การเคลื่อนไหวของเรื่องราวจากภายในสู่ภายนอก
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2549
วันนี้เวลา 16.00 น. ได้ข่าวว่ามีการนัดเจอกันของชุมชนจิตไร้สำนึก พี่แอะโทร.มาชวน ก็ยินดีจะไปร่วมแม้จะอยู่ได้เพียงเสี้ยวส่วนของเวลาก็จะพยายามนำพาตัวเองไปร่วมกิจกรรมวันนี้ เพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ขณะเดียวกันได้รับคำเชิญจากอาจารย์ปารมีให้ไปพูดคุยกับบุคลากรในภาควิชา เพื่อร่วมเรียนรู้เรื่อง “การสื่อสารที่กรุณา” ได้รับฟังจากอาจารย์ว่าอยากให้ทุกคนในภาควิชาพยาธิฯ ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข เข้าใจกัน โดยผ่านการสื่อสารที่กรุณา หรือมีสุนทรียสนทนาด้วยกันมากขึ้น เมื่อได้ฟังอาจารย์ก็ชื่นชมในความกรุณาของอาจารย์ในฐานะหัวหน้าภาควิชาที่มีความปรารถนาดีต่อผู้ร่วมงานทุกคน ข้าพเจ้าเลยตอบรับคำเชิญ
เราเริ่มกิจกรรมนี้ด้วยการนั่งสมาธิในช่วงต้น เพื่อให้ทุกคนได้ใคร่ครวญความรู้สึกในใจ ความมุ่งมั่นในการที่จะร่วมเรียนรู้ และสร้างปัญญาร่วมกัน เพื่อนำพาผู้คนในภาควิชาพยาธิวิทยาให้มุ่งมั่นในการพัฒนาคน พัฒนางาน ไปด้วยกันอย่างมีความสุข
จากการพูดคุยก็น่าจะเป็นเรื่องของการหาแนวทางในการจัดกิจกรรมให้กับบุคลากรในภาควิชาพยาธิวิทยา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 200 คน ว่า จะดำเนินไปได้ทั่วถึงอย่างไร
ประการแรก อาจจะทำให้กับหัวหน้าหน่วย หัวหน้างาน ที่สมัครใจก่อน แล้วนำพาไปสู่ผู้ร่วมงาน
ประการที่สอง อาจจะจัดให้กับบุคลากรในหน่วยงานเดียวกัน หรือที่ทำงานด้วยกัน โดยแบ่งมาบางส่วน เพื่อให้อีกบางส่วนทำงานไปก่อน
หลัก ๆ ก็หวังให้ทุกคนได้เข้าใจกันมากขึ้น จะได้สื่อสารได้ง่ายขึ้น และส่งผลให้สามารถพัฒนาคุณภาพงานได้ดียิ่งขึ้น ก็เป็นความตั้งใจที่น่าชื่นชมมาก ขอให้ประสบผลสำเร็จนะคะ ยินดีเป็นกำลังใจให้ค่ะ
สำหรับการพบกันของ ชุมชนจิตไร้สำนึก ก็พบว่า ทุกคนอยากจะนำสิ่งดี ๆ ที่ตนเองได้รับมาให้เพื่อนร่วมงาน ผู้ป่วย แหม ! ฟังแล้วเป็นปลื้มจริง ๆ ค่ะ ไม่เคยเห็นการอบรมครั้งไหน จะส่งผลทะลุทะลวงใจได้ไกลโพ้นขนาดนี้ ข้อเสนอก็มีหลายอย่าง เช่น
1. ดูแลตัวตนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในโดยสังเกต สังเกต และสังเกต และ
ใคร่ครวญ ใคร่ครวญ และใคร่ครวญ ทุกวัน ทุกวัน และทุกวัน
2. สำหรับผู้ป่วยก็ปฏิบัติการสื่อสารที่กรุณา เพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลายความตึงเครียด
หรือความกังวลจากโรคร้าย ให้กำลังใจ นอกจากนี้ ก็อาจจะปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในวอร์ด เช่น มีการเปิดเพลงเย็น ๆ เบา ๆ หรือเปลี่ยนรูปแบบการให้สุขศึกษาในหน่วยงาน โดยใช้ขบวนการของสุนทรียสนทนาและเพื่อนช่วยเพื่อน มีบางคนเสนอให้มีการนำเพลงเหล่านี้ไปให้ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลเปิดเบา ๆ ให้ผู้ป่วยฟัง หรือมี Body Scan ช่วงบ่ายให้ผู้ป่วยรับฟังจาก TV ได้
3. เพื่อนร่วมงาน โดยทางวอร์ดต้องการจัดกิจกรรมนี้ให้น้อง ๆ ได้สัมผัส เพื่อจะได้เกิด
ความรู้สึกดี ๆ แบบที่เราเป็นกันบ้าง ดีไหม ?
4. พวกชุมชนจิตไร้สำนึก อาจจะต้องเกาะติดกันนัวเนีย มีการชวนกันไปรำมวยในตอน
เช้า โดยนัดกันหกโมงวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่สนามบาสนักศึกษาแพทย์ นี่…อาจจะมีสภาน้ำเต้าหู้หรือข้าวยำก็ได้นะคะ หรืออาจจะจัดเป็น COP ของสุนทรียสนทนาก็ได้ โดยระบุเวลานัดเจอเดือนละกี่ครั้งก็ว่าไป …..ติดนัวเนียจริงจริ๊ง
5. ลืมอีกข้อหนึ่ง พี่แอะบอกว่า ได้มาเล่าให้รองคณบดีฝ่ายพัฒนาบุคลากรทราบ อาจารย์สนใจและบอกว่าเชิญมาอีกครั้งดีไหม ? เพื่อพัฒนาหัวหน้างานไง
อื่น ๆ อีกมากมายค่ะ ใครคุยกันต่อถึงสองทุ่ม ลองเล่าสู่กันฟังเพิ่มเติมนะคะ
คงได้พบกันอีกหลายครั้ง
สวัสดีค่ะ คุณหมอฉลอง..ดีใจค่ะที่พบพี่ที่นี่…เขียนสนุกค่ะเห็นบรรยากาศเหมือนได้ไปเอง….ยินดึอีกครั้งที่พบ คุณหมอที่นี่ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่เมตตา
เหมือนธรรมจัดสรรให้มาเจอกันที่บล็อกนี้ หลังจากได้จัด .อบรมการสื่อสารที่กรุณาให้กับอาจารย์แพทย์และพยาบาลปรากฎว่าได้ผลดีเกินคาด ก็เลยคิดว่าน่าจะจัดให้หัวหน้างานบ้าง ไม่ทราบว่าพี่สนใจหรือเปล่าคะ
ขอบคุณหมอหลองค่ะ สำหรับไมตรีจิตที่ให้กับชาวพยาธิ
สนใจค่ะ คุณหมอ..แล้วพี่จะแวะไปคุยนะคะ...ขอบคุณค่ะ
ขอขอบคุณ.....คุณ Mitochondriaและ อาจารย์หมอ ปารมี ที่ให้กำลังใจค่ะ
ยินดีค่ะ ...พื่เมตตา...รู้สึกดีใจแทนหัวหน้างานล่วงหน้า....เป็นของขวัญปีใหม่ที่ล้ำค่ามากค่ะ