๙๔๕. วันเกิด...ลูกชาย

วันเกิดลูกชาย..ผมไม่มีของขวัญจะให้เขา นอกจากคำ “ขอบคุณ”ที่ทำกับข้าวให้ผมทานทุกมื้อและทุกวัน..เป็นพิเศษอยู่เสมอในมื้อเช้าและมื้อเย็น..

         ผมเขียนถึงลูกชายคนโตบ่อยมาก จริงๆแล้วไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ผมมีความคิดเห็นเป็นกลางๆ รักและภูมิใจพอประมาณ แต่ที่ต้องบันทึกไว้ เพราะเป็นวันเกิดของเขา..ในวันที่เขาย้ายมาอยู่กับผมแล้ว..

    ย้ายมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ ผมยังไม่ได้เลี้ยงต้อนรับ รอให้โรงเรียนและคณะครูมีความพร้อมและมีความลงตัว..อย่างเช่นวันนี้

        ผมจะเลี้ยงส่งครูและต้อนรับครูใหม่..แม้จะไม่บ่อย แต่รวมแล้วก็หลายครั้งในรอบ ๑๐ ปี..แต่ที่เลี้ยงครูและทานข้าวร่วมกับครูเป็นประจำก็ตอนก่อนที่จะปิดภาคเรียนของทุกปี..

        จริงๆแล้ว ผมเองก็ไม่ใช่คนที่ประหยัดอะไรมากมายนัก แต่ชอบที่จะ “พอดี” และพอเพียง”มากกว่า จึงต้องวางแผนแบบที่ไม่ต้องรีบเร่งในการเลี้ยงต้อนรับครูใหม่ผู้เป็นลูกชาย..อย่างเป็นทางการ..

        เหมือนจะรอ..ให้เขาจบ ป.โท. และด้วยจังหวะของการเรียน ทำให้เขาเรียนจบพอดี หลังจากส่งงานและสอบจบ..เป็นที่เรียบร้อย

        เปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ โดยเฉพาะต้นเดือนมิถุนายนของทุกปี ผมจะไหว้ศาลพระภูมิของโรงเรียน เซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทางและสิ่งศักด์สิทธิ์ เป็นการประเดิมเริ่มต้นบริหารจัดการศึกษา..เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผมและครูทุกคน

        ผมเลือกวันนี้..๑๑ มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเกิดของลูกชาย และเป็นวันเดียวกับที่ครูธุรการคนใหม่ซึ่งสอบได้..มารายงานตัวพอดี ไหว้ศาล..พร้อมกันเลยในวันนี้

        จากนั้น..ก็ไปทานมื้อเย็นด้วยกัน เชิญประธานกรรมการโรงเรียนไปด้วย นัดหมายกันไม่เกินสี่โมงเย็น..หากเย็นกว่านี้ครูจะเดินทางกลับบ้านด้วยความลำบาก

        ผมให้ครูหนึ่ง..ลูกชาย..เป็นคนสั่งอาหาร ณ ร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุด และมีบรรยากาศแบบลูกทุ่งๆ ซึ่งมีอยู่ร้านเดียวของอำเภอ..ลูกชายเลือกอาหารที่คิดว่าเพื่อนครูชอบ..

        ประกอบด้วย..ปลาทับทิมทอดสมุนไพร แกงส้มชะอมทอด ยำวุ้นเส้น และแกงป่าหมูป่าแบบน้ำขลุกขลิก และไม่เผ็ดมากนัก..

        ผมให้เพื่อนครูสั่งอาหารเพิ่ม แต่ทุกคนบอกว่าอิ่ม ขอเป็นไอศกรีมจะดีกว่า ผมสงสัยนิดนึงว่าทำไมอิ่มกันเร็วจัง ครูมีธุระหรือไม่อร่อยกันแน่..

        ผมเก็บความสงสัยไว้ไม่นาน เห็นลูกชายทานได้น้อย ตื่นเต้นหรือตื้นตันที่ผมพามาทานข้าวพร้อมเพื่อนครูทั้งโรงเรียน ผมก็เลยถามว่าอาหารเป็นไงบ้าง?

        ลูกชายบอกว่า..ไม่ค่อยอร่อยเท่าที่ควร..ผมทำอร่อยกว่านี้..ทำให้ผมคิดทบทวนว่าผมได้ทานอะไรไปบ้าง ก็รู้สึกว่ารสชาติคุ้นเคย ผมไม่ค่อยสนใจความอร่อยมากนัก..แค่ทานข้าวกับครูผมก็มีความสุขแล้ว..

        จะว่าไป..อาหารมื้อนี้..ดูดีที่แกงหมูป่า..แต่เผ็ดแหลมไปนิด ต้องทานกับไข่เจียวถึงจะเข้ากันดี ผมสั่งมา ๒ จาน ทานกันไม่หมด ผมก็เลยใส่ถุงกลับบ้าน ตั้งใจว่าจะทานเป็นมื้อเช้าพรุ่งนี้..

        วันเกิดลูกชาย..ผมไม่มีของขวัญจะให้เขา นอกจากคำ “ขอบคุณ”ที่ทำกับข้าวให้ผมทานทุกมื้อและทุกวัน..เป็นพิเศษอยู่เสมอในมื้อเช้าและมื้อเย็น..

        ลูกชายชอบทำกับข้าวมาตั้งแต่เรียนมัธยม..พอเรียน ป.ตรี ก็เริ่มเรียนรู้เรื่องอาหารจากยูทูป..ผมเห็นเขาลองทำอยู่หลายๆเมนู บางทีก็ชวนผมไปชิมในร้านอาหารต่างๆ เพื่อหาประสบการณ์..

        ถ้าเขาไม่มีแฟนสาว ถ้าเขาไม่คิดแต่งงานในต้นปีหน้า ผมอาจคิดว่าลูกชายผมเป็นกระเทยเป็นแน่แท้..แต่ตอนนี้ก็แค่เป็นหนุ่มใหญ่ที่พิสมัยเรื่องการทำอาหาร..เท่านั้น

        วันนี้..ผมเพิ่งออกปากชมลูกชายเมื่อออกมาจากร้านอาหาร..ก่อนหน้านี้ เห็นลูกพูดเปรยๆที่ในครัว แบบว่าวิธีทำอาหารเริ่มเข้ามือ คือถนัดมากขึ้น เพราะในครัวมีเครื่องปรุงครบและก็ดีใจที่เห็นพ่อทานได้ทุกอย่าง..

        ผมบอกว่า..ลูกทำกับข้าวอร่อย พ่อเกษียณแล้วไปเปิดร้านอาหารกันไหม? ลูกชายผมหัวเราะ..ผมชอบฝีมือนึ่งปลานิลของเขา ชอบผัดกระเพราทะเล และต้มยำรวมมิตร ที่ผมชอบเป็นพิเศษก็คือหมูกรอบ..มันช่างหวานกรอบอร่อยจริงๆ

        ล่าสุด..ก็มื้อเช้าที่ผ่านมา..รสชาติอาหารอร่อยลิ้นจนผมติดใจ จึงอดถามไม่ได้ว่าลูกทำได้อย่างไร?..ผัดผักกระหล่ำปลีธรรมดาๆแท้ๆ..แต่พ่อทานข้าวได้เยอะ..

        “ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผัดกระหล่ำปลีใส่กระเทียมกับน้ำปลา ..สูตรก็คืออย่าใส่น้ำปลาไปที่ผัก ไฟแรงแต่ไม่ต้องผัดนาน ให้เหยาะน้ำปลาไปข้างๆกระทะ แล้วผัดให้เข้ากัน..เท่านี้เองครับ...”

        ผมคิดในใจ..สุดยอดเลยลูก พ่อทำกับข้าวไม่เป็นซักกะอย่าง...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๑  มิถุนายน  ๒๕๖๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)