เช้าวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๑ ผมไปเป็นประธานการประชุมมูลนิธิ IHPP ที่มีพนักงาน ๘๖ คน เป็นนักวิจัย ๓๑ ผู้ช่วยนักวิจัย ๓๓ คน ในปี ๒๕๖๑ นับถึง ๘ พฤศจิกายน มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ ๔๖ เรื่อง ในวารสารภายในประเทศ ๒๐ เรื่อง ที่สำคัญคือ เป็นผลงานวิจัยเพื่อทำความเข้าใจหรือแก้ปัญหาระบบสุขภาพไทย มีงานวิจัย ๕๖ เรื่อง รายได้ ๑๑๐ ล้านบาท
นอกจากทำงานวิจัยแล้ว ยังทำหน้าที่สร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยนโยบายและระบบสุขภาพให้แก่ประเทศ โดยการสร้างนักวิจัย
ในทางกฎหมาย IHPP มีสองสถานะ สถานะหนึ่งเป็นหน่วยงานระดับกอง (ไม่เป็นทางการ) ภายในกระทรวงสาธารณสุข อีกสถานะหนึ่งเป็นมูลนิธิ เป็นนิติบุคคลทางกฎหมาย ทำงานวิจัยหาเงินเลี้ยงตัวเอง ในจำนวนสมาชิก ๘๖ คนนั้น ไม่ถึง ๑๐ คนเป็นข้าราชการ นอกนั้นเป็นลูกจ้างของมูลนิธิ
จะเรียกว่าเป็นลูกจ้างก็ไม่ถูกนัก เพราะเรามุ่งสร้างความเป็นเจ้าขององค์กร ในหมู่สมาชิก มีการดูแลความเป็นอยู่ของสมาชิกขององค์กรอย่างดี ในวันนี้ ศ. นพ. วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์เตือนว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ขององค์กร จะมีอายุยืนยาวไปถึง ๙๐ ปี จึงต้องคิดสร้างฐานะความมั่นคงระยะยาวไว้ใช้ยามชรา ทางมูลนิธิต้องมีมาตรการช่วยประกันความมั่นคงให้แก่สมาชิก
นี่คือองค์กรของนักวิจัยมืออาชีพ เราต้องช่วยกันสร้างความมั่นคงในอาชีพนักวิจัย
สำหรับผม ความมั่นคงมาจากการทำงานหนัก ขยัน และทำงานอย่างชาญฉลาด เราต้องช่วยให้ผู้ช่วยนักวิจัย นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ธุรการ ทำงานอย่างมืออาชีพ และที่สำคัญที่สุด ได้รับการยอมรับนับถือในวงการวิจัยระบบและนโยบายสุขภาพ ซึ่งมองจากรายชื่อโครงการและกิจกรรม รวมทั้งผลงาน เชื่อว่าเราจะช่วยกันสร้างความมั่นคงในชีวิตนักวิจัยอาชีพให้แก่สมาชิกของมูลนิธิได้
แต่เป็นธรรมดา ที่ชีวิตมีขึ้นมีลง ชีวิตขององค์กรก็เช่นกัน ในช่วงเวลาเกือบสิบปีที่ผมได้เข้าไปเป็นประธานมูลนิธิ IHPP เราได้เห็นช่วงที่ถูกเพ่งเล็งในฐานะส่วนหนึ่งของ “องค์กรตระกูล ส” ได้เห็นช่วงที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงไม่เป็นมิตร แต่ IHPP ก็รอดมรสุมมาได้จากความเป็น องค์กรที่เข้มแข็งในการทำงาน ผลิตผลงานเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง (และต่อโลก)
การทำงานวิจัยเชิงระบบและนโยบาย จะให้เป็นประโยชน์ หรือมีน้ำหนัก ต้องเข้าไปวิจัยเรื่องที่มีความอ่อนไหวเชิงผลประโยชน์ ซึ่งหมายความว่าจะก่อทั้งมิตรและศัตรู ในบางกรณีศัตรูเป็นธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลทางการเงินสูง ที่สามารถเข้าไปล็อบบี้ให้ผู้ถืออำนาจบ้านเมืองเล่นงานหน่วยงานได้ หน่วยวิจัยแบบ IHPP จึงต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ต้องยืนหยัดไม่กลัวอิทธิพลใดๆ โดยต้องแสดงท่าทีที่อ่อนน้อมถ่อมตน ภายใต้ข้อมูลหลักฐานและวิธีการที่แม่นยำหนักแน่น
การทำงานร่วมมือกับต่างประเทศ ช่วยเป็นเกราะกำบังอย่างหนึ่ง โดยต้องร่วมมือกับองค์กรหรือหน่วยงานที่มีชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือ และมีฐานะด้านเป็นองค์การระหว่างประเทศ นอกจากนั้น ยังเป็นแหล่งทุนอีกด้วย
การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต่างประเทศ เป็นการ “ปล่อยกลิ่น” ความสามารถสูง ดึงดูด “มวลมหามิตร” วิชาการ เข้ามาร่วมมือ ซึ่งก็เป็นการดึงดูดทุนวิจัยไปในตัว รวมทั้งได้โอกาสรับเชิญไปนำเสนอผลงานในเวทีนานาชาติ ได้เดินทางไปเปิดหูเปิดตาทั้งด้านวิชาการและด้านการเรียนรู้โลก
IHPP ได้รับการยอมรับสูงมากในวงการวิจัยระบบสาธารณสุขไทย ได้รับการชักชวนเชื้อเชิญให้เข้าร่วมหารือตั้งโจทย์วิจัยตามความต้องการของประเทศ ตามมาด้วยการได้รับงานและทุนวิจัย โดยใช้มูลนิธิเป็นองค์กรรับทุน มูลนิธิจึงดำรงอยู่ได้ด้วยความสามารถในการทำงาน ผลิตผลงานที่มีคุณภาพสูงของสมาชิกองค์กร
นำมาเล่าไว้ เพราะยุคต่อไปนี้ ประเทศไทยจะต้องพัฒนาขีดความสามารถในการสร้างความรู้ สำหรับเป็นทางเลือกของการพัฒนาประเทศ ไม่ให้หลงตกเข้าไปในหลุมดำหรือบ่วงมารแห่งความหลงผิดเชิงระบบหรือเชิงนโยบาย อย่างที่ ระบบสุขภาพอเมริกันกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ ใครอยากรู่ว่าเป็นอย่างไรให้ดูภาพยนตร์ documentary เรื่อง Drug$ 2018
ระบบวิจัยไทย จะเป็นระบบที่มีสมรรถนะสูง ต้องมีสถาบันวิจัยแบบ IHPP ใน sector อื่นๆ ครบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน education sector
ผลงานวิจัยในปี ๒๕๖๑ ของ IHPP แสดงใน ไฟล์ ผลงาน
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ธ.ค. ๖๑