บันทึกการไปร่วมงานครั้งที่ ๑๓ ()    ครั้งที่ ๙ (), ()

งาน ชื่นใจ...ได้เรียนรู้ (ภาคครูเพลิน) ครั้งที่ ๑๕ จัดระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๒    แต่ผมไปร่วมเพียงวันที่ ๒๖ วันเดียว    และไปถึงก่อน ๗ น. จึงได้มีโอกาสเดินชมบริเวณและถ่ายรูปโปสเตอร์และชมนิทรรศการก่อน   

กำหนดการของงานอ่านได้ที่  

หลังร้องเพลงร่วมกัน   เป็นพิธีแจกรางวัลเชิดชูเกียรติ “ครูผู้สร้างฉันทะแก่ศิษย์”  ๑๖ รางวัล   วัดจากคะแนน “เจตคติในการเรียนรู้” ของนักเรียน    ที่มีการวัดสม่ำเสมอทุกเทอม นำมาเปรียบเทียบกัน    โดยวัดง่ายๆ ที่ความอยากเรียน และความรู้สึกว่าเข้าใจ     รางวัลนี้มี ๖ ประเภท  ได้แก่ รางวัลเพียรพัฒนา (มี ๕ ระดับ)   รางวัลเพียรพัฒนายอด (มี ๓ ระดับ)    รางวัลเพลินพัฒนา (มี ๕ ระดับ)   รางวัลเพลินพัฒนายอด (มี ๕ ระดับ)    รางวัลเพลินพัฒนาเยี่ยม (มี ๕ ระดับ)    และ รางวัลเพลินพัฒนาแกรนด์สแลม    การให้รางวัลพิจารณาจากระดับเจตคติ  ความต่อเนื่อง  และการพัฒนายกระดับ   รางวัลเป็นปากกา   ที่มารู้ภายหลังว่า ครูปาดกับครูใหม่ออกเงินส่วนตัวซื้อรางวัลเอง   

การให้รางวัล โดยมีการสื่อสารเกณฑ์ของรางวัลแต่ละประเภท   เท่ากับเป็นการสื่อสารคุณค่าผลงานของครู  ว่าต้องวัดที่ศิษย์    และผมให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่า    นอกจากวัดที่เจตคติแล้ว น่าจะวัดที่ผลลัพธ์การเรียนรู้โดยตรงด้วย     

ผมชื่นใจที่ได้รับทราบว่า ต้นฉบับหนังสือ วิจัยชั้นเรียน เปลี่ยนครู มีประโยชน์ต่อครูโรงเรียนเพลินพัฒนามาก    มีครูถึง ๘๐ คน นำวิธีการไปทดลองใช้และเขียนรายงานผลการเปลี่ยนแปลงตนเอง    ในตอนเช้าก่อนเวลาเริ่มงาน ผมจึงเข้าไปชมนิทรรศการเรื่องนี้ และได้เลือกถ่ายรูปรายงานทั้งเล่ม มา ๑ เล่ม เป็นเรื่อง แผนการเรียนรู้เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดย พรพิมล รามฤก (ครูแอม) ครูมานุษกับโลก ชั้น ๑   เอากลับมาอ่านที่บ้าน และไม่ผิดหวัง    เป็นข้อเขียนสะท้อนคิดที่ลึก และผมเชื่อว่ามีคุณค่าต่อการเรียนรู้ความเป็นครู ของครูแอม เป็นอย่างยิ่ง    และนักเรียนที่มีครูแบบครูแอม จะได้เรียนรู้แบบ mastery learning อย่างแน่นอน

ที่จริงผมถ่ายหน้าปกรายงานผลงานวิจัยชั้นเรียนเปลี่ยนครูมาหลายเล่ม ชื่อเรื่องดีๆ ทั้งสิ้น 

งานปีนี้เน้น Constructive Learning, Collaborative Learning และ I-PAD (In-practice Assessment and Development) เมื่อผมไปถึงโรงเรียนก็พบป้าย ๓ หัวข้อนี้บนกระดาน ชื่อ I-PAD สร้างความฉงน  แม้จะรู้คำเต็ม ผมก็ยังสงสัยอยู่ดี ว่าทางโรงเรียนใช้เครื่องมือนี้อย่างไร    แม้ว่าครูปาดจะได้อธิบายให้ผมฟังว่า     เป็น formative assessment ตามด้วย constructive feedback ในห้องเรียน    โดยมอง formative assessment เป็นส่วนหนึ่งของ L ใน OLE (Objective, Learning Experience, Evaluation)   ไม่ใช่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของ E    ผมก็ยังอยากรู้ว่าในทางปฏิบัติครูใช้ I-PAD อย่างไร    ตอนบ่ายมีการแยกห้องย่อย ๓ ห้อง เพื่อเรียนรู้ ๓ เรื่องให้เลือก    ผมจึงไปนั่งฟัง ห้อง I-PAD   

ไปเห็นวิธีที่ครูผู้ทำหน้าที่วิทยากร ใช้ I-PAD ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้เข้าใจ I-PAD    ตามด้วยการเปิดโอกาสให้ครูแชร์ประสบการณ์การใช้ I-PAD ของตน    ระหว่างนั่งสังเกตการณ์ อ. หมออัครินทร์เข้ามาในห้อง มานั่งใกล้ๆ ผม    เรากระซิบกระซาบกันว่า     บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเลื่อนไหลในห้อง สะท้อนการที่ครูโรงเรียนเพลินพัฒนามี Personal Mastery ผ่านกระบวนการพัฒนาครูของโรงเรียน 

ในห้องนิทรรศการ ที่ผมเข้าไปชมตอนเช้า มีนิทรรศการหนึ่งเป็นเรื่อง แว่นส่องห้องรียน ที่ใช้  Open Approach + 3 หลักการ คือ Constructive Learning, Collaborative Learning, และ I-PAD   ผมได้ถ่ายรู้ไว้ จึงรูปนำมาให้ดูด้วย    เป็นข้อสรุปห้องเรียนแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ที่ชัดเจนมาก     

ตอนแบ่งห้องย่อยช่วงเช้า     ผมไปฟังห้องคณิตศาสตร์ มี “ครูสุ” เป็นวิทยากร    เล่าเรื่องวิธีสอนคณิตศาสตร์นักเรียน ป. ๒    ที่มีเป้าหมายต่างจากการสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนไทยโดยทั่วไปโดยสิ้นเชิง     โดยได้แนวทางนี้มาจากญี่ปุ่น   

โรงเรียนไทยโดยทั่วไปสอนคณิตศาสตร์เชิงเทคนิค เพื่อให้ทำโจทย์ได้    เน้นที่คำตอบที่ถูกต้อง    

โรงเรียนเพลินพัฒนาเน้นสอนวิธีคิด  เน้นให้นักเรียนได้ฝึกคิด   เน้นเรียนรู้วิธีคิดหลายแบบ   ไม่เน้นคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่เน้นวิธีคิดสู่คำตอบนั้น    โดยครูมีหลักการอยู่ในใจ  แต่ไม่สอนตรงๆ    ใช้วัสดุการศึกษาช่วยทำ scaffolding ให้นักเรียนคิด    ซึ่งในห้องครูสุที่ผมไปฟัง ใช้ภาพ     ในกระบวนการคิด และปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ และกับครู นักเรียนแต่ละคนจะเรียนรู้หลักการของคณิตศาสตร์ไปเองโดยไม่รู้ตัว     ในลักษณะที่นักเรียน “สร้างความรู้ใส่ตัว”     

นักเรียนเรียนหลักการเชิงคณิตศาสตร์  และวิธีประยุกต์หลักการนั้นในชีวิตจริง     ไม่ใช่เรียนทฤษฎีคณิตศาสตร์แบบท่องจำ 

ครูใหม่รู้ว่าผมจะต้องกลับเร็ว เพื่อดูแลภรรยา    จึงขอร่นเวลาให้ผมสะท้อนการเรียนรู้เท่าที่ได้ไปเห็น หลังประชุมกลุ่มย่อยเสร็จ        ผมได้บอกที่ประชุมว่า    ดูจากภาพรวมทั้งหมดที่ได้เห็น การเรียนรู้ของครูในปีนี้ก้าวหน้ากว่าปีก่อนๆ มาก    เป็นผลของการจัดการเรียนรู้ร่วมกันของครูอย่างต่อเนื่อง    ทำให้มีทักษะการเรียนรู้จากการปฏิบัติสูงมาก   และได้สะท้อนข้อคิดเห็นใน ๕ ประเด็นคือ

  • เรื่องหนังสือวิจัยชั้นเรียนเปลี่ยนครู    เป็นการวิจัยชั้นเรียนแบบใหม่ ที่เป้าหมายสุดท้ายคือการเปลี่ยนแปลงตัวครูผู้วิจัยเอง    ผู้ได้รับประโยชน์จากการวิจัย คือนักเรียน (ที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ยกระดับขึ้น) กับตัวครูผู้วิจัยเอง เกิด transformation    การวิจัยแบบนี้จึงเป็นเครื่องมือ transformative learning ของครูผู้วิจัยเอง
  • ความสำคัญของข้อมูล met before ของนักเรียน    สำหรับนำมาใช้เป็นข้อมูลออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความรู้เดิมของนักเรียน และให้ท้าทาย    การออกแบบการเรียนรู้   ดำเนินการสอน  แล้วสังเกตชั้นเรียนนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในกลุ่มครู เป็น team learning    ที่ครูได้เรียนรู้จากเพื่อนครู  และเรียนรู้จากนักเรียน    ครูที่มาทำงานที่โรงเรียนเพลินพัฒนาเป็นครูที่โชคดี    นอกจากช่วยให้มีอาชีพการงานและรายได้แล้ว     ยังได้เรียนรู้พัฒนาตนเองต่อเนื่องจากการทำงานด้วย   
  • Meta-cognition   ผมประทับใจเรื่องราวในห้องย่อย ที่ครูเล่าการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน    เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองของนักเรียน  ที่เรียกว่าเป็น visible learning   คือครูหาทางทำให้กระบวนการเรียนรู้ในสมองของเด็ก เป็นที่ประจักษ์แก่ครู   ความเข้าใจกระบวนการเรียนรู้ เรียกว่า meta-cognition    รู้ว่าวิธีการเรียนรู้ในกรณีนั้นๆ เหมาะสมหรือไม่  ควรมีการปรับปรุงอย่างไร    ความรู้ความเข้าใจนี้ สามารถทำให้เกิดในเด็กได้ด้วย    เด็กที่มีความเข้าใจ meta-cognition ของตน    และรู้จักพัฒนา meta-cognition ของตน    มีทักษะกำกับการเรียนรู้ของตนเอง   และมีทักษะ lifelong learning  
  • I-PAD กับ FA + CFB เป็นเรื่องเดียวกัน    In-Process Assessment หมายถึงการประเมินในกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน    ซึ่งศัพท์เฉพาะด้านการศึกษาเรียกว่า Formative Assessment (FA)    เพื่อให้ส่งผลต่อ D (Development) ของนักเรียน ครูจึงต้องทำ Constructive Feedback (CFB) แก่นักเรียน   
  • ผมชื่นชมการวัดเจตคติในการเรียนรู้ของนักเรียนทุกเทอม    นำมาใช้เป็นข้อมูลปรับปรุงการทำงานของครู     ซึ่งจริงๆ แล้ว กระบวนการนี้คือ I-PAD หรือ FA + CFB ของครูนั่นเอง    จะเห็นว่าในโรงเรียนคุณภาพสูง  นักเรียนและครูเรียนรู้โดยใช้หลักการเดียวกัน         

ผมจากมาเมื่อเวลาราวๆ ๑๕.๓๐ น.   เป็นเวลาประมาณ ๘ ชั่วโมงที่ผมได้ไปเรียนรู้ “โรงเรียนแห่งศตวรรษที่ ๒๑”   ไปทำความรู้จัก  “ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์”   ได้รับความอิ่มเอมในหัวใจ  และประเทืองปัญญา

วิจารณ์ พานิช

๓๑ มี.ค. ๖๒

ห้อง ๗๐๘  อาคาร ๘๔ ปี ชั้น ๗ ฝั่งตะวันตก  โรงพยาบาลศิริราช



1 กระดานเชิญชวนเข้าชมนิทรรศการวิจัยชั้นเรียนเปลี่ยนครู

2 ตัวอย่างผลงานวิจัยชั้นเรียนเปลี่ยนครู

3 ปกรายงานผลงานวิจัยชั้นเรียนเปลี่ยนครู ของครูแอม

4 หน้า ๑

5 หน้า ๒

6 หน้า ๓

7 หน้า ๔

8 หน้า ๕

9 หน้า ๖

10 หน้า ๗

11 หน้า ๘ ซึ่งเป็นหน้าสุดท้ายของรายงาน

12 อีกหน้าปกหนึ่งของวิจัยชั้นเรียนเปลี่ยนครู

13 แว่นส่องห้องเรียน ที่มี CL2 และ I-PAD พบผลลัพธ์ ๕ ช้อ

14 ผลลัพธ์ข้อ ๑

15 ผลลัพธ์ข้อ ๒

16 ผลลัพธ์ ข้อ ๓

17 ผลลัพธ์ ข้อ ๔

18 ผลลัพธ์ข้อ ๕

19 ครูสุกำลังอธิบายวิธีจัดการเรียนคณิตศาสตร์ ป. ๒

20 วงเรียนรู้ I-PAD

Plearnpattana1 from Pattie KB