มีความหมายใดในการสัมภาษณ์นิสิต (นิสิตได้เรียนรู้อะไรจากการเข้าสัมภาษณ์)

จากข้อมูลที่นิสิตสะท้อนมานั้น จะเห็นได้ว่ากระบวนการสัมภาษณ์ของกรรมการได้ช่วยให้นิสิตได้เห็นคุณค่าและมูลของตัวเอง รวมถึงการสื่อให้เห็นถึงกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อยู่ในตัวอย่างเสร็จสรรพ หรือแม้แต่การสื่อให้เห็นถึงการเรียนรู้ความเป็น Hard skills & Soft skills เช่นเดียวกับการช่วยให้นิสิตได้มีพลังในการที่จะใช้ชีวิตและเรียนรู้ความเป็นชีวิตต่อไป



ระยะหลังๆ เมื่อต้องเป็นกรรมการพิจารณาคัดเลือกนิสิตในวาระต่างๆ  ทั้งที่เป็นทุนการศึกษา รวมถึงการยกย่องเชิดชู  สิ่งที่ผมปรับแต่งขึ้นใหม่ก็คือ “ประเมินผลการเรียนรู้ของนิสิต” 

ใช่ครับ – ผมมอบหมายให้ทีมงานแจก “บัตรคำ”  เพื่อให้นิสิตได้เขียนสะท้อนกลับมาว่า “ได้เรียนรู้อะไรจากการเข้าสัมภาษณ์”  รวมถึง “ข้อเสนอแนะ” ที่มีต่อกรรมการ

บัตรคำที่ว่านี้จะถูกแจกในต้นชั่วโมงก่อนเข้าสัมภาษณ์  พอนิสิตออกจากห้องประชุมแล้วก็จะมาเขียนถึงประเด็นที่เราได้สร้างเป็นโจทย์  จากนั้นก็ส่งกับเพื่อนนิสิต หรือเจ้าหน้าที่ หรือไม่ก็หย่อนไว้ในจุดที่เราติดตั้งไว้


กรณีล่าสุดเมื่อวันที่  15 มกราคม 2562 เป็นอีกครั้งที่ผมนำกระบวนการที่ว่านี้มาใช้ในเวทีของการพิจารณาคัดเลือกนิสิตต้นแบบรางวัล "MSU FOR ALL


รางวัล MSU FOR ALL เป็นรางวัลที่เกี่ยวโยงกับ “ค่านิยม” การเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเราใช้คำว่า “MSU FOR ALL”  หรือคำเต็มๆ ก็คือ MAHASARAKHAM UNIVERSITY FOR ALL และแปลงความหมายเป็นวาทกรรมว่า “พึ่งได้”  ที่หมายถึง “การสามารถพึ่งตนเองได้และสามารถเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้”


และเมื่อถอดรหัส MSU ก็จะประกอบด้วย M (Maturity) S (Social Responsibility) U (Unity) ซึ่งรากศัพท์เหล่านี้ก็จะสัมพันธ์กับปรัชญามหาวิทยาลัยฯ ด้วยเช่นกัน  นั่นคือ “ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน)


ย้อนกลับมาที่รางวัลนี้อีกครั้ง – รางวัลนิสิตต้นแบบ MSU FOR ALL  จะประกอบด้วยคุณสมบัติสำคัญๆ เช่น

  • เรียนดี เกรดเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2.75
  • ประพฤติดี มีวิริยะอุตสาหะต่อการเรียนรู้ 
  • มีสุขภาพที่ดี
  • มีความเป็นวิถีไทย
  • มีผลงานด้านกิจกรรมที่มีคุณค่าและมูลค่า

เอาจริงๆ เกณฑ์เหล่านี้  เราล้อมาจากรางวัลนิสิตนักศึกษารางวัลพระราชทานของกระทรวงศึกษาธิการ  การพิจารณาคัดเลือกนิสิตในครั้งนี้  จึงเป็นการเฟ้นหา “ผู้แทนนิสิต”  เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในระดับภูมิภาค  ซึ่งในแต่ละปีขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น

แต่จริงๆ แล้ว  ผมมุ่งให้นิสิตได้แข่งกับตัวเองเสียมากกว่า  มุ่งให้นิสิตได้ทบทวนตัวเองผ่านกลไกในชีวิตประจำวันบนฐานของการเรียน การทำกิจกรรม การเป็นคนของครอบครัวและสังคม –


ด้วยเหตุนี้  เราจึงออกแบบกระบวนการให้ได้มาหลากวิธี  นับตั้งแต่มอบหมายให้คณะพิจารณาคัดเลือกมาคณะละ 1 คน และรับสมัครจากส่วนกลางไว้จำนวนหนึ่ง  จากนั้นก็นำนิสิตทั้งหมดเข้าสู่เวทีการพิจารณา  โดยให้นิสิตจัดทำสื่อมานำเสนอ ควบคู่ไปกับการสัมภาษณ์ของคณะกรรมการ

นั่นคือระบบและกลไกการทำงานที่เราออกแบบไว้ อย่างน้อยก็ทดลองใช้มาแล้ว 3 ปี


และจากนี้ไป คือส่วนหนึ่งที่นิสิตได้สะท้อนการเรียนรู้ผ่านบัตรคำ 

  • ได้ทบทวนข้อมูลตัวเองอย่างเป็นระบบ
  • ได้ฝึกทักษะในการสื่อสารผ่านสื่อสร้างสรรค์
  • มีความสุขกับการได้สื่อสารเรื่องราวของตนเอง
  • ได้รู้หลักของการนำองค์ความรู้ในวิชาชีพไปบริการสังคม
  • ได้แนวคิดใหม่ๆ ในการบริหารองค์กร และกิจกรรม
  • ได้ฝึกทักษะในการสื่อสารและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  • ได้รู้จุดเด่นและจุดอ่อนตัวเองมากขึ้น
  • ฯลฯ


จากข้อมูลที่นิสิตสะท้อนมานั้น จะเห็นได้ว่ากระบวนการสัมภาษณ์ของกรรมการได้ช่วยให้นิสิตได้เห็นคุณค่าและมูลของตัวเอง  รวมถึงการสื่อให้เห็นถึงกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อยู่ในตัวอย่างเสร็จสรรพ  หรือแม้แต่การสื่อให้เห็นถึงการเรียนรู้ความเป็น Hard skills & Soft skills  เช่นเดียวกับการช่วยให้นิสิตได้มีพลังในการที่จะใช้ชีวิตและเรียนรู้ความเป็นชีวิตต่อไป


หมายเหตุ 

เขียนเสาร์ที่ 26 มกราคม 2562
ภาพ : สุริยะ สอนสุระ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (0)