"จุดคานงัด"

หลายๆ ครั้งของการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นการศึกษาในระบบเสมอไป

สิบกว่าปีที่ทำหน้าที่การจัดการเรียนสอนนอกระบบ ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "R2R" ตัวเนื้อหาการเรียนรู้เป็นเรื่องของวิจัย 

แต่โจทย์สำหรับตนเองที่มองเป็นความท้าทายคือ ทำอย่างไรผู้เรียนถึงจะไม่รู้สึกว่ากำลังถูกใส่กระบวนการอะไรบางอย่างเข้าไป ให้ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ผลลัพธ์เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวบุคคล และการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ไม่มีความสุขเท่าการเปลี่ยนแปลงด้านในที่เปี่ยมสุขขณะที่ชีวิตดำรงอยู่ท่ามกลางภาระงานอันมากมาย

บ่ายวันนี้ฉันนั่งทำงานบนโต๊ะตัวสูงและก้าวอี้ตัวยาว มันช่างให้ความรู้สึกเหมือนแยกตัวเองจากผู้คน ทั้งที่โต๊ะรอบด้านไม่มีว่างสักตัว เสียงพูดคุยก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกรำคาญใดๆ เลย จิตใจของฉันยังจดจ่ออยู่กับผลงานวิจัยของคนทำงานตัวเล็กๆ ที่ส่งมาให้อ่านมากมาย เมื่อได้อ่านก็เห็นความงามที่ซ่อนอยู่ภายใต้เรื่องราว หน้าที่ของฉันคือช่วยสะท้อนสิ่งที่พวกเขาสื่อมาถึงและผ่องถ่ายออกไปเป็นการงานเชิงวิชาการมากขึ้น

ทุกครั้งของการอ่านงานเหล่านี้มันยิ่งกว่าอ่านเปเปอร์วิจัยที่มีอิมแพ็คสูงๆ 

เพราะอะไรเหรอ? ก็เพราะสิ่งที่พวกเขาทำนั้นคือความจริง ที่เป็นความงามจากการพัฒนางานของเขาท่ามกลางความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยจากงานรูทีน (Routine) แต่หัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยการเรียนรู้และการกล้าก้าวย่างบอกเล่าสิ่งที่พวกเขาทำผ่านผลงานเชิงวิชาการที่เรียกว่า "วิจัย"

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา

ฉันคลุกคลีอยู่กับการงานชิ้นนี้ จนบางวันอ่านมาก จนลืมนอน พอรู้ตัวอีกครั้งก็ดึกมากตื่นเช้าตามนาฬิกาชีวิตหน้าจะบวมๆ หน่อยถุงใต้ตาก็จะพองขึ้น แต่หัวใจของฉันมีความสุข วันนี้ก็เช่นเดียวกัน "หัวใจของฉันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม"

ฉันคุยกับเพื่อนที่รักของฉันเราเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่จากการเรียนรู้ของเราที่ผ่านการกระทำต่างๆ ที่ไม่เหมือนผู้คนทั่วไป เหล่านี้ว่า "จุดคานงัด" คือ สภาวะการณ์ที่แตกต่างๆ ออกไปจากวิถีเดิมๆ ความคิดความเชื่อเดิม ทางวิจัยจะเรียกว่า ข้อค้นพบใหม่ แต่สำหรับฉันแล้ว "จุดคานงัด" คือการที่บุคคลถูกเบ้าหลอมของการเรียนรู้ไปสู่การเปลี่ยนแปลง มีความกล้าหาญและมีอิสระภาพที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่เคยทำให้แตกต่างไปจากเดิมจนเกิดเป็นความเจริญงอกงามในวิถีชีวิตที่ผ่านการเรียนรู้อย่างแท้จริง

ทุกๆ วันที่ผ่านไป

หัวใจของฉันมันจะว่างๆ ไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย มีแต่พลัง หลายคนสงสัยว่าพลังเหล่านี้มาจากไหน ฉันก็มักจะบอกพวกเขาเสมอว่า "พลังแห่งความตื่นรู้และเบิกบาน" ที่เกิดขึ้นในทุกขณะจิตที่ฉันได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และเต็มใจในการสัมพันธ์กับผู้คนและสิ่งต่างๆ รอบตัว