ถาม-ตอบการเลือกตั้ง ส.ส. 2562 https://goo.gl/UGhz81 ถาม-ตอบการเลือกตั้ง ส.ส. 2562https://goo.gl/rtg61j ดร.ถวิล อรัญเวศ รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4 1. วันเลือกตั้ง ส.ส. คือวันใด ? 24 มีนาคม 2562 เวลา 08.00-17.00 น. โดยเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. แล้วจะนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง โดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้นในรวดเดียว 2. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุกี่ปี ? 18 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง (24 มีนาคม 2562)3. บัตรหมดอายุใช้เลือกตั้งได้ไหม ? ได้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชนหมดอายุ บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง ที่หมดอายุ 4. เลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อใช้บัตรเลือกตั้งกี่ใบ? 1 ใบ เลือก ส.ส.แบบแบ่งเขต จะนำไปคิดคะแนน ส.ส.แบบบัญชีได้ด้วย (สองเด้ง) 5. เลือกตั้งบัตรใบเดียวคืออะไร? การเลือกตั้งครั้งนี้มี ‘บัตรเลือกตั้งใบเดียว’ ให้เราตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือก ‘ส.ส. แบบแบ่งเขต’ นอกจากนี้คะแนนจากการเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขตดังกล่าวจะถูกนำไปคำนวณอีกครั้งเพื่อหาจำนวน ‘ส.ส. ที่แต่ละพรรคพึงจะได้รับ’ และเมื่อนำไปหักลบกับจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตที่แต่ละพรรคได้รับเลือกมาแล้วก็จะได้ออกมาเป็นจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับอีกครั้ง ข้อดีของบัตรเลือกตั้งใบเดียวคือคะแนนจะไม่ตกน้ำ เพราะเท่ากับว่ากากบาทเพียง 1 ครั้ง คะแนนจะถูกนับในระบบ ส.ส. แบบแบ่งเขต และคะแนนที่เลือกไปนั้นจะถูกนำไปคิดรวมเป็นคะแนนของพรรคเพื่อคำนวณหา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในคราวเดียวกัน ขณะที่พรรคได้ ส.ส. ไม่น้อยกว่า 25 คนมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลตามบัญชีของพรรคให้รัฐสภาลงมติแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้ 6. ทำไมแต่ละพรรคจึงมีหลายเบอร์? พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 48 กำหนดให้การสมัครรับเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครได้รับหมายเลขประจําตัวผู้สมัครเรียงตามลําดับเลขที่ของหลักฐานการรับสมัคร ส่วนในกรณีที่มีผู้มาสมัครพร้อมกันหลายคนและไม่อาจตกลงลําดับในการยื่นใบสมัครได้ ให้ใช้วิธีจับสลากระหว่างผู้สมัครที่มาพร้อมกัน นั่นหมายความว่าจากเดิมที่หมายเลขผู้สมัครและหมายเลขของพรรคในการเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเป็นเบอร์เดียวกัน ปัจจุบันกฎหมายให้แยกเบอร์ โดยให้ผู้สมัครแต่ละเขตจับสลากเบอร์ของตัวเองตามลำดับ การสมัครในแต่ละเขต แม้จะอยู่ในพรรคเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องมีเบอร์ที่เหมือนกัน นายประพันธ์ นัยโกวิท หนึ่งในกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเจ้าของแนวคิดนี้ได้ให้เหตุผลว่า เพื่อให้ผู้สมัครในแต่ละเขตแสดงความรู้ความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่อาศัยหมายเลขพรรคในการพึ่งพาเพื่อช่วยให้ได้เป็น ส.ส. นอกจากนี้การใช้เบอร์ ส.ส. เขตเป็นเบอร์เดียวกับเบอร์พรรคทั่วประเทศก็มีผู้เห็นว่าอาจทำให้เกิดการซื้อเสียงในวงกว้างได้ง่ายทั่วประเทศ และอาจเกิดการทุจริตเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งได้ง่ายกว่าบัตรเลือกตั้งที่ได้เบอร์แตกต่างกันไปตามเขต 7. เลือกตั้งไปทำไม และหากไม่ไปเลือกตั้งจะเสียสิทธิอะไร? การเลือกตั้งคือการเลือกผู้แทน (ส.ส.) ไปทำหน้าที่แทนเรา หากถามว่าเลือกไปทำอะไร หน้าที่ตามหลักการขั้นพื้นฐานของ ส.ส. คือไปออกกฎหมาย ไปตั้งรัฐบาล และไปตรวจสอบรัฐบาลแทนเรา หากถามว่าเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตของเรา ต้องบอกว่านโยบายก็คือกฎหมายอย่างหนึ่งซึ่งครอบคลุมชีวิตของเราในทุกมิติ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นนโยบายอะไรก็ล้วนผูกพันกับผู้แทนของเราที่ถูกเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภา หากเราไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กฎหมายกำหนดให้เราเสียสิทธิบางประการดังต่อไปนี้ (1) สิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. (2) สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ว. (3) สิทธิในการสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน (4) ต้องห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง (5) ต้องห้ามดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจำกัดสิทธิทั้ง 5 ข้อ กำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิ 2 ปีใหม่จากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิครั้งล่าสุด 8. หาข้อมูลผู้สมัครก่อนไปเลือกตั้งได้ที่ไหน? สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครเบื้องต้นได้จากแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือจากเว็บไซต์ของ กกต. www.ect.go.th ฯลฯ 9. ในคูหาห้ามทำอะไรบ้าง? กฎหมายกำหนดให้ห้ามส่งเสียง ห้ามทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดอย่างจงใจ และห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้ลงคะแนนแล้วด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆ ที่สำคัญ ห้ามถามว่าใครเลือกเบอร์ไหนด้วยนะ (Exit Poll) 10. พบเจอการทุจริตเลือกตั้งต้องแจ้งที่ไหน? เมื่อพบเห็นการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงิน สิ่งของ หรือมีการเรียกรับเงินหรือทรัพย์สิน ให้ช่วยกันแจ้งเบาะแสหรือรวบรวมหลักฐานการทุจริตแจ้งต่อตำรวจในพื้นที่ หรือรายงานให้ กกต. ทราบทางโทรศัพท์สายด่วน กกต. 1444 หรือแจ้งข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดในพื้นที่ 11. ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งได้ที่ไหน? ก่อนวันเลือกตั้ง 20 วัน สามารถตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่ศาลากลางจังหวัด, ที่ว่าการอำเภอ, ที่ทำการเขต, ที่ทำการ อบต., สำนักงานเทศบาล, ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หรือเขตชุมชน แต่หากไม่มีเวลา 15 วันก่อนวันเลือกตั้ง กกต. จะส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและที่เลือกตั้งให้ถึงบ้าน หรือที่เรียกว่าหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน (ส.ส.12)นอกจากนี้ประชากรโซเซียลสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จาก แอปพลิเคชัน Smart Vote หรือจากเว็บไซต์ของ www.khonthai.com ที่สำคัญ หากเห็นว่าไม่มีชื่อตนเองให้แจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยนำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้มาแสดง โดยต้องแจ้งก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน 12. วันเลือกตั้งต้องเตรียมอะไรไปบ้าง? สำหรับหลักฐานที่ใช้ในการเลือกตั้งคือบัตรประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้) แต่ถ้าหาไม่เจอสามารถใช้บัตรหรือหลักฐานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ โดยต้องมีรูปถ่ายและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) แหล่งข้อมูล https://thestandard.co/thailandelection2562-10-things-to-know/