จากลำพูนถึงเชียงใหม่ ระยะทางราว ๓๐ กม. ทำให้พอมีเวลามองสองข้างทาง เพลินจนหลงลืมอะไรบางอย่าง แต่ก็แปลกใจอยู่หลายนาทีว่าทำไมจึงมองไม่เห็นวิวของทิวเขา ทั้งที่ความรู้สึกว่าจริงๆมันต้องมีภูเขาทอดยาวหรือไม่ก็ต้องสลับซับซ้อน

        ผมออกจากบ้านที่ผมมาพักในตัวเมืองลำพูน ชื่อบ้าน “อุทยานเดือนกับดาว” ที่แสนจะอบอุ่น ด้วยบริเวณบ้านรายล้อมด้วยแมกไม้นานาพรรณ

    ถึงตัวเมืองเชียงใหม่ยังไม่เก้าโมง จึงเป็นช่วงเวลาอาหารเช้าของผมพอดิบพอดี เลือกร้านโจ๊กที่ไม่ไกลจาก ม.เชียงใหม่ เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ เคยเห็นออกทีวี มีดารามาทานกันอย่างมากมาย

        ที่สุดแล้ว..ก็ถือว่าสมราคา อาหารก็มีให้เลือกทานหลายอย่าง ไม่ว่าใครจะสั่งอะไร หรือทานแบบไหน..ต่างก็ออกปากชมว่าอร่อยมาก ๆ

        ผมเดินทางมาเชียงใหม่เป็นครั้งที่สาม ครั้งแรกก็กว่า ๒๐ ปีมาแล้ว ครั้งนั้น ผมเดินทางมาเยี่ยมน้องชาย ซึ่งมาเรียนที่ ม.เกษตรแม่โจ้

        ครั้งที่สอง..ตอนนั้นเรียนปริญญาโท..อาจารย์ให้ติดตามมาเพื่อเป็นผู้ช่วยวิทยากรอบรมครูเกี่ยวกับการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา

        ทั้งสองครั้งที่มาเชียงใหม่ ไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพเลยแม้แต่ครั้งเดียว วันนี้ลูกชายนำพาขับรถขึ้นดอยอย่างสบายใจเพราะรู้เส้นทางเป็นอย่างดี

        เมืองเชียงใหม่ในวันนี้ เท่าที่เห็นเปลี่ยนไปมากมาย รับรู้จากภาพข่าวมาหลายปีว่ารถติดเหมือนกรุงเทพฯ ตอนสายของวันทำงานอย่างวันนี้ รถวิ่งกันเต็มถนน ตึกรามบ้านช่องบ่งบอกความเป็นเมืองที่ใหญ่มาก

        จากลำพูนถึงเชียงใหม่ ระยะทางราว ๓๐ กม. ทำให้พอมีเวลามองสองข้างทาง เพลินจนหลงลืมอะไรบางอย่าง แต่ก็แปลกใจอยู่หลายนาทีว่าทำไมจึงมองไม่เห็นวิวของทิวเขา ทั้งที่ในความเป็นจริงมันต้องมีภูเขาทอดยาวหรือไม่ก็ต้องสลับซับซ้อน

        เห็นแต่ความมืดสลัวปกคลุมเป็นพื้นที่กว้างๆ ตอนแรกคิดว่า..ท้องฟ้าแบบนี้คงจะมีฝนตั้งเค้าอยู่เบื้องหน้า ร้อนแบบนี้ฝนตกเสียทีก็ดีเหมือนกัน

        เดินทางจนใกล้จะขึ้นดอยสุเทพเข้าไปทุกทีแต่ภูเขาลูกใหญ่ที่เป็นช่องทางให้ขึ้นสู่ดอยนั้นยังมองไม่เห็น ความลางเลือนที่มองทะลุม่านหมอกเข้าไปทำให้เห็นเพียงลายเส้นของแนวสันโค้งของภูเขา จึงทำให้นึกออกว่านี่คือปัญหาของเมืองเชียงใหม่และพื้นที่จังหวัดต่างๆของภาคเหนือที่กำลังประสบอยู่

        เป็นหมอกควันของไฟป่า ที่ยังหลงเหลือ..ลูกชายเปิดข้อมูลให้ดูยังเป็นสีแดง หากเป็นสีม่วงเมื่อไร หมายถึงอันตรายต่อสุขภาพของชาวเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

        ผมกับคณะใช้รถรางไฟฟ้าเป็นพาหนะขึ้นดอยสุเทพ เพิ่อกราบนมัสการองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่รู้จักของคนไทยมานานแสนนาน ผมกราบพระและทำบุญ รู้สึกจิตใจสดชื่นเบาสบาย ฟังพระให้ศีลให้พรเป็นภาษาบาลี ไทยและอังกฤษอย่างเพลิดเพลิน

        วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะมากๆ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ถ้าเชียงใหม่ไม่มีปัญหามลพิษหมอกควัน ผมเชื่อว่าจะเป็นอีกเมืองหนึ่งที่กิจการท่องเที่ยวเจริญรุดหน้า

        ผมชวนคณะเดินทางต่อไปยังภูพิงคราชนิเวศน์ “บ้านของพ่อ” ที่อยู่ในใจผมเสมอ..หลายคนรวมทั้งผมด้วย..ทราบแต่ว่าในพระตำหนักมีต้นไม้ที่สวยงาม วันนี้มีโอกาสได้ไปเห็นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา..ประทับใจจนยากที่จะลืมเลือน

        ตอนบ่าย...เข้าไปเที่ยวชมและลิ้มรสพระธรรมคำสอนใน “วัดอุโมงค์” ซึ่งมีความโดดเด่นอยู่หลายด้าน ผมชอบโรงมหรสพทางปัญญาของท่านพุทธทาสที่จำลองสถานที่มาได้ใกล้เคียงมากๆ

        จากนั้นเดินทาง..เลาะเลี้ยวไปตามซอกซอยเข้าสู่วัดหลวงประจำจังหวัด ชื่อวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ที่มีองค์พระพุทธสิหิงค์ที่งดงามเหลือเกิน น่าเสียดายที่ตัวพระอุโบสถจริงๆนั้น ยังเข้าไม่ได้อันเนื่องมาจากเพิ่งเสร็จสิ้นพิธีการอันสำคัญ..เจ้าหน้าที่ยังไม่ทันเก็บข้าวของเครื่องใช้

        มื้อค่ำวันนี้..ผมตั้งใจเลี้ยงขอบคุณญาติพี่น้องทุกคนที่ผมได้เดินทางมาพักด้วยและกำลังจะได้เป็นญาติกันอย่างเป็นทางการ นัดหมายกันว่าหลังจากรับประทานอาหารแล้ว จะนั่งจับเข่าคุยกันเรื่องการสู่ขอลูกสาวของเจ้าของบ้านที่ลูกชายของผมชมอยู่เสมอว่าสวยและน่ารักมาก

        ผมรู้สึกตื่นเต้นระคนกับความเขินอยู่บ้าง..จะเริ่มต้นอย่างไรดีในเรื่องการพูดสู่ขอตามประเพณี แต่คิดว่ายังไงก็ต้องผ่านไปให้ได้อย่างสวยงาม.

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๙  เมษายน  ๒๕๖๒