๘๙๖..ความสุขที่แท้จริง...

“เพราะฉะนั้น..จงหมั่นทบทวน "ความสุขที่แท้จริง"จะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อ…แก้ไข “ข้อด้อย” ให้มันเหลือน้อยลง รักและภาคภูมิใจในตัวเราให้มากขึ้น รักในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็น ศรัทธาในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ เรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ขาด.. เปลี่ยนแปลง “ตัวเรา” ให้เป็น “ตัวเราที่ดีที่สุด”

        ขอบคุณท่านอาจารย์..นพ.นิวัฒน์ ลีวงศ์วัฒน์..นักคิดนักเขียนและนักพูด ท่านให้ข้อคิดที่โดนใจผมเกี่ยวกับ..การเป็นตัวเอง..ดีที่สุดไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบคนอื่นและไม่ต้องวิ่งตามใคร พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ดีเอง..ประมาณนั้น

    หลายคนมีไอดอลก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ผมไม่มี..เพราะเชื่อว่าเมื่อมีแล้วทำอย่างเขาไม่ได้เราอาจมีความทุกข์ คนเรามีบริบทชีวิตแตกต่างกันมาแต่เกิด เส้นทางเดินจึงแตกต่างกันไป ไอดอล..ก็ช่วยไม่ได้ถ้าไม่ศึกษาเรียนรู้และลงมือทำ..

        ท่านผู้อ่านลองเอาแนวคิดของผมไปใช้ก็ได้ ซึ่งผมได้จากตำราและลงมือปฏิบัติมาตลอด ไม่เคยไปดูงานที่ไหนแต่ไม่ได้เป็นน้ำล้นแก้ว เพราะรู้ว่าดูไปก็ทำไม่ได้ “ปัญหา”ไม่เหมือนกัน..ต้นทุนก็ไม่ได้มากมาย อยู่ ณ ที่ตั้ง พัฒนาตนพัฒนางานจะพบว่า..ความสุขและความสำเร็จหาได้ไม่ยาก..

        เมื่อก่อนไม่มีใครอยากบริหารโรงเรียนเล็กๆ ผมเลือกที่จะอยู่เป็นรุ่นแรกๆ เขตพื้นที่ก็พยายามจะสนองนโยบาย เสนอให้ยุบควบรวม..ผมยืนกรานมาอย่างต่อเนื่อง..ว่าผมจะอยู่อย่างมีคุณภาพ

        เพราะผมเห็น “สิ่งดีๆ” ที่มีอยู่ในตัวผมอย่างมากมาย เช่น ความขยัน มุ่งมั่นในการทำงาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรค ไม่เสียเวลาอยู่กับการบ่น..แม้ว่าผมจะมีบางสิ่งที่เป็น “ข้อด้อย”  แต่ผมก็พัฒนา “สิ่งดีๆ” ให้กลายเป็น “สิ่งที่ยอดเยี่ยม”ขึ้นมา

        โรงเรียนจึงไม่ใช่โรงเรียน ICU ผลสัมฤทธิ์ก็ไม่ได้ต่ำ..เด็กอ่านได้เขียนได้ มีระเบียบวินัยและรักความสะอาด..นี่คือคุณสมบัติของการศึกษาขั้นพื้นฐาน..ใช่หรือไม่?

         ผมพยายามแก้ไข “ข้อด้อย” ให้มันเหลือน้อยลง รักและภาคภูมิใจในตัวเราให้มากขึ้น รักในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็น ศรัทธาในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ เรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ขาด

        จากการคิดแต่พึ่งตนเอง ก็เปลี่ยนมาหาเครือข่ายขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆและภาคเอกชน จนโรงเรียนเป็นรูปเป็นร่าง ใครจะใหญ่โต มีลาภยศตำแหน่งและชื่อเสียง..นั่นคือเรื่องของเขา..แต่เรื่องของเราคือต้องรักและภูมิใจ ตลอดจนเห็นคุณค่าของตัวเราเอง..

        รักและศรัทธาในสิ่งที่ทำ อย่าหลงในคำสรรเสริญเยินยอ อย่าท้อเมื่อมีคนติฉินนินทา และอย่าหลงตัวเอง เป็นอะไรก็ได้ที่เป็นคนดี ทำอะไรก็ได้ที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร..ผมสอนหนังสือและเป็นภารโรงทุกวัน..ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นความทุกข์แต่อย่างใด..ดีเสียอีกที่เห็นโรงเรียนเติบโต และมีคนมาศึกษาดูงานมากมาย

        ผมอยู่กับโรงเรียนที่มีดินที่ดี มีน้ำที่อุดมสมบูรณ์..และไม่ได้อยู่กับ “ครู”ที่มีหัวใจแห้งแล้ง ผมจึงเรียนรู้สู้งาน และไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดแคลนอะไรอีกแล้ว..

        สิ่งที่ผมคิดว่าใช่ ก็คืออย่าได้ไปคิดเปลี่ยนแปลงใคร แต่ต้องเปลี่ยนแปลง “ตัวเรา” ให้เป็น “ตัวเราที่ดีที่สุด”...เป็นผู้บริหารที่เป็นผู้นำทางวิชาการ..เป็นผู้บริหารที่รักการอ่าน..แล้วส่งเสริมให้ครูและนักเรียนรักการอ่านให้ได้..เท่านั้นเอง
         ครับ..เท่าที่จะผมพอจะทำได้ในเวลาที่เหลืออยู่ของชีวิต ก็แค่เป็นคนที่ดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้นในทุกๆวัน และผมก็เต็มใจที่จะแบ่งปันแนวคิดและสิ่งดีๆให้แก่ผู้อ่านและผู้คนรอบข้าง เพราะนี่คือ “ความสุขและความสำเร็จ” ที่ผมแสวงหาและพบแล้วในโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นความรู้สึกและภาพเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนที่สุด

         “เพราะฉะนั้น..จงหมั่นทบทวน "ความสุขที่แท้จริง"จะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อ…แก้ไข “ข้อด้อย” ให้มันเหลือน้อยลง รักและภาคภูมิใจในตัวเราให้มากขึ้น รักในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็น ศรัทธาในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ เรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ขาด.. เปลี่ยนแปลง “ตัวเรา” ให้เป็น “ตัวเราที่ดีที่สุด”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๔  มีนาคม  ๒๕๖๒






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (2)

[email protected]
IP: xxx.121.176.193
เขียนเมื่อ 

Happy ขอบคุณสำหรับสาระดีๆที่มีให้ ได้รับแนวคิดและความสุขจากการได้อ่านเรื่องจากท่าน ผอ. ครับ

ขอบคุณเช่นเดียวกัน ครับ ที่กรุณาเข้ามาอ่านและให้กำลังใจ.ครับ

หมายเลขบันทึก

660253

เขียน

04 Mar 2019 @ 20:56
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก