เรื่อง อิสรภาพทางด้านการเงินที่แท้จริง
เขียนโดย... สอนลอ โสตุกี ( Sonelor Sotouki )
แปลโดย...อุทัย เอกสะพัง ( Uthai Eksaphang ).
อิสรภาพทางด้านการเงินคืออะไร..? หลายคนบอกว่า อยากเป็นอิสรภาพทางด้านการเงิน แต่คุณรู้ไหมว่า อิสรภาพทางด้านการเงินคืออะไร คือ การสร้างรายรับได้มากกว่ารายจ่ายของคุณในแต่ละเดือน โดยไม่ต้องพึ่งพาแรงงานของคุณนั้นเอง คุณงงไหม..?
อิสรภาพทางด้านการเงิน คือ การที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย นอนอยู่บ้านก็มีผู้หาเงินให้คุณและเงินจำนวนดังกล่าว คุณสามารถนำไปจ่ายในแต่ละวัน แต่ละเดือนได้แบบไม่ต้องง้อใคร ถามว่า มันเป็นไปได้อย่างไร อยู่ว่าง ๆ ไม่ต้องทำอะไรแล้วได้เงินมาสร้างชีวิต ได้เงินไปเที่ยวก็คือมันเป็นไปได้และมีคนหลายคนที่มีชีวิตแบบนั้น
แต่มันไม่ใช่จะได้มาแบบง่าย ๆ มันมีวิวัฒนาการและมีขั้นตอนของมันและไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้อย่างนั้น อิสรภาพทางด้านการเงินคือปลายทางไม่ใช่ต้นทาง คุณอยากมีชีวิตแบบนั้น คุณต้องได้เรียนรู้วิธีของมันและต้องมีการเริ่มต้นมีระยะทางเหมือนกับการเดินทาง
สมมุติง่าย ๆ ถ้าคุณมีรายได้ 10 ล้านกีบต่อเดือน แต่คุณมีรายรับเข้ามา 15 ล้านกีบ โดยคุณไม่ต้องทำอะไรเลย คุณนำเงิน 15 ล้านกีบนั้นมาหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่มีออกหมดแล้วคุณก็ยังมีเงินอยู่ 5 ล้านกีบ
คุณสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องรายจ่าย คุณอาจจะเอาไปบริจาค เอาไปเที่ยว เอาไปลงทุนต่อหรือทำอะไรก็ได้ ซึ่งตอนนั้นถือว่า คุณได้เป็นอิสรภาพด้านการเงินที่แท้จริง
ถามว่า คนรวยและคนที่มีอิสรภาพทางด้านการเงินต่างกันหรือเหมือนกัน..? ตอบต่างกัน คนรวยหรือคนมีเงินส่วนมากไม่ได้เป็นอิสรภาพทางด้านการเงิน เพราะต้องได้ทำงานหนักเพื่อนำพาลูกน้องและบริษัทของตนให้ก้าวไปได้ คุณเห็นไหม..? คนรวยและเศรษฐีส่วนมากเขาเกือบไม่มีเวลาให้ครอบครัว ไม่มีเวลาไปเที่ยวเลย อย่างนี้แสดงว่าเขารวย แต่เขายังไม่มีอิสรภาพทางด้านการเงิน ซึ่งบางทีเขาอาจเป็นได้แล้ว แต่เขายังไม่ยอมเป็นก็มี
ส่วนคนที่มีอิสรภาพทางด้านการเงินไม่จำเป็นต้องเหมือนเศรษฐีก็ได้ คุณอาจเป็นคนระดับกลางมีรายได้สม่ำเสมอ มีทรัพย์สินเพื่อการลงทุน ที่สามารถสร้างรายรับเพียงพอต่อรายจ่ายของคุณเท่านั้นแล้วรายได้และทรัพย์สินเหล่านั้นคืออะไร เพื่อเติมเต็มเกี่ยวกับรายได้ในที่นี้ ดังที่คุณรู้แล้วว่า รายได้ในชีวิตประจำวันของพวกเรา จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ
ทางตรง ( Active Income )
ทางอ้อม ( Passive Income )
1.รายได้ทางตรง เป็นรายได้ที่มาจากการใช้แรงงานและสติปัญญาของคุณนั้นเอง เมื่อคุณทำงานคุณก็มีรายรับได้เป็นเงิน แต่การสร้างรายได้เหล่านี้คุณจะไม่ได้เป็นอิสรภาพทางด้านการเงิน
2.รายได้ทางอ้อม
เป็นรายได้ที่ไม่ต้องพึ่งพาแรงงานของตัวเองแต่คุณก็มีรายได้เข้ามาเป็นปกติ แต่รายได้ทางอ้อมมันเป็นรายได้ที่คุณไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ เพราะคุณต้องได้สร้างทรัพย์สินก่อน ซึ่งทรัพย์สินเหล่านั้น นักการเงินกล่าวว่า ทรัพย์สินเพื่อการลงทุน เป็นทรัพย์สินที่สามารถสร้างเงินได้ด้วยตัวมันเอง เช่น หุ้นสามัญ อสังหาริมทรัพย์และอื่น ๆ หุ้นสามัญ อสังหาริมทรัพย์ สามารถสร้างเงินได้ด้วยแบบใด..?
ตัวอย่าง
คุณซื้อหุ้นบริษัทไฟฟ้าลาว คุณจะได้รับเงินปันผลทุก ๆ 6 เดือน โดยที่คุณไม่ต้องใช้แรงงานอะไรเลย คุณลงทุนทำห้องแถวให้เช่า แต่ละเดือนคุณมีแต่เดินไปเก็บค่าเช่า คุณไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่เสียเวลา ไม่ได้ออกแรงงานในการสร้างรายรับเหล่านั้นใช่ไหม..? อย่างนี้ผมพูดว่า รายได้ทางอ้อม ที่สามารถทำให้คุณกลายเป็นคนมีอิสรภาพทางด้านการเงินได้ แต่คุณต้องได้สร้างทรัพย์สินก่อน
สมมุติ คุณอยากมีรายรับ 10 ล้านกีบต่อเดือนโดยไม่ต้องทำอะไรเลย คุณสามารถทำได้แบบใด..?
1.ฝากเงิน จำนวน 2,100,000,000 กีบไว้ธนาคารและได้ดอกเบี้ย 5.59% ต่อปี
2.ลงทุนซื้อหุ้น 1,200,000 กีบ โดยได้รับเงินปันผลเฉลี่ย 10 % ต่อปี
3.ฝากเงินจำนวน 1,000,000,000 กีบกับสถาบันการเงินจุลภาค และได้อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี
4.ลงทุนซื้อที่ดินและทำห้องเช่า 600,000,000 กีบ ได้อัตราผลตอบแทนจากการเก็บค่าเช่า 20% ต่อปี
ข้อนี้ขึ้นกับความสามารถในการคัดเลือกที่ดินและการบริหารต้นทุนของผู้ลงทุน
โอ้พระเจ้า...เงินระดับพันล้านจะมีปัญญาหามาแต่ที่ไหน..?ชีวิตติดล้อ มนุษย์เงินเดือนธรรมดา 10 ล้านกีบยังไม่มี 1,000 ล้านนี้ฟังแล้วมันยังเป็นสิ่งไกลตัวมาก รู้สึกเหมือนฝันอยู่เลย ไม่เป็นไร ทุกอย่างมันเป็นไปได้ ผมมีแนวทางให้คุณไปลองทำดู แต่คุณสามารถทำได้มีรายรับ 10 ล้านกีบต่อเดือนโดยไม่ต้องทำงานอะไรเลยนั้นทำได้หรือไม่..? เพราะมันขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ และขึ้นกับตัวคุณเองซึ่งแน่นอนว่ามันมีความเสี่ยงสูงหลายอย่าง แต่คุณสามารถเลือกเดินทางที่จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จได้ซึ่งมีประกอบ 3 ปัจจัย เช่น
ปัจจัยที่ 1 การสร้างเงินออม
เริ่มจากการสร้างเงินออมเพื่อเก็บก่อน การสร้างเงินออมคือก้าวแรกในการสร้างความมั่งคั่ง ถ้าเดี๋ยวนี้คุณไร้เงินแต่คิดจะลงทุนจะทำอย่างไร..? ทางออกที่ดีที่สุดคือการสร้างเงินออม เมื่อคุณมีรายรับน้อย คุณก็ออมไว้น้อย แล้วค่อยออมเพิ่มมากขึ้นตามลำดับทำอย่างนี้สม่ำเสมอคุณจะเห็นเงินก้อนโตขึ้นคุณจะรู้สึกภูมิใจและมีกำลังใจออมต่อไป ถ้าคุณเก็บไว้เดือนละ 200,000 กีบ ใน 1 ปีคุณจะมี 2,400,000 กีบ ถ้าคุณเก็บไว้เดือนละ 2,000,000 กีบ คุณจะมีเงิน 24,000,000 ต่อเดือน คุณจะมี 60,000,000 กีบต่อปี สมมุติว่า ถ้าคุณออมไว้กับตัวเองหรือคุณไปเปิดบัญชีเงินฝากและเก็บสะสมไว้ในธนาคารคงจะได้มากกว่านี้นิดหนึ่ง
แต่ขอบอกว่าน้อยที่สุด เพราะถ้าคุณฝากแบบสะสมเป็นรายเดือนโดยฝากหนึ่งปีคงเกือบไม่เห็นตัวเลข
ปัจจัยที่ 2 การลงทุน
เมื่อออมได้แล้วคุณนำเงินนั้นไปลงทุนต่อ เช่น ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่ให้เงินปันผลทุก ๆ 6 เดือน ซึ่งเป็นอัตราเงินปันผลที่ความเป็นจริงแล้วต้องสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก แต่อย่าลืมว่า การลงทุนทุกอย่างล้วนแต่มีความเสี่ยง คุณต้องหมันศึกษาให้เข้าใจก่อนลงทุนอะไรก็ดี เมื่อคุณมีโอกาสจะได้รับมากขึ้นแต่ก็เสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน สมมุติว่า ถ้าคุณสร้างเงินออมได้ 60,000,000 กีบต่อปี และคุณนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อหุ้นสะสมไว้ในตลาดหลักทรัพย์ คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น
.........................................................

ถ้าคุณสามารถเก็บเงินได้วันละประมาณ 165,000 กีบ เดือนละ 5,000,000 กีบ หรือปีหนึ่ง 60,000,000 ล้านกีบ และคุณเอาเงินจำนวนนี้ไปซื้อหุ้นสะสมไว้ในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 12% ต่อปี ทุก ๆ ปี คุณก็สามารถมีเงิน 1,000 ล้านกีบ ได้ภายในระยะเวลา 10 ปี จากการเก็บสะสมไว้ในหุ้น แบบ DCA เลย
ปัจจัยที่ 3 ระยะเวลา
ดังที่กล่าวไปแล้ว ระยะเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ว่า คุณสามรถอดทนอดรวยได้หรือไม่..?
คุณคิดว่า 10 ปีมันนานเกินที่จะทำได้และคุณไม่ทำวิธีนี้ก็ยากที่คุณจะมีได้ นอกจากคุณมีโอกาสไปทำอันใดอันหนึ่งแล้วได้เงินก้อนใหญ่มาทีเดียว
คนเรา 90 % ไม่ประสบผลสำเร็จย่อมใช้ชีวิตแบบไม่มีเป้าหมายไม่อดทน คนรวยจริง ๆ เขาดูเป้าหมายระยะยาว เขาหาเงินปีนี้ให้ได้จ่ายปีหน้า แต่คนจนหาเงินวันนี้เพื่อจ่ายวันพรุ่งนี้
.............................................................................................
Antoine de Saint – Exupery A goal without a plan is just a wish. เป้าหมายที่ไม่มีการวางแผน มันก็เป็นเพียงความฝัน.
.......................................................................
ปล. แปลจากฉบับภาษาลาว.