ผมอ่านพบในบทความเรื่องหนึ่ง..เขาเขียนไว้อย่างยืดยาวถึงอาชีพสัปเหร่อ..ซึ่งนับวันจะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะมีการตายเกิดขึ้นทุกวัน..
อ่านแล้วก็พอจะสรุปใจความได้ว่า..สัปเหร่อทำงานด้วยใจ..มีใจเป็นสำคัญ ถ้าไม่มีใจ..ก็ทำไม่ได้..”ผมก็รู้สึกเห็นด้วยและถือว่าเป็นอาชีพที่เสียสละ ควรค่าแก่การยกย่องนับถือ..แต่ผมก็มีข้อกังขาอยู่บางประการว่า...?
อาชีพสัปเหร่อ..มีมาตรฐานการทำงานอย่างไร? มีอะไรเป็นบรรทัดฐาน หรือมีจรรยาบรรณหรือไม่..ภารกิจที่ทำในงานศพนั้นกำหนดขั้นตอนการทำงานโดยวัดหรือสัปเหร่อคิดเอง และมีการอบรมหรือไม่ ตลอดจนคัดเลือกสัปเหร่อกันอย่างไร?
มันน่าสนใจตรงที่เป็นอาชีพสุจริตไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ..ต้องมีวิชาอยู่พอตัวทีเดียว..วันนี้..ผมมีโอกาสสังเกตการณ์ทำงานของสัปเหร่ออยู่พอสมควร..
ผมเดินทางถึงวัดแถวปากเกร็ด..ตั้งแต่ตอนเที่ยง ไปงานศพคุณพ่อของเพื่อน ซึ่งสวดพระอภิธรรมมาหลายคืนแล้ว ผมไม่ได้ไปสักคืนเพราะผมขับรถกลางคืนไม่ได้
ผมคิดว่าเพื่อนที่เป็นเจ้าภาพคงเหนื่อยแย่แล้ว มีอะไรที่ผมช่วยงานเขาได้ก็จะทำทันที งานนี้ไม่ผิดหวัง..ตั้งแต่ขนย้ายและจัดเก้าอี้ เช็ดอย่างเรียบร้อย เสิร์ฟน้ำและถือขันเชิญชวนทำบุญติดกัณเทศน์
ช่วยจัดของที่ระลึกหรือที่เรียกว่าของชำร่วย และมีโอกาสได้ทักทายเพื่อนๆและแขกเหรื่อที่มาในงานอย่างมากมาย..
ผมเดินขึ้นไปดูความไม่เรียบร้อยบนเมรุ..เห็นสัปเหร่อใส่เสื้อซาฟารีเต็มยศ มีผู้ช่วยฯเป็นวัยรุ่น มีสักลายอยู่เต็มสองแขนดูน่ากลัว ยิ่งอยู่บนเมรุด้วยแล้วดูน่าเกรงขามยิ่งนัก
ผมไม่กล้าทักสัปเหร่อ..เพราะหน้าพี่แกไม่ยิ้มเลย ผมจึงเอ่ยทักทายท่านผู้ช่วยฯด้วยอาการสำรวม..
“พี่ครับ..พวงหรีดเหล่านี้ ต้องยกออกไปไหมครับ..”
ผมหมายถึงพวงหรีดดอกไม้สดที่กองอยู่เกลื่อนกลาดบนเมรุ อันเนื่องมาจากมีการเผาศพเมื่อวาน..แต่ ณ เวลานี้พิธีการก็ใกล้จะเริ่มแล้ว..พวงหรีดเก่ายังกองอยู่
ผู้ช่วยสัปเหร่อตอบว่า..”กองไว้อย่างนี้ล่ะ เดี๋ยวเก็บทีเดียวเลย”
“อ้าว..แล้วผู้คนที่เดินขึ้นมาจุดศพจะเดินกันอย่างไร? ที่สำคัญกว่านั้น..ทำไม?ไม่รีบบอกเจ้าภาพให้นำพวงหรีดดอกไม้สดขึ้นมาจัดวางได้แล้ว..เวลาก็พอมีเพราะต้องรอประธาน..” ผมไม่ได้พูด ได้แต่คิดในใจ..
แต่สัปเหร่อตัวจริงได้ยินคำถามของผม ค่อยๆไปนำรถเข็ญมาจอดเทียบที่บันไดเมรุ แล้วขนย้ายพวงหรีดเก่าออกไป..แสดงให้เห็นชัดเจนว่าธรรมเนียมปฏิบัติของวัดนั้นสามารถจัดตกแต่งเมรุได้..ด้วยพวงหรีดดอกไม้สด
แต่ด้วยสัปเหร่อเป็นคนพูดน้อย..หรือพูดไปแล้ว แนะนำให้เจ้าภาพทำอย่างโน้นอย่างนี้..เสร็จแล้วข้าก็ต้องเป็นคนเก็บเอง..มันคงไม่ใช่แนวของสัปเหร่อวัดนี้..
ผมสังเกตแล้วก็คิด เพราะเมื่อเดือนที่แล้ว..ผมไปงานศพคุณแม่ของเพื่อนที่วิเศษชัยชาญ พวงหรีดและดอกไม้สดบนเมรุ ผมเป็นคนจัดวางเองเกือบทั้งหมด...
ช่วงเวลา ๒๐ นาทีที่รอเข้าสู่พิธีการ ผมมองพวงหรีดที่ศาลาฌาปนสถานที่อยู่ไม่ไกลจากเมรุ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ..
“เฮ้ย..อันนี้มันเป็นความรู้สึกล้วนๆเลยนะ คนที่เขามากราบศพพร้อมหรีดไว้อาลัยบรรจงแต่งดอกไม้ด้วยใจที่เคารพนับถือ..เขาให้เกียรติผู้วายชนม์และการนำขึ้นไปจัดวางประดับเมรุ มิใช่เพื่อความอลังการในความสวยแต่เป็นการให้เกียรติแขกที่มาร่วมงาน..บ่งบอกความดีงามของทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ที่จากไปและยังอยู่..
“อาจารย์คะ..ใกล้เวลาแล้ว ไม่เห็นเขายกแจกันดอกไม้ขึ้นไปบนเมรุเลยค่ะ” ภรรยาเพื่อนผมมากระซิบเบาๆ
“พี่กำลังมองอยู่..เดี๋ยวจัดการให้ครับ”
นางหมายถึงแจกันดอกไม้ที่วางอยู่หน้าหีบศพ..อันนี้เป็นของเจ้าภาพ พอเคลื่อนศพขึ้นเมรุแล้ว ดอกไม้ช่อใหญ่ที่ว่าก็ถูกวางไว้เฉยๆ
ผมขึ้นไปเรียนถามท่านผู้ช่วยสัปเหร่ออีกครั้ง..”พี่ครับ กระถางดอกไม้ตรงโน้นมีทั้งหมด ๗ กระถาง นำขึ้นมาจัดวางบนเมรุได้ไหมครับ?”
“จัดได้เลย วางตามเสาและตรงบันไดทางขึ้นก็ได้”
ผมกับพลทหารที่มาช่วยงาน ช่วยกันยกและจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ก็ทำให้เมรุดูเรียบร้อยเหมาะสมกับพิธีอันสำคัญยิ่ง..
คิดในใจ(อีกแล้ว) งานแบบนี้ คณะเจ้าภาพที่ไหนเขาจัดได้บ่อยๆ ตัวเอง..อยู่บนเมรุเกือบทุกวัน..จะช่วยมองช่วยจัดหรือแนะนำอะไรให้บ้างก็ได้ นั่งบื้อรอเวลาซะงั้น..เจ้าภาพเขาใส่ซองเป็นค่าตอบแทนก็มิใช่น้อย..ทำฟรีซะที่ไหน?
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒