอบการเรียนที่สนุก ชอบแสดงออก
ทักษะที่สองคือ ทักษะความอดทนต่ออนิษฐารมณ์จากการโดน นศ. “Feet back” คือนักศึกษาสมัยนี้เขาไม่เกรงใจอาจารย์ ไม่พอใจเขาก็บอกตรงๆ ผมได้ฟัง ดร. ธเนศ เอ่ยวิธีการเผชิญของท่าน ๒ ครั้งแล้ว ท่านบอกว่า ให้อ่าน feedback ตอนเย็น เพราะเป็นช่วงที่สมองล้า การรับรู้ไม่มาก อ่านแล้วนอนหลับรุ่งขึ้นก็ลืม แต่หากอ่านตอนเช้า สมองไวรับรู้มาก จิตใจจะหดหู่ไปตลอดวัน หรือหลายวัน
ทักษะที่สาม ทักษะการจัดการเรียนรู้ที่ทั้งสนุก ท้าทาย และได้ฝึกความสร้างสรรค์ ท่านแบ่งช่วงเวลา ๑ ภาคการศึกษา ๑๖ สัปดาห์ออกเป็น ๒ ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนแรกเรียนสาระวิชา ส่วนที่สองฝึกเอาความรู้ที่เรียนไปใช้ทำโครงงานที่ท้าทาย และมีโอกาสเอาไปประกวดได้รับรางวัล
ส่วนแรก ๘ สัปดาห์นั้น เรียนแบบ Flipped Classroom (ห้องเรียนกลับทาง – ๒) คือบอกให้ นศ. ไปดู MOOC ส่วนที่ต้องการเรียนเป็นพื้นฐานความรู้มาก่อน ใช้เวลาดูเพียง ๕ - ๘ นาทีเท่านั้น โดย นศ. รู้ว่า นั่นเป็น prerequisite สำหรับการเรียนในชั้นเรียน เพื่อการเรียนรู้อะไร เพื่อประโยชน์อะไรต่อ นศ. จะเห็นว่า นศ. ของ ดร. ธเนศ เรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย และ ดร. ธเนศเองก็มีความรู้เรื่องตัวช่วยการเรียนทฤษฎีของ นศ. จาก online course จำนวนมากมาย นำมาใช้ประโยชน์ ดังแสดงในรูปที่ ๒
โปรดดูรูปที่ ๓ ครึ่งทางซ้ายเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ช่วง ๘ สัปดาห์แรก จะเห็นว่ามีกิจกรรม ๒ ส่วน คือ กิจกรรมก่อนเข้าชั้นเรียน กับ กิจกรรมในชั้นเรียน และกิจกรรมในชั้นเรียนก็มี ๒ ส่วน คือ ส่วนการอภิปราย หรือเล่นเกมเพื่อเรียนรู้ กับส่วนทำกิจกรรม โดยกิจกรรมมีความหลายหลายมากตามซีกขวามือ ตามหัวข้อสีแดง Class Activities for Active Learning
ทักษะที่สี่ ทักษะการประเมินและ feedback ทั้งเพื่อการเรียนรู้ของ นศ. และของ อจ. โปรดดูรูปที่ ๔ จะเห็นว่าท่านใช้ IT ช่วยแสดงให้เห็นความก้าวหน้าในการเรียนของ นศ. เป็นรายคน จากการประเมิน ๓๖๐ องศา ผมตีความว่า รูปนี้แสดงวิธีการประเมินและ feedback ในมหภาค ยังต้องการการประเมินและให้ constructive feedback แก่ นศ. ในจุลภาค เป็นรายคน และรายกิจกรรม ทั้งโดยตัวเอง โดยเพื่อน และโดยครู
ที่ ดร. ธเนศเล่าทั้งหมดนั้น ผมตีความว่า สะท้อนภาพการเปลี่ยน learning platform ให้เหมาะต่อผู้เรียน และเหมาะต่อเป้าหมายการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ และสะท้อนภาพการทำหน้าที่ “ครูเพื่อศิษย์” แห่งศตวรรษที่ ๒๑ ที่มี High Expectation, High Support ฝังอยู่ภายในกระบวนการการเรียนการสอน โดย ดร. ธเนศ ไม่ได้เอ่ยถึง
ผมเสนอต่อสภาวิทยาเขตหาดใหญ่ ของ มอ. ว่า ควรจัดทีมอาจารย์ที่มีอิทธิบาท ๔ ต่อเรื่องการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ แบบ ดร. ธเนศ เป็นวิทยากรจัด workshop แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และวิธีการ รวมทั้งจัด IT Platform ให้อาจารย์ใช้ในกิจกรรมดังกล่าว และเป็นร่องรอยให้ทีมกลางเข้าไปค้นหา success story เล็กๆ เอามาสร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสนับสนุนการต่อยอด และการยกย่องหรือให้รางวัล โดยไม่ต้องทำเรื่องเสนอขอ
วิจารณ์ พานิช
๒๘ พ.ค. ๖๒
1
2
3
4