เมื่อนิสิตเดินทางไปยังค่าย ผมจึงไม่ลืมที่จะฝากให้แกนนำชาวค่ายได้ทำกระบวนการประเมินผลการเรียนรู้ผ่านบัตรคำและการสนทนา-เล่าเรื่อง หรือผ่านกระบวนการอื่นๆ ตามที่เขาเห็นควร

จากบันทึกก่อนหน้านี้  มอบไออุ่นสู่อีสานต้านภัยหนาว ครั้งที่ 2 (ก่อนการเดินทาง)  และ ว่าด้วยเรื่อง "กรอบแนวคิดการบริหารจัดการค่ายอาสาพัฒนา"   รวมถึง มีความหมายใดในการ (จะ) "ไปค่าย"  ซึ่งผมพยายามเขียนถึงกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางไป “ออกค่ายอาสาพัฒนา” ของเครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม (ทำดีเพื่อพ่อ ทำดีเพื่อสังคม)  และเครือข่ายนิสิต ๙ต่อ Before After

ค่ายที่ว่านั้นก็คือ  “ค่ายมอบไออุ่นสู่อีสานต้านภัยหนาว ครั้งที่ 2” ที่จะขึ้นเมื่อวันที่ 22-24 ธันวาคม 2561 ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเพิ่ม ตำบลนาแค  อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี และอุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญๆ คือ

  • มอบผ้าห่มและเครื่องกันหนาวแก่เด็กนักเรียน จำนวน 60 ชุด
  • มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน
  • ศึกษา “นวัตวิถี” ในชุมชน เช่น  สวนกาแฟ  ผลิตไม้กวาด  การเลี้ยงหมูป่า  จัดทำเข่งปลาทู  การเลี้ยงจิ้งหรีด
  • ตักบาตร-ฟังธรรมเทศนา - บำเพ็ญประโยชน์วัดและชุมชน
  • เดินป่าศึกษาธรรมชาติ
  • ศึกษาวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรจากป่าทั้งในชุมชนและอุทยาน  
  • กิจกรรมรอบกองไฟและละครสะท้อนประเด็นทางสังคม  เช่น เพศที่สาม  การเลือกตั้ง  ศาสนา

สองบันทึกข้างต้น  สะท้อนถึงกระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยการให้ความรู้ หรือเครื่องมือในการใช้เรียนรู้ความเป็นค่ายอาสาพัฒนาและการประเมินความคาดหวังในการเรียนรู้จากค่ายที่กำลังจะไปเยือน –


ผมให้ความสำคัญกับทั้งสองกระบวนการอย่างมาก   จึงทำการปักหมุดถามทักเรียกสติของนิสิต เพื่อให้นิสิตชัดเจนกับตัวเองว่า “จะไปทำอะไร-จะไปเรียนรู้อะไร-เพื่ออะไร-เพื่อใคร” 

ครั้นรู้ว่าแต่ละคนอยากได้อะไรจากค่าย  ผมก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดว่าด้วยเรื่อง “เครื่องมือ”(กรอบแนวคิด-ทฤษฎี)  สำคัญๆ ของการเรียนรู้แก่นิสิต  เพื่อให้นิสิตนำองค์ความรู้ที่ว่านั้นไปประยุกต์ใช้ให้เกิดมรรคผลต่อการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม –

ด้วยเหตุนี้  เมื่อนิสิตเดินทางไปยังค่าย  ผมจึงไม่ลืมที่จะฝากให้แกนนำชาวค่ายได้ทำกระบวนการประเมินผลการเรียนรู้ผ่านบัตรคำและการสนทนา-เล่าเรื่อง  หรือผ่านกระบวนการอื่นๆ ตามที่เขาเห็นควร

และนี่คือส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ของการเรียนรู้ที่นิสิตสื่อสารกลับมา –

  • ได้เรียนรู้กระบวนการพัฒนาชุมชนบนศักยภาพของชุมชน (ชุมชนนวัตวิถี)
  • ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมชุมชน
  • ได้เรียนรู้แนวทาง-หลักการใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันของชุมชน
  • ได้ความรู้เรื่องประวัติของอุทยานและสถานการณ์ปัจจุบันของอุทยาน
  • ได้ศึกษาป่าสมุนไพร

หรือกระทั่งผลลัพธ์อื่นๆ  ในเชิงของการทำงานร่วมกับคนอื่น และวิถีจิตอาสา  เช่น

  • ได้ค้นพบทักษะสำคัญๆ ของตนเอง
  • ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานร่วมกับคนอื่น
  • ได้ฝึกการมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่
  • ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกับเพื่อนต่างคณะ
  • ได้สัมผัสถึงความสุขของการเป็นผู้ให้ (จิตอาสา)

จริงไม่จริง ผมไม่รู้หรอก  แต่ก็เคารพต่อสิ่งที่นิสิตได้สื่อสารกลับมาอย่างไม่กังขา  อย่างน้อยก็ทำให้ผมมีข้อมูลในการเชื่อมโยงกลับมายังกระบวนการที่ตนเองได้หนุนเสริมให้กับนิสิตในห้วงก่อนการเดินทางไปออกค่าย

อ่านแล้วก็สุขใจ – สบายใจ  และโล่งใจเป็นที่สุด


เขียน : เสาร์ที่ 26 มกราคม 2562
ภาพ :  เครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม / เครือข่ายนิสิต ๙ต่อ Before After