13 เรื่อง การตั้งเป้าหมายในการออม

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เรื่อง การตั้งเป้าหมายในการออม
เขียนโดย... สอนลอ โสตุกี ( Sonelor Sotouki )
แปลโดย...อุทัย เอกสะพัง ( Uthai Eksaphang )
การออมที่ไม่มีเป้าหมายคือการเสียเวลาและไม่มีอะไรที่จะได้มาในอนาคตจริง เพราะคุณไม่รู้เลยว่า คุณออมเงินไปเพื่ออะไร..? ผมเข้าใจว่า คุณต้องการออมเพื่อให้ได้เงินมาก ๆ เท่านั้น คุณไม่รู้เลยว่าต้องออมให้ได้มากเท่าใดและต้องออมไว้วันละเท่าไหร..? และจะต้องใช้เวลาในการออมกี่ปี..? ถ้าสิ่งเหล่านี้คุณยังไม่ชัดเจน ผมว่าคุณไม่ต้องออมก็ได้ เพราะมันอาจเป็นการเสียเวลาและท้ายสุดคุณจะตอบตัวเองไม่ได้
การออมที่ดีต้องมีการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนว่าคุณจะออมไปเพื่ออะไร..? มีมูลค่าเท่าใด..? คุณจะต้องออมไว้วันละเท่าใด..? ออมกี่เดือนกี่ปีจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ นี่คือหลักการในการตั้งเป้าหมายการออม หลังจากคำนวณรายรับ-รายจ่ายและรู้ว่ามีเงินเหลือเท่าใด..? แล้วคุณจึงจัดจำนวนเงินที่เหลือใช้ภายในเดือนนั้นมาเก็บออมไว้ อย่าลืมว่า รายจ่ายในแต่ละอย่างของคุณนั้น คุณได้คิดทบทวนถูกต้องแล้วและต้องมั่นใจว่า เงินที่เหลือนั้นเป็นเงินที่สามารถออมไว้ได้และจะไม่ถอนออกมาเด็ดขาด ยกเว้นกรณีฉุกเฉินจริง ๆ คุณต้องกันเงินจำนวนนี้ออกและเอาไปฝากหรือเก็บไว้ทันทีในช่วงต้นเดือน
การตั้งเป้าหมายในการออม คุณสามารถทำได้ด้วย 3 ขั้นตอนง่าย ๆ คือ
1.การตั้งเป้าหมายในการออม
2.การกำหนดจำนวนเงินออม
3การลงมือออม
ข้อแรก การตั้งเป้าหมายในการออม คือการตอบคำถามที่ว่าจะออมไปเพื่ออะไร..? ซึ่งคุณต้องตอบให้ได้ก่อน แล้วกำหนดจำนวนเงินออม พร้อมระยะเวลาในการออม ถ้าคุณมีครอบครัวหรือพึ่งสร้างครอบครัวใหม่ คุณต้องปรึกษาสามีหรือภรรยาของคุณคุยกันให้เข้าใจว่า พวกคุณจะทำอะไรเพื่อสิ่งใดกันแน่ เพื่อให้ทั้ง 2 คนตัดสินใจร่วมกันและปฏิบัติตามเป้าหมายจะได้ไร้ปัญหาตามมา
คุณสามารถตั้งได้หลายเป้าหมายขึ้นกับความสามารถของคุณเช่นว่า ออมเพื่อฉุกเฉิน ออมเพื่อการท่องเที่ยวและอื่น ๆ ตามความปรารถนาของคุณ
เป้าหมายเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่คุณและผมต้องการ ผมเชื่ออย่างนั้น ถ้าพวกเรามีเป้าหมายชัดเจนมีแผนการปฏิบัติให้ละเอียด ลงมือทำให้สม่ำเสมอเป้าหมายจะไม่ไกลเกินเอื้อมไม่ช้าก็เร็ว คุณต้องได้ในสิ่งที่คุณต้องการนั้นมาแน่นอน
ข้อสอง การกำหนดจำนวนเงินออม คือการกำหนดจำนวนเงินออม เป็นการคิดทบทวนว่า ถ้าคุณต้องการบรรลุเป้าหมาย คุณจะต้องเก็บเงินไว้เท่าใดในแต่ละวัน ต่อเดือนและต่อปีแล้วจะต้องเก็บออมไว้ที่ใด..?
ตัวอย่าง
ถ้าคุณมีรายรับและรายจ่าย ดังตารางที่กล่าวมาแล้วนี้ คุณจะมีเงินเหลือจริง 4,950,000 กีบต่อเดือนและคุณมีเป้าหมายเก็บเงินเพื่อซื้อที่ดินผืนหนึ่งแถวตัวเมือง มีมูลค่าประมาณ 100,000,000 กีบ ในอีกสองปีข้างหน้านี้ คุณรู้ว่าคุณไม่อาจมีเงินจำนวนดังกล่าวจ่ายให้เจ้าของที่ดินงวดเดียวได้ ถ้าคุณไม่วางแผนเก็บเงินไว้เป็นปี
ฉะนั้น คุณจึงตัดสินใจนำเอามูลค่าของที่ดิน 100,000,000 กีบนี้ มากำหนดเก็บเป็นวันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ถ้าสมมุติคุณใช้วิธีเก็บสะสมไว้กับตัวเองด้วยการซื้อกระปุกมาหยอดเงินไว้โดยไม่ต้องการผลตอบแทนจากการเก็บใด ๆ คุณจะเก็บไว้วันละเท่านี้
100,000,000 กีบ
เงินที่ต้องเก็บต่อวัน = --------------
730 วัน
= 136,986,301 กีบ
แสดงว่าคุณต้องหยอดกระปุกไว้วันละประมาณ 137,000 กีบหรือ 4,109,589 กีบต่อเดือน ตลอดระยะเวลา 730 วัน หรือ 2 ปี แล้วคุณจะมีเงินสะสมทั้งหมดจำนวน
100,000,000 กีบ ตามแผนที่กำหนดไว้ ถึงเวลานั้น หมายความว่า คุณบรรลุเป้าหมายแล้วและคุณสามารถทุบกระปุกเอาเงินออกมาและนำไปจ่ายค่าที่ดินหรือหาซื้อที่ดินในมูลค่าดังกล่าวได้เลย นี้อีกวิธีที่หนึ่ง คือการเก็บไว้กับตนเองและไม่ได้มีผลตอบแทนจากการเก็บใด ๆ เลย
วิธีที่ 2 ถ้าสมมุติคุณเอาไปเก็บไว้กับธนาคารและธนาคารให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากคือ 7% ต่อปี หรือ 0.58 % ต่อเดือนคุณจะต้องเก็บไว้เดือนละเท่านี้
เดือน เงินต้น เงินต้นสะสม ดอกเบี้ยในเดือน
1 3,850,000 3,850,000 22,330
2 3,850,000 7,700,000 44,660
3 3,850,000 11,550,000 66,990
4 3,850,000 15,400,000 89,320
5 3,850,000 19,250,000 111,650
6 3,850,000 23,100,000 133,980
7 3,850,000 26,950,000 156,310
8 3,850,000 30,800,000 178,640
9 3,850,000 34,650,000 200,970 
10 3,850,000 38,500,000 223,300
11 3,850,000 42,350,000 245,630
12 3,850,000 46,200,000 267,960
13 3,850,000 50,050,000 290,290
14 3,850,000 53,900,000 312,620
15 3,850,000 57,750,000 334,950
16 3,850,000 61,600,000 357,280
17 3,850,000 65,450,000 379,610
18 3,850,000 69,300,000 401,940 
19 3,850,000 73,150,000 424,270
20 3,850,000 77,000,000 446,600
21 3,850,000 80,850,000 468,930
22 3,850,000 84,700,000 491,260
23 3,850,000 88,550,000 513,590
24 3,850,000 92,400,000 535,920
รวม 92,400,000 6,699,000
รวมเงินทั้งหมดที่ได้ 99,099,000 กีบ
ถ้าคุณเก็บออมไว้กับธนาคาร คุณสามารถหยุดจำนวนเงินเก็บต่อวัน ต่อเดือนได้น้อยลงเพราะอะไร..? เพราะธนาคารจ่ายอัตราดอกเบี้ยเงินเก็บให้คุณทุก ๆ เดือน หมายความว่า คุณสามารถสะสมเงินเก็บและผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยไปพร้อม ๆ กัน วิธีนี้จะช่วยให้คุณต้องเก็บต่อวัน ต่อเดือนน้อยลงได้
จากวิธีที่ 1 ที่คุณเก็บไว้กับตัวเองนั้น คุณต้องเก็บไว้วันละ 137,000 กีบหรือ 4,109,589 กีบต่อเดือน
แต่วิธีที่ 2 นี้ คุณเก็บไว้เพียง 3,850,000 กีบต่อเดือน หรือ 128,000 กีบต่อวันเท่านั้น
ในการปฏิบัติการเก็บเงินตัวจริง คุณจะใช้วิธีใดก็ได้ที่คุณคิดว่าสะดวกให้คุณ แต่ผมว่า ถ้าคุณใช้วิธีการเก็บกับธนาคารจะเป็นวิธีที่ดีกว่าแน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อมีแผนออกมาแล้ว คุณต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอต้องมีวินัย อดออม อดรวยให้ได้
ข้อสาม การลงมือออม
ขั้นตอนสุดท้ายของการตั้งเป้าหมายการออมคือการเริ่มลงมือออมทันที หลังจากกำหนดเป้าหมาย จำนวนเงินออมและระยะเวลาที่ต้องออมไว้แล้ว คุณต้องเริ่มลงมือทันที แผนคุณจะละเอียดจะดีเท่าใดก็ตาม ถ้าคุณไม่เริ่มลงมือออม ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยาก ผมขอแนะนำว่า ถ้าคุณวางแผนออมไว้กับตัวเองให้คุณไปซื้อกระปุกออมมาได้เลย คุณมีกี่เป้าหมายต้องแยกออมตามเป้าหมายแต่ละอย่างและห้ามออมรวมกัน แต่ถ้าคุณคิดว่าจะออมไว้กับธนาคาร คุณต้องเข้าไปธนาคารไปเปิดบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ ปัจจุบันมีมากธนาคารที่สามารถเปิดบัญชีฝากสะสมทรัพย์ได้แล้วและได้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าดอกเบี้ยแบบฝากประหยัดทั่วไปอีก
อย่าลืมว่า...
ปัจจัยที่จะทำให้คุณประสบผลสำเร็จในการออมได้ นอกจากมีเป้าหมายแล้ว ยังมี 3 อย่างอีก คือ ความอดทน วินัย และแรงบันดาลใจ เพื่อให้คุณมี 3 อย่างนี้ ในขณะที่กำลังออมอยู่นั้น ให้คุณคิดถึงเป้าหมายของคุณ จับเอากระปุกเงินออมนั้นขึ้นมาสั่นฟังเสียงและน้ำหนักของเงินที่คุณออมเป็นประจำหรือให้หมั่นเปิดดูตัวเลขบัญชีที่สะสมไว้ในสมุดบัญชีเงินฝากของคุณเป็นประจำ เพราะเมื่อคุณรู้ว่าเงินที่คุณสะสมไว้นั้นมีมากขึ้นทุก ๆ วันและคุณจะมีกำลังใจออมมากขึ้น
........................................................................................
Wealthy People plan for 3 generation Poor people plan for Saturday night. 
( Gloria Steinem ) คนรวย วางแผน เพื่อการใช้จ่ายใน 3 ช่วงคน คนจนวางแผนเพื่อการใช้จ่ายในวันเสาร์ตอนใกล้ค่ำ.
..............................................................................
ปล. แปลจากต้นฉบับภาษาลาว.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (0)