๙๓๖. พออย่างเข้าใจ..

บอกตัวเองไม่ให้ยึดติด..ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จะไม่อยู่กับเรานาน แต่ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ในสถานการณ์ใดก็ตามจงสัมผัสอย่างระมัดระวัง ไม่ลุ่มหลง วางตัววางใจอย่างพอดี มีสติและใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ..เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลง

         ผมเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียนมาแล้วหลายวัน..บอกตัวเองว่า”พอ”ในวันนี้ ทั้งพอประมาณ และมีเหตุผลว่าสมควรจะพอได้แล้ว ตลอดจนมีภูมิคุ้มกันบางอย่าง..ที่ช่วยแต่งเติมเสริมต่อให้พอดี..พองาม

    วันนี้..หมดเรี่ยวแรงตั้งแต่ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน แต่ก็ต้องรีบให้กำลังใจตัวเองด้วยการลงมือทำ..เท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะประชุมครูเพื่อเตรียมการเปิดเรียนอย่างเป็นทางการ ในวันอังคารที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒

        ผมเก็บกวาดห้องทำงาน จัดตู้เอกสาร แล้วลงมือกวาดหน้าอาคารที่ชื้นแฉะ มีเศษกิ่งไม้ใบไม้เต็มไปหมด..อันเนื่องมาจากลมฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วง

        โรงอาหารเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน หลังอาคารมีกิ่งสะเดาหักเกลื่อนกองระเกะระกะเต็มไปหมด ใบไม้แห้งถูกน้ำพัดพามากองไว้หน้าห้องส้วมของนักเรียน..

        ผมรู้สึกดีที่ไม่ได้เปิดเรียนในวันนี้ มิฉะนั้นทั้งครูและนักเรียนจะเหนื่อยมาก ยังมีเวลาสะสางให้สะอาด เพื่อต้อนรับการเปิดเรียน..ปีการศึกษา ๒๕๖๒

        ห้องเรียน ห้องพักครูและห้องธุรการ ตลอดจนหน้าอาคารมองเห็นความเรียบร้อย ผมพอใจแล้ว..ยังคิดว่า..ถ้าไม่ได้ทำมาก่อนหน้านี้..อะไรจะเกิดขึ้น

        เมื่อเดินดูสิ่งแวดล้อมโดยรอบอาคารพบว่า..ไม่มีสิ่งใดเสียหาย ย่างกรายไปที่สวนเกษตรและแปลงนา ไปหยุดยืนดูสระน้ำโรงเรียน จึงได้มองเห็นการเปลี่ยนแปลง..ที่เป็นสัจธรรม

        ที่ผ่านมาตลอดปิดเทอม ก็ทำให้มองเห็นอุปสรรค ในท่ามกลางความร้อนระอุและฝุ่นละอองมากมาย วันนี้..วิถีธรรมชาติมาช่วยชำระล้างทั้งภายในและภายนอก

        ภายใน..บอกให้เข้าใจว่าสมควร”พอ” ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน ทุกสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเหมือนฤดูกาล ไม่ร้อนและไม่แห้งแล้งตลอดไป

        ถ้าพออย่างเข้าใจ..ต้องใช้เหตุและผลประกอบกัน ทำงานอย่างพอประมาณ ไม่ต้องรีบร้อน ยังมีภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติที่ช่วยให้สดชื่น ให้รู้สึกอบอุ่นใจ..

        เปิดเทอม คือการเริ่มต้น..เฉกเช่นฤดูฝนที่มาเยือน เพื่อเริ่มต้นฤดูการทำนา เกษตรกร..ก็ต้องเรียนรู้และเตรียมการ ครูและนักเรียนก็เช่นเดียวกัน..

        น้ำฝน..คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้น้ำเต็มสระ เพื่อกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ของโรงเรียน น้ำในสระเพิ่มขึ้นเกือบ ๒ เมตร ถือเป็นการเริ่มต้นในแหล่งเรียนรู้ที่ผมคิดว่าสวยงามยิ่งนัก

        ต้นหญ้าและพืชผักริมสระ ถูกน้ำพัดพาลอยไปกลางสระ ออกดอกสะพรั่งบนพื้นสีเขียว คล้ายแพลอยน้ำ อีกไม่ถึง ๑ เดือน เชื่อว่าความอุดมสมบูรณ์ของน้ำคงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

        ภายนอก..ของโรงเรียน ถนนหนทางและต้นไม้ น้ำฝนได้สร้างสีสันให้สดใส มากกว่าทำลาย ขยะที่หลงเหลืออยู่ก็ถือเป็นเรื่องปกติวิสัย ยังไงก็เอาอยู่ เทียบไม่ได้กับน้ำฝนที่มีคุณค่า มาถูกที่ถูกเวลา สมกับที่รอคอย...

        การที่มีเวลาหยุดคิดและใคร่ครวญ เพื่อพอ..อย่างเข้าใจ ทำให้ใจเป็นสุข พร้อมที่จะก้าวต่อไป โดยที่ไม่ท้อ และมองแต่ด้านดีในวิถีทางแห่งธรรมชาติ

        เพื่อบอกตัวเองไม่ให้ยึดติด..ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จะไม่อยู่กับเรานาน แต่ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ในสถานการณ์ใดก็ตามจงสัมผัสอย่างระมัดระวัง ไม่ลุ่มหลง วางตัววางใจอย่างพอดี มีสติและใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ..เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลง

        ขอบคุณความรู้สึกดีๆ ในวิถีธรรมชาติที่ผ่านเข้ามา ช่วยให้คิดดีทำดี และนี่คือจุดเริ่มต้นของการศึกษาที่ถูกต้อง มองเหมือนฟ้าหลังฝนอันสดใส..ช่วยให้มีชัยไปกว่าครึ่ง

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๓  พฤษภาคม  ๒๕๖๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (1)

เห็นเรือ คิดถึงเรือที่บ่อปลาที่บ้านสวนค่ะ

หมายเลขบันทึก

661645

เขียน

13 May 2019 @ 21:27
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก