“ยถาวาที ตถาการี รับปากอะไรใครไว้ก็ทำ”
ต้องยอมรับว่าในช่วงเดือนมีนาคม หลังการเลือกตั้งและเดือนมิถุนายน
62 กระแสการบ้านการเมืองของประเทศไทยเราที่ผ่านมามีเรื่องที่ทำให้ประชาชนหรือพลเมืองที่คอยติดตามการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐที่ถือว่าเป็นพรรคแกนนำหลักและพรรคร่วมมีปัญหาในการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีหรือปัญหาในการแบ่งกระทรวงแต่ละกระทรวงให้พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงหลักหรือกระทรวงเกรดเอ เช่น กระทรวงเกี่ยวกับความมั่นคง กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเศรษฐกิจ กระทรวงเกษตร กระทรวงพานิช กระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น แต่ละพรรคการเมืองก็ต้องการที่จะเข้าไปบริหารหรือนั่งในกระทรวงดั่งกล่าว เพราะว่าแต่ละพรรคการเมือง ก็มีนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ของพรรค ที่ได้ลงไปหาเสียงและสัญญาประชาคมไว้กับประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงก่อนการเลือกตั้ง 24 มีนาคม เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว พรรคได้รับโอกาสที่จะได้เข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (บิ๊กตู่ 2 ) ก็ยากจะนำนโยบายดั่งกล่าวไปสู่ภาคปฎิบัติให้เป็นรูปธรรม เพื่อความอยู่ดี กินดีของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็มิใช่เรื่องแปลกที่พรรคการเมืองหรือนักการเมืองฝ่ายที่ร่วมรัฐบาลที่ใช้ปฎิภาณไหวพริบช่วงชิงกระทรวงเกรด เอ มาอยู่ในการกำกับดูแลของพรรคตนเอง เพื่อหวังผลในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในอนาคต แต่ว่าการจะประสานให้แต่ละพรรคการเมืองหรือตัวแทนของพรรคยอมรับ มิใช่เรื่องง่าย แต่ว่าด้วยวิสัยทัศน์ หรือว่าภาวะความเป็นผู้นำของพรรคพลังประชารัฐ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่อาศัยประสบการณ์ที่ทำงานมาอย่างยาวนานในภาคราชการ และนายกรัฐมนตรี 5 ปีเศษ ตั้งทีมงานประสาน (ดีล) พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลบางพรรคที่มีปัญหาในเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีบางกระทรวงยังไม่ลงตัว เพื่อเคลียร์ปัญหาให้ลงตัว บุคคลที่จะมีบารมีหรือได้รับการยอมรับจากบุคคลทั่วไปและบุคคลในวงการธุรกิจหรือนักการเมืองโดยทั่วไป ที่จะไปประสานหรือเคลียร์ปัญหาดั่งกล่าว คงหนีไม่พ้นบุคคลสำคัญใน พ.ศ. นี้ นั่นก็คือ
"ผู้กองธรรมนัส" ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เขต 1 ประธานมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล และประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ จบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 25 นายร้อย จปร. รุ่น 3
กล่าวโดยสรุป : วันนี้”ผู้กองธรรมนัส”ไม่เพียงเป็นประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรค และเป็นส.ส.พะเยา เขต 1 แต่เขายังเป็น “ธรรมนัสผู้สยบพายุ” จบความวุ่นวายในการจัดโผ ครม. (บิ๊กตู่ 2) หรือเป็น “มือประสานสิบทิศ” ตัวยืนสำคัญที่ทำให้ ครม. ชุดใหม่ของรัฐบาลปิดจ๊อบลงแบบไม่บาดเจ็บ ในเรื่องนี้เป็นมหากาพย์ยังคงถูกกล่าวขานอีกยาวนาน
ถ้าถามว่านี่คือการใช้บารมี หรือเพาเวอร์หรือไม่ เจ้าตัวบอกอย่าพูดแบบนั้น แต่เรียกว่าใช้เครือข่ายคอนเนกชั่นที่สะสมมานานหลายปีมากกว่า ที่สำคัญเป็นคนรักษาคำพูด “รับปากอะไรใครไว้ก็ทำ” บางอ้อมันอยู่ตรงนี้!!