สิ่งดีๆที่เกิดขึ้น

การบ่มเพาะความรู้
สิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้น  

ข้าพเจ้าได้ถอดบทเรียนของการอบรมครั้งหนึ่งตามหลักของ KM ซึ่งได้เรียนรู้งานจากอาจารย์ประภาภัทร นิยม   ผู้อำนวยการโรงเรียนรุ่งอรุณ  กรุงเทพมหานคร   ซึ่งมีส่วนของ KV, KS และ KA ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกว่าการเป็นกระบวนกรครั้งนี้ใช้สติมากในการรับฟัง เพื่อที่จะสกัดสิ่งดี ๆ เหล่านี้มาจากการพูดคุยในวง   แต่ทำด้วยความตั้งใจจึงได้สาระมาฝากท่านผู้อ่านดังนี้แล

                  สวนสายน้ำ  ตำบลทุ่งจัง  อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา   เหล่ากระบวนกรกลุ่มการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์   ได้รับเป็นกระบวนกรในโครงการครอบครัวสานรักของกลุ่มแกนนำครอบครัวเข้มแข็ง   ซึ่งเป็นคุณครูโรงเรียนศรีนครินทร์  โรงเรียนสุดรัก  และโรงเรียนดิษฐพร   จำนวนประมาณ 40 คน

          วันแรก เริ่มด้วยการร้องเพลงและแนะนำตัว  พูดคุย เรื่อง รูปแบบของสุนทรียสนทนา เพื่อเป็นตัวนำพาขบวนการเรียนรู้       สุนทรียสนทนาคงเริ่มต้นจากการฟังอย่างลึกซึ้ง  ฟังแบบไม่ตัดสิน  ฟังแบบห้อยแขวน  เมื่อคำพูดได้ไหลเข้าไปในใจของผู้ฟังแล้ว ก็ผ่านการใคร่ครวญด้วยใจอีกระยะหนึ่ง  ซึ่งเป็นเหตุผลว่า เราอาจต้องฟังคนอื่นพูดประมาณ 3-4 คน เพื่อให้มีสิ่งใหม่ ๆ ไหลเข้ามาในใจของเรามากยิ่งขึ้น  มีข้อมูลประกอบมากขึ้น  เพื่อการใคร่ครวญด้วยใจ ด้วยหลายแง่มุม จนมีความคิดผุดพรายขึ้นมาในใจ และพร้อมจะพูดขึ้นมาในวง

                วันที่สอง        เริ่มด้วยกิจกรรมชีวิตวัยเด็กในช่วงเช้า  โดยเริ่มจาก body scan เพื่อนำพาผู้คนให้เข้าไปถึงจิตใต้สำนึกของชีวิตในวัยเด็ก เพื่อสืบค้นให้ลึกและชัดเจนยิ่งขึ้น  แล้วให้ผลัดกันเล่าชีวิตวัยเด็ก  โดยมีผู้เล่าและผู้ฟัง  ขณะผู้เล่า ๆ ชีวิตวัยเด็กให้ฟัง  ผู้ฟังต้องฟังอย่างตั้งใจ  โดยไม่แทรกคำพูดหรือคำถามใด ๆ  หลังจากผู้เล่า ๆ จบแล้ว  ให้ผู้ฟังสะท้อนเรื่องของผู้เล่าทั้งหมดที่สามารถจำได้   ให้สังเกตความรู้สึกของผู้เล่าและผู้ฟังว่าทำไปด้วยทีท่าเช่นไร

                การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวง หลายคนบอกว่าหลังจากการได้ทบทวนชีวิตวัยเด็กของตนเอง พบว่า มีบางอย่างส่งผลมาถึงปัจจุบัน   พบชีวิตที่เป็นอิสระ สนุก ทำให้ไม่ลืมชาติกำเนิดหรือพื้นเพเดิมของตนเอง  ภูมิใจในความคิดของตนเอง

                สำหรับท่าทีในขณะที่เล่า พบว่า เล่าด้วยความสนุก สบาย มีสมาธิ และคิดน้อยลง ฟังมากขึ้น รู้สึกเบิกบานใจ มีความสุขกับชีวิตวัยเด็ก

                 ส่วนการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันนั้น      พบว่าบางคนเข้าใจลูกมากขึ้น เมื่อนึกถึงตอนที่ตนเองเป็นเด็ก  ครูบางคนบอกว่ารู้สึกเข้าใจเด็กมากขึ้น เมื่อนำสภาวะความเป็นเด็กของตนเองไปเทียบกับเด็กที่ตนเองสอนอยู่   มีบางคนอยากกลับไปอยู่กับเด็กอีก  ถึงกับบอกว่าจะกลับไปอยู่บ้านเกิดหลังจากเกษียณอายุแล้ว

                จากกิจกรรมระบายสีหน้ากากสู่โหมดแห่งชีวิตและสมองสามชั้น

        กิจกรรมเริ่มต้นด้วย Body Scan เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์ (Total Relaxation) เริ่มด้วยการให้ผู้คนได้วางใจในสถานที่และนำพาให้คลื่นสมองเข้าสู่คลื่นอัลฟ่าโดยจินตนาการ  ให้ผู้คนได้สัมผัสกับรูป รส กลิ่น เสียง และหลังจากนั้นให้นำพาความรู้สึกผ่อนคลาย  สบาย ๆ ไปดูแลอวัยวะทุกส่วน  ทุกเซลล์  หลายคนชอบมาก   เพราะได้หลับแบบสบาย ๆ มี เสียงสวรรค์เกิดขึ้นเป็นหย่อม ๆ   บางคนที่ไม่หลับก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายตามเส้นเลือดและลมหายใจเข้าออก หรือบางคนรู้สึกว่าโล่ง เบาตัวสบายมากขึ้นกว่าเดิม

                จากนั้นให้ผู้เข้าร่วมประชุมระบายสีหน้ากาก โดยนำหน้ากากซึ่งทำมาแล้ว ( เนื่องจากเวลามีน้อย )

                จากการร่วมคุยในวงถึงความรู้สึกขณะระบายสีหน้ากาก   บางคนบอกว่า ตอนแรกรู้สึกกังวล  กลัว  เครียด ไม่ชอบการระบายสี คงทำได้ไม่ดี และไม่รู้ว่าจะออกแบบเป็นลักษณะสีสันอย่างไร  จึงจะสวยงาม

                ในขณะทำก็รู้สึกหงุดหงิด เพราะสีเหลวเกินไป ไหลไปมา ควบคุมไม่ได้ เครียด   บางคนบอกว่าสีแห้งช้า  ไม่อยากคอย  เลยระบายสีมั่วไปหมด  แต่พอคอยได้รู้สึกดีขึ้น

                บางคนที่ชอบงานแบบนี้ รู้สึกสนุก อยากทำ มีแรงบันดาลใจ และกล้าที่จะละเลงสีลงไป   บ้างออกแบบเป็นซุปเปอร์แมน  หรือรูปอื่น ๆ ที่ชอบ

                ขณะทำก็มีความสุข  รู้จักรอคอยให้สีแห้งก่อน และค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน   บางครั้งผสมสีไม่ได้ดังใจ  แต่ก็เริ่มทำใจได้ว่า เราคงไม่สามารถบังคับหรือผสมสีให้ได้ดังใจ  ในที่สุดก็ได้ผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจของตนเอง  รู้สึกภูมิใจในผลงาน

                บางคนพบว่า การเปรียบเทียบกับผลงานผู้อื่น ทำให้รู้สึกเครียด กังวล ไม่มีความสุขในการทำงาน ขาดความภูมิใจในตนเอง

                สุดท้ายของกิจกรรมหน้ากาก   กระบวนกรบอกให้ไปคิดท่าละครเงียบ เพื่อมาแสดงในวง

                จากการร่วมพูดคุยในวง พบว่า บางคนเริ่มเครียดอีกแล้ว คือ กลัวจะแสดงได้ไม่ดี  คิดท่าไม่ออก  สับสน  รู้สึกกังวล  แต่น่าสนใจว่า เขาข้ามพ้นจุดวิกฤตเหล่านี้ได้อย่างไร

                บางคนบอกว่าไม่ได้กังวลใด ๆ คิดท่าได้เอง และแสดงได้ดี

                จากกิจกรรมนี้ เราได้เชื่อมโยงสภาวะของชีวิตหรือเซลล์ของมนุษย์ที่มีผลต่อการเรียนรู้ของมนุษย์ คือ

                ในสภาวะปกติที่เรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ไม่กังวลใด ๆ มีความสนุก หรือเรียกว่า โหมดปกติ   สภาวะนี้เซลล์สามารถเรียนรู้ได้ดี  มีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ดี   การทำงานของสมองชั้นต้น ( วิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลาย ) ที่สร้างขึ้นเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 1-3 เดือน  เจริญเติบโตได้ดีเมื่ออายุ 1-7 ปี  ไม่มีมิติของความทรงจำในอดีต  มีแต่ปัจจุบันและสดใหม่   ในโหมดปกติพบว่า สมองชั้นต้นจะมีแรงบันดาลใจ  มีความกล้าที่จะทำการใด ๆ เผชิญหน้ากับสิ่งต่าง ๆ  ซึ่งในการทำกิจกรรมหน้ากาก เราพบว่า บางคนรู้สึกสนุก อยากทำ ชอบ ผ่อนคลาย จะสามารถมีแรงบันดาลใจในการระบายสี  มีความกล้าที่จะละเลงไปลงโดยไม่สนใจว่าจะเป็นรูปใด ๆ        ส่วนคนที่อยู่ใน โหมดปกป้องจะมีความกลัว ไม่กล้าทำ กลัวไม่สวย ทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่มีความสุขเท่าที่ควร

                ขณะที่กำลังระบายสีหน้ากากในโหมดปกติ  ก็ทำให้มีความรู้สึกผ่อนคลาย  มีสมาธิ  นิ่ง   มีความสุข  และทำออกมาได้ดี   อธิบายถึงการเรียนรู้การทำงานของสมองชั้นกลาง  ซึ่งเป็นเรื่องของความรู้สึกหรืออารมณ์ต่าง ๆ  สมองชั้นกลางสร้างเมื่ออายุ 3 – 6 เดือน ในครรภ์   และเจริญเติบโตได้ดีเมื่ออายุ 7-14 ปี  สมองชั้นนี้เริ่มมี 2 มิติ  คือ  อดีต  และปัจจุบัน

                ส่วนในโหมดปกป้องพบว่า คนระบายสีหน้ากากจะรู้สึกหงุดหงิดเมื่อคุมสีไม่ได้ดังใจ    หรือรู้สึกกังวลหรือกลัวว่าจะทำได้ไม่สวย  ทำให้มีความทุกข์ขณะทำงาน  และเมื่อเปรียบเทียบกับผู้อื่นจะยิ่งกังวลมากขึ้น  ไม่ภูมิใจในผลงานของตนเอง

                ขณะเดียวกันมีการทำงานของสมองชั้นนอก  ซึ่งเป็นวิวัฒนาการของสมองมนุษย์ที่สร้างขึ้นเมื่ออายุ 6 - 9 เดือนในครรภ์  และเจริญเติบโตได้ดีเมื่ออายุ 14 – 21 ปี

                การระบายสีหน้ากากในภาวะปกติ   สมองชั้นนอกด้านขวาที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถออกแบบรูปแบบ สีสัน ได้สวยงาม   แต่สำหรับคนที่กังวลหรืออยู่ในโหมดปกป้อง เครียด สมองซีกขวาไม่สามารถสร้างสรรค์ หรือออกแบบหน้าตาของหน้ากากได้  หรือแม้กระทั่งละครเงียบ   ก็ไม่สามารถคิดออกได้ เมื่อเกิดความกลัว สมองชั้นต้นกดทับการทำงานของสมองชั้นนอก จึงไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

แง่คิดที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีหลายอย่าง เช่น

-           ทุกคนมีความคิดของตนเอง ขอให้เชื่อมั่นในความคิดของตนเอง

-           ชีวิตออกแบบชัดเจนไม่ได้ซะทีเดียว แต่ควรมีการปรับเปลี่ยนไปตามบริบท

-           ไม่ว่าจะทำอะไร ถ้ามีความเพียรพยายาม ไม่ท้อถอย จะประสบความสำเร็จ

-           ควรวางแผนในการทำงาน อย่าใจร้อนในการทำงาน

-           การใส่หน้ากากเข้าหากันในชีวิตประจำวันจะมีประโยชน์อะไร  ใช้หน้าจริงของเราหากันดีกว่า

-           ไม่ยึดติด  ไม่ยึดมั่น  ปล่อยวาง  จะไม่เครียด

สุดท้ายก็มาติดกับ    กับคำว่า  สวมหน้ากาก       เมื่อพูดถึงการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

ทำให้ผู้เรียนไม่ได้ใช้ประสบการณ์การทำหน้ากากมาพูดคุย  แต่กลับใช้ความคิดมาพูดในวง ทำให้มาติดกับความคิด  ซึ่งเป็นบทเรียนให้กับกระบวนกรว่า คำถามหรือตัวกวน มีความสำคัญไม่น้อยในการนำพากระบวนการเรียนรู้ให้ผู้คนในวงได้ใคร่ครวญและนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงภายในที่ยั่งยืน

                วันที่สอง เราเน้นเรื่องทิศ 4   เพื่อนำให้รู้จักตัวตน และเข้าใจผู้อื่น  ทำงานหรืออยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

                ผู้นำ 4 ทิศ

                ทิศเหนือ ( ธาตุไฟ ), กระทิง

                                เรานึกถึงความดุดันคล้าย ๆ กระทิง      แต่เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ใฝ่สัมฤทธิ์ เป็นผู้นำที่รักพวกพ้อง  เป็นคนรักความยุติธรรม  ไม่ชอบคนอ่อนแอ  ชอบลงไม้ลงมือ

                                จุดอ่อนของผู้นำทิศนี้ คือ ใจร้อน ขาดความเป็นระบบระเบียบ ขาดความสม่ำเสมอ   เก่งบุกเบิก  แต่ไม่เก่งที่จะให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง   มองข้ามความรู้สึกของผู้คน  พูดจาไม่คิดให้รอบคอบ  ซึ่งอาจจะทำร้ายจิตใจคนบางคนได้  ขอบใช้อำนาจสั่งการ  กล้าเผชิญกับปัญหา  และชนแหลก

 

                ทิศใต้  (ธาตุน้ำ)  หนู

                                เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์  มีน้ำใจ  ปรับตัวง่าย  รู้จักประนีประนอม  ใช้ความรู้สึกและอารมณ์ในการดูแลผู้คนแบบสัมพันธ์มาก่อนงาน

                                จุดอ่อนของผู้นำทิศนี้   คือ  เป็นคนขี้เกรงใจ  ปฏิเสธไม่เป็น  ไม่กล้าแสดงออก  ชอบตามมากกว่าชอบนำ  ขี้น้อยใจ  บางครั้งไม่เป็นตัวของตัวเอง  บางครั้งใจแคบเห็นแก่ตัว ไม่พร้อมจะเปิดกว้าง

                ทิศตะวันออก (ธาตุลม)  อินทรีย์

                                เป็นผู้มองการณ์ไกล  มีวิสัยทัศน์  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มักมีโครงการใหม่ ๆ อยู่เสมอ  ชอบเป็นอิสระ  คิดนอกกรอบ   คิดรอบคอบ  แม่นยำ  ตรงเป้า  ตรงประเด็น  และเชื่อมโยงข้อมูล

                                จุดอ่อนของผู้นำทิศนี้   คือ  เบื่อง่าย  ริเริ่มงานใหม่เรื่อย ๆ  แต่ไม่สานต่อให้สำเร็จ  ขอบลงมือทำอย่างต่อเนื่องให้สำเร็จ

                ทิศตะวันตก ( ธาตุดิน ) หมี

                                เป็นผู้ที่หนักแน่น มั่นคง  อาศัยอยู่ในอาณาจักรของตนเอง  ชอบความเป็นระเบียบ เป็นขั้นตอน  อยู่กับงานมากกว่าอยู่กับคน  รอบครอบ  คิดเตรียมการณ์  ละเอียด  รักครอบครัว  มีเสถียรภาพ

                                จุดอ่อนของผู้นำทิศนี้   คือ เป็นคนจู้จี้ขี้บ่น เอางานมากกว่าเอาคน ไม่ชอบเปลี่ยนแปลง  ยึดถือความคิดของตนเองเป็นใหญ่   ไม่ชอบเสี่ยง  ไม่ชอบเข้าสังคม

                จากการแลกเปลี่ยนในกลุ่มย่อย พบความเข้าใจในตัวตนและผู้อื่น  รวมทั้งการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในหลายสภาวะ เช่น การทำงาน  ผู้บริหารที่รู้จักตัวตนของลูกน้องสามารถมอบหมายงานได้ตามความสามารถ และในขณะเดียวกันก็เข้าใจผู้ร่วมงานมากขึ้น   ส่วนชีวิตครอบครัวก็จะเข้าใจกันมากขึ้นเมื่อรู้ว่าคู่ครองของเราอยู่ในทิศไหน มีธรรมชาติอย่างไร  อย่างวัยรุ่นก็นำไปใช้ในการเลือกคู่ครองที่อยู่ในทิศที่เหมาะสมเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์      นับว่ามีประโยชน์มากมาย

                จุดสำคัญไม่น้อยของเรื่องทิศ 4  พบว่า ทำอย่างไรจึงจะได้แปรเปลี่ยนจากทิศหนึ่งไปสู่อีกทิศหนึ่ง   หรือมีการนำทิศอื่น ๆ มาผสมผสานให้เหมาะกับสถานการณ์ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภายในที่ยั่งยืน

                สุดท้ายกิจกรรมการเขียนโลกใบใหม่  เรานำพาเรื่องความรักในห้องขณะทำ Body Scan เพื่อให้ความรักความเมตตา  นำพาชีวิตผู้คนไปสู่ความเข้าใจ ความอ่อนโยน อ่อนน้อม  ลดอัตตาตัวตนลงไป   เพื่อนำพาครอบครัวให้สุขสันต์   ก็เป็นที่น่าทึ่งในมณฑลแห่งพลังทีเกิดขึ้น

                หลายคนคลิกกับคำพูด ตัวกวน บางคำของกระบวนกร และโลกภายในกับโลกภายนอก , สัมพันธ์กันอย่างไร ,  หากโลกภายในเรามีความสุข มีความคิดแง่บวก ก็จะทำให้โลกภายนอกน่าอยู่มากขึ้น ( หรือเปล่า )  หลายคนได้ใคร่ครวญพบว่าจิตของคนเราสำคัญมาก  การชำระจิตใจให้บริสุทธิ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ     มีเด็กหนุ่มในวงวาดภาพเรือบรรทุกฝุ่นไว้เต็มเรือ  เขาบอกว่าถึงเวลาแล้ว

ที่เขาควรจะปัดกวาดฝุ่นออกไปจากเรือ หรือทำความสะอาดจิตใจให้บริสุทธิ์ เมื่อโลกภายในบริสุทธิ์แล้ว  ก็น่าจะส่งผลให้โลกภายนอกสดใสน่าอยู่ไปด้วย

                การปิดวงวันนี้      ประทับใจน้ำตาของคนทั้งวงในมณฑลแห่งพลังของความรัก ความเมตตา นำพาให้ผู้คนลดอัตตาตัวตนลงไป  มีความอ่อนโยนมากขึ้น   หัวหน้ากับลูกน้องเข้าใจกันได้   ใช้ใจพูดกับใจ  การโอบกอดกันฉันพี่น้องในการขอบคุณ  ชื่นชม  ขอโทษ  วันนี้ได้พาให้ทุกคนได้สัมผัสกับพลังของความรัก  ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขที่เรามอบให้แก่กัน เพื่อเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้ก้าวเดินต่อไปในโลกใบนี้อย่างมั่นใจ  มีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ  มีการช้าลงของความคิด  มีการใคร่ครวญมากขึ้น  ทำให้ทุกคนได้พบความสุข  แม้จะเป็นรอยยิ้มบนคราบน้ำตาแห่งความปิติ  แต่มันก็มีพลังและกำลังใจให้กับกลุ่มมาก ๆ   ขอบคุณจักรวาล  ขอบคุณต้นไม้  ภูเขา  ผู้คน  และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่สิงสถิตย์อยู่ ณ สถานที่แห่งนี้  ที่ได้ทำให้สิ่งดี ๆ ได้เกิดขึ้น  และขอให้ยั่งยืนต่อไป

   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พัฒนาจิต พัฒนาตน พัฒนางาน

คำสำคัญ (Tags)#ผู้นำสี่ทิศ#สมองสามชั้น

หมายเลขบันทึก: 65896, เขียน: 08 Dec 2006 @ 05:47 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 16:38 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

หมอหลองคะ บันทึกนี้ตัวหนังสือซ้อนกันมากเลยค่ะ เป็นบันทึกที่อยากได้เสียด้วย ถ้ายังไงคุณหมอช่วย เลือก "แก้ไข"บันทึก แล้วตัดข้อความทั้งหมด ไปใส่ Word แล้วเปลี่ยน font เป็น Tahoma 12 ก่อน แล้วนำมาแปะใหม่ ด้วย จะขอบคุณเป็นอย่างมากเลยค่ะ

เกือบจะไปถามในบันทึกอื่นแล้วว่า มีพูดถึงลักษณะของทิศทั้งสี่ หรือยัง (อ่านแบบกระโดดข้ามไปมาค่ะ ชอบทุกบันทึก เพราะหมอหลอง เขียนได้ดีจนรู้สึกถึงพลังสื่อสารเลยค่ะ) เวลาไม่ค่อยมี เลยแว่บๆอ่านก่อน แล้วก็ค่อยๆมาเก็บรายละเอียดไปทีละหน่อย

ขอบคุณนะคะ สำหรับ"พลัง"ที่ส่งผ่านมาทางตัวหนังสือ เยี่ยมจริงๆค่ะ