นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้รับโพสการ์ด

Postcard ยังคงคลาสสิคเสมอ........

เมื่อการสื่อสารในโลคยุค IT ที่มี Application ที่ใช้สื่อสาร ส่งข้อมูล และเรื่องราวได้รวดเร็วแค่เพียงมีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์และอินเตอร์เน็ต ก็สามารถส่งผ่านข้อมูล รูปภาพ วีดิโอ ไปยังผู้รับได้เพียงไม่กี่วินาที แต่ในยุคนี้เอง ที่ความ “ดั้งเดิม”  ที่ยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างการส่งจดหมายไปรษณีย์หรือการส่งโพสการ์ดให้กัน ยังมีมนต์เสน่ห์ไม่น้อย เพราะเมื่อความดั้งเดิมเหลือน้อยลง ก็ยิ่งเห็นถึงความมานะหรือความตั้งใจของฝ่ายผู้ส่งสาร ที่เหมือนล้าสมัย แต่ใส่ใจลงไปอย่างงดงาม

....กลับมาจากต่างจังหวัด เห็นโพสการ์ดวางไว้ที่โตะทำงาน  Have  a nice Vocation! Let’s see us next trip! ….เรื่องราวของโพสการ์ด คงไม่ได้หมายถึงการอวดอ้างว่าได้ไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังหมายถึง ความรู้สึกนึกคิดที่ส่งไมตรีจิตมาให้กัน เสมือนเชื้อเชิญว่า หากมีโอกาส เรามาเที่ยวพักผ่อนด้วยกันนะ (เหมือนที่เคย)  และอีกอย่าง คงอยากจะบอกว่า “หากฉันแบ่งความสุขให้คุณได้ ฉันจะฝากมันมาให้กับโพสการ์ดใบนี้”

... ทำให้คิดถึงตอนเด็กย่างเข้าวัยรุ่น ที่ฟังวิทยุในช่วงเช้า ค่ำ และวันหยุดสุดสัปดาห์ ในช่วงปี 2540 – 2545 ผมยังเขียนจดหมายส่งไปยังเพื่อน ๆ  ที่สำคัญ ยังเขียนจดหมายไปขอเพลงที่สถานีวิทยุในเขตเมือง เพื่อมอบเพลงให้เพื่อนหรือคนสำคัญที่ทั้งเอ่ยนามและไม่อาจกล่าวชื่อ เพื่อนหลายคนฟังวิทยุที่บ้าน พอมาถึงโรงเรียน ก็ยังพูดหยอกเอินกัน ให้พอได้ขวบเขินอยู่ตามธรรมเนียม ดีเจผู้จัดรายการ ก็มักจะต้อเป็นผู้พูดที่มีลีลาเชื้อชวนให้ชวนฟัง และแทบจะทุกคน เราไม่มีโอกาสได้รู้จักหน้าตาเขาเลย มีเพียงจินตนาการไปว่า หน้าตารูปร่างน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่เราก็เป็นแฟนคลับของดีเจ ที่วัยรุ่นยุคนั้นในพื้นที่นั้น ๆ (ที่รับคลื่นสัญญาณได้) ชื่นชอบและกล่าวถึง

ไม่รู้ว่าระบบไปรษณีย์ที่จะช่วยส่งจดหมายหรือโพสต์การ์ดจะอยู่กับพวกเราไปได้นานแค่ไหน แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงมีประสบการณ์ที่ดีกับไปรษณีย์ที่ช่วยส่งสาร “ความรัก ความสุข ความทรงจำ”

ณ  มอดินแดง

๑๒  มิถุนายน  ๒๕๖๒  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเรื่องราวไร้สาระ(Open Diary)



ความเห็น (0)