ตอนที่ 4 Yogyakarta day 0.5: Borobudur Chicken church Chandi Mendut

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

13 ตุลาคม วันนี้เราจะไปชมบุโรพุทธโธ (Borobudur) เราซื้อตั๋ว Sunrise tour แต่การเดินทางจากโรงแรมของเราถึงนู่น ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนแรกสุดเรากะจะพักที่ Manohara resort เพราะเค้าบอกว่าที่นี่จะสามารถเดินไปชม Borobudur ได้เลย และจะได้ตั๋วเข้าชมที่ราคาถูกกว่า แต่ปรากฎว่าที่พักที่นี่เค้าปิดจ้า e-mail ไปถามเค้าก็ตอบว่างี้ “Regret to inform you that our accommodation is off starting on 04 June 2018 due to government order for Mediation Center construction.” และไม่รู้ว่าจะเปิดเมื่อไหร่ด้วย ก็เลยตัดสินใจไปพักในเมือง จะได้ใกล้สนามบิน ถึงเวลานัด ตี 3 ครึ่ง คุณอันตุงก็มาถึง พวกเราทุกคนสวมเสื้อเหลือง ออกเดินทาง หลับไปตามฟอร์ม ไปถึงเค้าจอดรถแล้วเราก็ไปยัง lobby ขณะรอเวลาก็กินกาแฟกันก่อน ราคาไม่แพง

ได้เวลาก็เดินขึ้นไปด้านบนตามนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ทางขึ้นไปค่อนข้างมืด ต้องใช้ไฟฉายช่วย ถึงด้านบนเริ่มเห็นสิ่งก่อสร้าง

เดินใกล้เข้าไปอีกนิดนึง

ขึ้นบันไดสูงไปเรื่อยๆ แสงรอบข้างยังคงมืดสลัว ขณะที่ฟ้าเริ่มสว่าง

นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาชม sun rise ก็มีจำนวนนึง แต่ก็ไม่ได้มากมายจนเกินไป เริ่มหาจุดเพื่อนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้น พวกเราก็เข้าไปนั่งบ้าง

ฟ้าสว่างขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ด้วยว่ามีหมอกค่อนข้างเยอะ ทำให้เห็นดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นไม่ชัด รู้แต่ว่า ฟ้าสว่างขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป

และแล้ว ฟ้าก็สว่าง เป็นอากาศยามเช้าที่สดชื่นมากมาก เย็นๆ แต่ไม่ถึงกับหนาว นักท่องเที่ยวต่างก็หามุมถ่ายภาพกัน ที่นี่เป็นที่ที่เรานึกอยากจะมาตั้งนานแล้ว เห็นภาพจากที่ต่างๆ ก็อดจินตนาการไม่ได้ว่า ถ้ามาเองจะประทับใจสักเพียงไหน เป็นสถานที่ที่มีจิตวิญญาณจริงๆ

พยายามมองหามุมสงบ ซึ่งไม่มี เพราะนักท่องเที่ยวที่มีพอสมควร หามุมถ่ายภาพหลบคนเอา

ไม่น่าเชื่อเลยว่า เสื้อสีเหลืองที่พวกเราตั้งใจแพ็คมาจากประเทศไทย ใส่มาสถานที่แห่งนี้ ดูแล้ว สวยงาม ตัดกับพื้นหลังที่เป็นสีเทาของอิฐ

บรรยากาศด้านบนเป็นแบบนี้ อยู่จนหนำใจก็เดินลงมา

กินอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ กาแฟ บริเวณชั้น 2 ของ Lobby ที่เรามากันตอนเช้า ซึ่งราคารวมอยู่ในค่าตั๋วเข้าชมแล้ว เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย แล้วก็ออกเดินทางไปอีกที่หนึ่งที่เราแวะไปกันก็คือ Chicken church อ่านจาก pinterest บอกว่าที่นี่อยู่ใกล้ๆ กับ Borobudur ห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตรเอง แต่คนไทยไม่ค่อยไปเที่ยวกัน เราขอให้อันตุงพาไป เค้าก็พาไปเพราะอยู่ใกล้ๆ จากที่จอดรถ ต้องเดินไปอีกพอสมควร อ้อค่าจ้างของอันตุง ไม่รวมค่าจอดรถในแต่ละที่ อันนี้เราต้องจ่ายเอง

เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ทางขึ้นไปชันอีกต่างหาก บางช่วงเป็นบันได บางช่วงก็เป็นทางลาดขึ้นเฉยๆ นึกถึง Kawahijen ขึ้นมาทันที แต่คราวนี้หนทางไม่ได้ไกลมาก เราก็เดินขึ้นรอด ไม่ต้องพึ่ง taxi จ้า ซึ่งอันที่จริงมีรถขึ้นมาเหมือนกัน แต่เขาคงไม่อนุญาตให้รถนักท่องเที่ยวให้ขึ้นมา

มีนักท่องเที่ยวเดินสวนกันไปเหมือนกัน ส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่นะ ทำไมเดินไปเดินมาทุกคนก็ค่อยๆ ทิ้งเรารั้งท้าย

และแล้วก็เดินมาถึงละ เหมือนในรูปเลย chicken church

อ้ะ ไม่ได้สิ ต้องมีสิ่งเปรียบเทียบ จะได้รู้ว่าขนาดเป็นยังไง จัดไป

เข้าไปด้านในดีกว่า

มีค่าเข้าชมด้วยนะคะ ไม่แพง พวกเราเดินเข้าไปด้านใน ก็จะมีคนมาบรีฟว่า ที่นี่มิใช่ church นะจ๊ะ แต่เป็นสถานที่สำหรับทุกศาสนา คือเป็น ที่ทำสมาธิของชาวพุทธ มีห้องให้สำหรับชาวฮินดู ฯลฯ และอีกอย่าง อันนี้ไม่ใช่ Chicken เด้อ แต่เป็นนกพิราบ งี้ (อ้าว)

พี่คนเสื้อชมพูก็จะคอยอธิบายนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มที่เข้ามา อีกกลุ่มนึงมาก็เจอบรีฟเช่นกัน

ด้านในเป็นห้องโถง มีเก้าอี้สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ พวกเราก็เริ่มเดินสำรวจ

ส่วนตรงนี้เป็นห้องทำกิจกรรมของแต่ละศาสนา พวกเราก็เลยแวะห้องศาสนาพุทธ เค้าบอกว่าให้มานั่งสมาธิได้ ต้องเดินลงไปตามทาง มีผนังเป็นก้อนหิน

ลองเดินสำรวจห้องทำกิจกรรมของศาสนาอื่นบ้าง มีประตูแต่ละห้อง เค้าบอกว่าเป็นห้องละหมาด

เดินขึ้นไปชั้น 2 ปรากฎว่ามีร้านกาแฟด้วย เราสามารถหยิบขนมที่เค้าแถมในแพคเกจตั๋วเข้าชมได้ 1 ชิ้น เป็นแครกเกอร์ชิ้นเล็กๆ

ถ้าเดินออกมาระเบียงก็จะออกมายังด้านข้างของตัวนก เป็นการดูวิว มองไปข้างหน้าก็เป็นตัวนก

ก็เลยกลับเข้าไปขึ้นบันไดด้านหัวนก ก็จะไปยังดาดฟ้า ซึ่งดูจากด้านนอกก็คือบริเวณหงอน (เรียกถูกไหม)

พวกขึ้นไปกัน แต่นี่ขอบาย ไม่ชอบความสูง ก่อนถึงดาดฟ้า เหมือนจะเป็นห้องใต้หลังคา มีภาพเยอะเลย

วิวที่ถ่ายจากห้องใต้หลังคา ก็เป็นมุมนี้

แต่ถ้าขึ้นไปบนดาดฟ้า ก็จะได้แบบนี้ ดีนะที่ไม่ไป คนตรีม

ได้มาละ พอใจละ ก็ลงมา ระหว่างทางจะมีร้านขายน้ำ ขายของกินข้างทาง เหมือนบ้านเรา

ขากลับเดินลง สบายมาก

ปิดท้ายด้วยไก่น้อย

ลงมาถึงที่จอดรถ อันตุงรออยู่แล้ว

อันตุงพาพวกเราเดินทางไปยังวัดเมนดุด หลับไป แป้ปเดียวก็ถึง อันตุงจอดรถ บอกทางให้เราเดินเข้าไปด้านใน ต้องผ่านร้านขายของที่ระลึกมากมาย คนขายออกมาโฆษณาสินค้ากันใหญ่ อย่าเพิ่งซื้อนะ

เดินมาสุดทาง วัดอยู่ด้านขวา แวะซื้อตั๋วค่าเข้าชมก่อน

เดินเข้าไปเลย ไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลย มีแต่เราเจงเจง อ่างบัวนี่ อยู่ทางเข้าวัด

ด้านในวัด แดดจ้า ฟ้าใสมาก เด็กๆ วิ่งเล่นกัน น่าจะเป็นคนแถวนี้

เดินตรงไปเลยที่บันได

เดินขึ้นบันได เข้าไป ก็จะพบกับพระประธานองค์ใหญ่ และอัครสาวก ซ้ายขวา ภาพนี้ถ่ายแบบพาโนรามา

อันนี้ ได้ความรู้สึกเก่าแก่ ยังไงไม่รู้ โดยรวมแล้วชอบมาก

วัดเมนดุด (Chandi Mendut) เป็นวัดพุทธ เราเข้าไปยังโบสถ์หลัก มีพระเก่าเป็นพระพุทธรูปปางที่ไม่เห็นในบ้านเรา คือพระพุทธรูปดูเก่าแก่มาก นั่งทำมือแบบนี้ และซ้ายขวา น่าจะเป็นอัครสาวกและได้เป็น Unesco World Heritage site อีกด้วย

ผนังก็มีการแกะสลักหิน เป็นรูปต่างๆ ดูๆ ไปก็คล้ายกับทางกัมพูชาเหมือนกันนะ

พักเหนื่อยกันสักแป้ป หลบแดดด้วย ร้อนมาก

เดินลงมาเดินรอบๆ ด้านข้างมีต้นไม้ใหญ่ น่าจะอายุเยอะมาก

มองกลับไปที่เราเดินมาตะกี้ ตรงที่พระพุทธรูปอยู่

นี้เป็นระฆังใบใหญ่ อยู่ด้านข้าง

ทั้งหมดนี้เป็นบรรยากาศในวัด พวกเราดื่มด่ำกันสักพัก ก็เดินกลับออกมายังส่วนที่เป็นสถานที่ปฏิบัติของพระ

สักแป้ปก็กลับออกมา อันตุงรออยู่เช่นเคย จากที่นี่เราจะไปภูเขาไฟเมราปี รอติดตามนะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)

คำสำคัญ (Tags)

#borobudur#chicken church#Merapi

หมายเลขบันทึก

660587

เขียน

19 Mar 2019 @ 22:12
()

แก้ไข

20 Mar 2019 @ 23:26
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
อ่าน: คลิก