อารัมภบท

จากการศึกษาตามรอย "ยักษ์" (ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร) พบ คำสามคำที่จำเป็นต้องเข้าใจตรงกัน  ได้แก่  "เศรษฐกิจสมัยหิน" "เศรษฐกิจการค้า" และ "เศรษฐกิจพอเพียง"   ขอสรุปให้สั้นที่สุดดังนี้ว่า 

  • เศรษฐกิจพสมัยหิน คือ เศรษฐกิจพึ่งตนเอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการแลกเปลี่ยนพึ่งพิงใด ๆ กับใครอื่น  ตัวอย่าง ของกลุ่มคนที่มีเศรษฐกิจสมัยหินคือ  มนุษย์ถ้ำ มนุษย์หิน ชุมชนนิยมบบคอมพมิวนิสท์ ฯลฯ 
  • เศรษฐกิจการค้า คือ เศรษฐกิจที่เอาการค้านำ เอากำไรนำ เอาตลาดนำ หรือก็คือ เศรษฐกิจทุนนิยมเสรี นั่นเอง  เศรษฐกิจการค้านี้มุ่งตอบสนองความโลภความต้องการของคน 
  • เศรษฐกิจพอเพียง คือ เศรษฐกิจสายกลาง ไม่สุดโต่งไปทางตามใจ ไม่โลภอย่างมาก แต่ไม่ตั้งตนอยู่ในความลำบากล้าสมัย เน้นเรื่อง พอกิน พอใช้ พออยู่ พอประมาณ พึ่งตนเองได้ในระดับที่มีภูมิคุ้มกันในตนที่ดี  

สิ่งที่เข้าใจเพิ่มขึ้นในวันนี้

  • เศรษฐกิจการค้า ที่ว่า "เอาตลาดนำ" นั้น ราคาสินค้าทุกอย่างจะกำหนดด้วยราคาตลาด เช่น  ถ้าราคาตลาดของทุเรียน อยู่ที่ กิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท  ผู้ซื้อจะต้องจ่ายในราคานี้ แม้จะขับรถไปกินถึงสวนทุเรียน  เจ้าของสวนจะไม่สนใจว่าตนได้ลดราคาค่าขนส่งค่าจัดการขายไปมากโข ....  ครอบครัวเคยขับรถไปกินทุเรียนภูเขาไฟที่ จ.ศรีสะเกษ 
  • ต่างจากเศรษฐกิจพอเพียง ที่ต้อง คำนึงถึงเหตุผลและความพอประมาณ ภายใต้ความรู้คู่คุณธรรม