ภาครัฐกำลังลืมเลือนบทเพลงพระราชนิพนธ์..ครูเท่านั้น..ที่ต้องปลุกจิตสำนึกนี้ขึ้นมาเพื่อปลอบปลุกใจตนเองและกระตุ้นเยาวชนให้รักชาติ ถึงเวลาที่จะต้องปัดฝุ่น”สยามนุสสติ ไปจนถึง”ความฝันอันสูงสุด”เพื่อให้คุณธรรมนำชีวิตครูไทย

         งานของครูประจำชั้น..ในโรงเรียน..ไม่ว่าประเทศในโลก ไม่น่าที่จะแตกต่างกันมากนัก..งานสอนในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าอาจกว้างยาวไม่เท่ากัน แต่ครูสามารถสร้างบรรยากาศของการสอนได้ด้วยตัวครูเอง เพื่อให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบความสำเร็จ

    ปัจจุบัน..การสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่จำเป็นต้องเน้นเอกสาร เพราะการสอนผ่านการเคลื่อนไหวของครู ผนวกสื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสาระนั้นๆ

        ยิ่งการศึกษาก้าวไกลมากเพียงใด? แต่ก็ยังปรากฏเรื่องแปลกๆ ที่ครูไทยยังเหน็ดเหนื่อยและท้อถอยกับภาระงานการสอน แสดงให้เห็นว่าครูยังมีงานแทรกซ้อนใช่หรือไม่

        สิ่งที่น่าสนใจก็คือ..ใครเป็นคนคิดงานที่ไม่ใช่งานสอนให้แก่ครู..และใครที่ทำให้พื้นที่กิจกรรมในห้องเรียน..เกิดช่องว่างที่ไม่ก่อให้เกิดคุณภาพในตัวผู้เรียน..

        ผมคิดว่า..ประเทศกำลังเดินหน้า การศึกษาในระดับรากหญ้า โดยเฉพาะในห้องเรียนสำคัญที่สุด โดยมีครู..ผู้มีหัวใจนำพาและต้องใช้ศรัทธานำทางเท่านั้น

        ผมในฐานะ..ผู้ที่ทำให้ดูและอยู่ให้เห็น ตลอดจนนิเทศและเสนอแนะครู เพื่อจุดประกายให้ครูเริ่มต้นและปรับทิศทางการสอน..เพื่อความสุขของครูและนักเรียน..

        ในระดับประถมต้น..ที่ภาษาไทยเป็นหัวใจสำคัญ ครูต้องให้นักเรียนสะกดคำ ถ้าเด็กสะกดไม่ได้ปัญหาอยู่ตรงไหน เด็กอาจจำสระไม่ได้ ครูควรใช้เพลงที่เกี่ยวข้องกับสระ ซึ่งมีอยู่มากมายในยูทูป..ถ้าห้องเรียนมีอินเตอร์เน็ต เรื่องแบบนี้จะเป็นเรื่องที่ง่ายในทันที

        ในแต่ละปี..มีเรื่องราวของไข้เลือดออกระบาดหลายครั้ง..ครูยังต้องประชาสัมพันธ์และบอกที่มาที่ไปของโรคอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า..ลองเข้าไปดูในกูเกิล..จะพบว่ามีภาพและเพลงที่เร้าใจ บอกเล่าเรื่องไข้เลือดออกตั้งแต่ต้นจนจบ เด็กฟังรอบเดียวเข้าใจได้

        ปีนี้..จุดเน้นมากมาย ถ้าครูไม่บูรณาการ งานจะแยกส่วนจนครูจับต้นชนปลายไม่ถูก เอาแค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว ครูต้องตอบให้ได้ว่าทำหรือยัง? การใช้บทเพลงประกอบการสอนเพื่อการสื่อสาร ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอีกต่อไปแล้ว..

        เพลงภาษาอังกฤษง่ายๆ กระตุ้นความสนใจมิใช่น้อย เช่นเพลงทักทาย เพลงบอกเวลาและอวัยวะต่างๆ ล้วนมีภาษาท่าทางชวนให้นักเรียนอยากเรียนรู้ ครูทำหรือยัง?

        เช่นเดียวกัน..เพลงประกอบจังหวะ..เพื่อการออกกำลังกายหรือนำเข้าสู่บทเรียน..ยักย้ายส่ายสะโพก..ยังมีความจำเป็นอยู่ใช่หรือไม่ ไม่ควรจะหายไปพร้อมๆกับBBL

        เหมือนที่ภาครัฐกำลังลืมเลือนบทเพลงพระราชนิพนธ์..ครูเท่านั้น..ที่ต้องปลุกจิตสำนึกนี้ขึ้นมาเพื่อปลอบปลุกใจตนเองและกระตุ้นเยาวชนให้รักชาติ ถึงเวลาที่จะต้องปัดฝุ่น”สยามนุสสติ ไปจนถึง”ความฝันอันสูงสุด”เพื่อให้คุณธรรมนำชีวิตครูไทย

        หากครูไม่ถนัด”ค่านิยม ๑๒ ประการ” ผมแนะนำเพลงเพื่อเด็กที่เก่ากว่านี้แต่ทันสมัยอยู่เสมอ“ค่านิยม”อาจดูเพ้อฝันและไกลตัว และเด็กควรรู้จักเรื่องใกล้ตัวขั้นพื้นฐาน จึงต้องร้องเพลง”หน้าที่เด็ก” เพื่อการเรียนรู้จากง่ายไปหายาก ครูทำหรือยัง?

        การศึกษาคือการลงทุน..แต่ผมก็ไม่ได้แนะนำให้ครูร้องเพลงด้วยตนเอง..รัฐลงทุนด้านตัวช่วยในห้องเรียนอย่างมากมายแล้ว..อยู่ที่ครูลงมือทำเท่านั้น

        บทเพลง..มีเนื้อหาสอนให้เด็กรู้ภาษา..เสียงและจังหวะ ช่วยพัฒนาทักษะชีวิต ให้เด็กมีจิตใจสุนทรีย์ มีการเติบโตด้านสมองที่พร้อมต่อการเรียนรู้..

        ครู..จะเป็นปูชนียบุคคลที่ยิ่งใหญ่ และสำคัญมากกว่าโครงสร้างหรือนวัตกรรมใดๆ ก็อยู่ที่ตัวครูเองว่าเรื่องง่ายๆใกล้ตัวที่มีคุณค่าต่อครูและเด็กนั้น...ครูทำหรือยัง?

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๔  มิถุนายน  ๒๕๖๒