. บอกตนเองให้รัก”ภูมิสังคม”ที่ดำรงชีพอยู่ ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร สร้างธรรมชาติให้สดใสและงดงามตามวิถีทางของสังคมชนบท จงภูมิใจที่มีน้ำและดิน ที่พร้อมให้ต้นไม้เติบโต..ไปพร้อมๆกับต้นกล้าตัวน้อยๆ ที่ค่อยๆเรียนจบไป..

        อากาศยามบ่ายทั้งร้อนและเงียบเหงา ผิดกับเมื่อเช้าที่คึกคักเป็นพิเศษ ผู้ปกครองเดินทางมาประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงและหนาตา

    มาเพื่อรับทราบนโยบายของปีการศึกษาใหม่ มาเพื่อพบครูประจำชั้นเพื่อรับทราบผลการเรียนของลูกหลาน มารับเงินฝากออมทรัพย์และอาหารเสริม(นม) ที่โรงเรียนมอบให้นักเรียนชั้นอนุบาลทุกคน ไปจนถึง ป.๖

        นักเรียนชั้น ป.๖ รับทุนเรียนดีที่ทำคะแนนโอเน็ตสูงกว่าระดับประเทศ จากท่านเจ้าอาวาสวัดโบสถ์เก่าเลาขวัญ พร้อมรับโอวาทจากพระคุณเจ้าที่ให้ทุนการศึกษาเป็นประจำทุกปี..

        เสร็จสิ้นภารกิจอย่างสมบูรณ์ ปิดฉากปีการศึกษา ๒๕๖๑ อย่างสวยงาม..และภาคภูมิใจที่ ๑ ปีการศึกษาที่ผ่านไป..ทำอะไรได้หลายอย่าง..

        อย่างน้อยผมก็ทำงานแบบที่ไม่ติดตำรา พัฒนาการเรียนการสอนและสิ่งแวดล้อมไปตามบริบทที่เป็นจริง ความจำกัดด้านศักยภาพบุคลากร การอยู่กันแบบเอื้ออาทร ผมจึงเป็นทั้งผู้นำและครูผู้สอน..

        ขณะเดียวกัน..สภาพชุมชนก็ไม่เอื้อให้ทำการใหญ่..หัวใจของผู้ปกครองอยากเห็นเพียงคุณภาพทางวิชาการ อ่านคล่องและเขียนได้ ผมก็ทำให้แล้ว..

        ทำแบบพึ่งตนเอง..เพราะการที่จะได้มาซึ่งคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กนั้น มิได้สร้างกันได้ในวันเดียว ผมใช้เวลาหลายปี และทุกปีผมพึ่งพาภาครัฐน้อยมาก ผมได้ขอความอนุเคราะห์เครือข่ายภาคเอกชนมาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง..

        ต่อไปนี้..การพึ่งพาตนเองของผมยิ่งจะต้องชัดเจน เพราะมื้อเที่ยงวันนี้ ผมกับคณะครูไปเลี้ยงส่งครูวิชาการคนเก่ง..ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของผม ในด้านหลักสูตรสถานศึกษาและงานการเงินงบประมาณของโรงเรียน..

        ๔ ปีที่ทำงานด้วยกันมา..นำพาให้โรงเรียนเข้มแข็ง..แต่วันนี้ครูต้องย้ายไปอยู่รวมกับคู่สมรส..และนี่คือวิถีทางของราชการที่ผมเข้าใจได้ จึงต้องทำใจให้พร้อมที่จะสู้และมุ่งมั่นต่อไป..

        ผมไปส่งครูในโรงเรียนที่ใหญ่มาก..ห้องประชุมก็กว้างใหญ่กับเครื่องปรับอากาศที่พร้อมสร้างบรรยากาศที่เย็นเป็นพิเศษ เป็นบุญของครูแล้วที่ได้ย้ายไปอยู่โรงเรียนที่ดี และเป็นบุญของผมเช่นกันที่ได้ไปเห็น และก็เชื่อมั่นว่าผมก็อยู่ถูกที่ถูกทางแล้วกับโรงเรียนเล็กๆ ที่มีเด็กด้อยโอกาสมากมาย..ได้ทำงานการศึกษาในสภาพที่ไม่เคยพร้อมเลย...ยกเว้นกายและใจ..ที่ไม่เคยท้อ

        ผมเดินรดน้ำให้ตะไคร้และเฟื่องฟ้าริมสระน้ำ..ความรู้สึกถาโถมเข้ามาให้ระลึกรู้ตัว..จงใช้ชีวิตแบบพออยู่พอกิน..อย่าดิ้นตามกระแส ใช้ชีวิตการศึกษาตามแบบของเรา ถึงแม้จะไม่ดีเด่นไปกว่าใคร..ที่ทำได้ก็ถือว่ามาไกลพอสมควร

        บอกตนเองให้รัก”ภูมิสังคม”ที่ดำรงชีพอยู่ ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร สร้างธรรมชาติให้สดใสและงดงามตามวิถีทางของสังคมชนบท จงภูมิใจที่มีน้ำและดิน ที่พร้อมให้ต้นไม้เติบโต..ไปพร้อมๆกับต้นกล้าตัวน้อยๆ ที่ค่อยๆเรียนจบไป..

        ผมมองผักและหญ้าสีเขียวขอบสระ ที่ปรับตัวและสร้างระบบนิเวศน์เป็นปึกแผ่นและอบอุ่น หลังจากที่ผมได้นำผักตบชวาออกไปจนหมด น้ำลดลงมากแต่ผักยังอยู่รอด เพราะสภาพน้ำยังดี ไม่มีสารเคมีเจือปน

        ต้นกกที่คล้ายกับต้นผือ..ยืนแช่น้ำอยู่ริมฝั่ง ผมเห็นพลังแห่งความตั้งใจของสรรพสิ่งที่ยืนหยัดให้คงอยู่ แม้สภาพการณ์อาจไม่เอื้ออำนวย..

        วันนี้..กับตลอดปีการศึกษาที่ผ่านมา..ถึงแม้ว่าจะพบเจอแต่สิ่งที่ดี ก็ยังมีเครื่องชี้บ่งและบอกว่าไม่มีอะไรแน่นอน..จงใช้ชีวิตอย่างที่ไม่ประมาทเถิด

        สำคัญที่สุด..คือก้าวต่อไปข้างหน้า..อย่างไม่หยุดยั้ง ผมจะก้าวอย่างมีพลังด้วยการใช้ “ศาสตร์พระราชา” ผลงานเชิงประจักษ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้ว

        โดยที่ผมจะต้องไม่ติดตำรา..พึ่งพาตนเอง..และพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กแบบพออยู่พอกิน..ไม่สิ้นหวัง..ตราบที่ยังมีเรี่ยวแรงให้ลงมือทำ...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๘  มีนาคม  ๒๕๖๒