วันนี้วันพ่อประจำปี สมควรที่ลูกที่มีพ่อทุกคนจะทำความระลึกถึงพระคุณของพ่ออย่างตั้งใจ ใคร่ครวญ หวนคำนึงถึงเหตุการณ์ คำสอน ตอนที่พ่อยังเคยอยู่กับเรา และนำเอาคำสอนหรือความทรงจำดี ๆ เหล่านั้น มาแลกเปลี่ยนกันในหมู่ลูก ปลูกฝังไปยังหลาน สืบสานความดีต่อไป
พ่อผมเป็นแพทย์ประจำตำบล เป็นที่พึ่งของชาวบ้านในชุมชน ท่านบวชนาน จนเมื่อลาสึกขามาแต่งงานก็ได้ฉายาว่า "จารย์" สมัยนั้นทุกคนทั้งตำบลไม่มีใครไม่รู้จักพ่อผม
พ่อเป็นทั้งหมอ เป็นทั้งปราชญ์ ทั้งยังชาญฉลาดหาตัวจับยากในระแวกนั้น ทุกครั้งที่มีเรื่องที่ต้องแก้ไขในหมู่บ้าน ต้องมีพ่อเป็นผู้ไก่เกลี่ยหรือปกป้องรักษาเสมอ เมื่อมีโจรปล้น มีคนตาย มีเสือฆ่าเสือ พ่อคือผู้ที่ต้องไปชันสูตรพิสูจน์ศพ ... มีวิธีสอนและเรื่องเล่าจากพ่อมากมายที่ยังประทับอยู่ในใจผมมาถึงทุกวันนี้ เช่น
วันหนึ่งพ่อถามผมว่า ถ้ามีไก่ตัวหนึ่ง วันแรกไข่ ๑ ฟอง วันที่สองไข่ ๒ ฟอง วันที่สามไข่ ๓ ฟอง ไข่แบบนี้ไปเรื่อย ๑๐ จะได้กี่ฟอง และทิ้งเวลาให้ผมพยายามหาคำตอบของตนเองอยู่นาน ก่อนท่านจะสอน "เลขหางหมา" สูตหนึ่งว่า "หนึ่งบวกเข่า โตเก่ามาคูณ สองหารตัด ขาดลงสะบั้น" ผมจำสูตรเลขหางหมานี้ได้ไม่เคยลืม และนำมาเล่าให้นิสิตฟังทุกปีที่สอนเรื่องกฎของเกาส์ เพราะศาสตราจารย์เกาส์ (Guass) คิดสูตร n(n+1)/2 ได้ตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบ
พอโตขึ้น เมื่อได้เรียนเรื่องเรขาคณิต เมื่อนำมาเล่าให้ฟัง พ่อจะตั้งโจทย์การหาพื้นที่นาให้ผมทำเสมอ จนเวลาเราไปรับจ้างเกี่ยวข้าว ถึงเวลาบ่ายสองเศษ ลุงป้าน้าอาพี่น้องในหมู่บ้านจะเรียกให้ผมไป "แทกนา" (แปลว่าไปวัดพื้นที่นา) และคำนวณหาค่าจ้างเกี่ยวข้าวนาเหมาเป็นประจำ
พ่อเคยเล่าเรื่อง "เสือบาง" (นามสมมติ) และ "เสืออ่อน" ให้ฟัง ผมจำได้จนมาถึงทุกวันนี้ ขณะนั้นทุ่งกุลาร้องให้มี "เสือ" หลายตัวออกหากินกันทั่วไป โดยเฉพาะการปล้นขบวนวัวควายของนายฮ้อย หรือการเป็นนายฮ้อยโจรออกปล้นวัวควายชาวบ้านแล้วต้อนไปขายซะเอง ทั้งตำบลมีตำรวจขี่ม้าสะพายปืนแก็ปเพียงคนเดียว และปกติเสือก็จะไม่ทับรอยกัน เว้นแต่มีเหตุให้ขัดแย้งศักดิ์ศรีกัน
ขณะนั้นทางการกำลังต้องการตัวเสือบาง ต้องการถึงระดับจับตาย เพราะเสือบางก่อเหตุอุกอาจ โหดเหี้ยม แต่แม้จะวางอุบายแยบยลอย่างไร เสือบางก็ไหวตัวเสมอ หลุดรอดไปเสียทุกครั้ง ไม่มีใครจะทำอะไรมันได้เลย ว่ากันว่าเสือทุกตัวมีคาถาอาคมและเลี้ยงผีไว้ใช้งาน เสือบางคือตัวหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องนั้น
วันหนึ่งเสือบางดันไปขืนใจเมีย "เสืออ่อน" ยังความโกรธแค้นให้เสืออ่อน จึงเป็นที่มาของจุดจบเสือบางในปีนั้นที่พ่อได้ไปเป็นผู้ชันสูตรศพ พ่อเล่าว่า เสืออ่อนออกอุบายให้จัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่ประจำปี ให้มีนายฮ้อยจำนวนมากมาร่วมงาน เสือรู้นิสัยเสือด้วยกัน วันนั้นเสืออ่อนตื่นแต่เช้ามาลับมีด ลับมีดอยู่ในบริเวณครัวในรั้วที่ปิดด้วยผ้า ลับมีดอยู่อย่างนั้นจนสาย เมื่อเสือบางมาถึง สาวงามในหมู่บ้านก็เอาน้ำใสใส่ขันขนาดใหญ่ไปให้ดื่ม ตามที่เสืออ่อนได้วางอุบายไว้ ทันใดขณะที่เสือบางยกขันขึ้นดื่ม ปากขันอันใหญ่ปิดวิสัยทำให้มองไม่เห็น ทันใดเสืออ่อนเดินมาด้านหลัง ฟันด้วยมีดที่พึ่งลับมา ล้มลงตายคาที่ .... พ่อเล่าว่า คอเสือบางเหลือไม่ถึง ๒ นิ้วจะขาดเท่านั้น
เรื่องเสือสองตัวนี้ น่าจะมีผลเป็นคำสอนที่พ่อเน้นย้ำกับลูกเสมอ พี่เบิ้ม (พี่ชายคนโต) บอกเหมือนกันว่า พ่อจะย้ำเรื่องศีลข้อ ๓ มากเป็นพิเศษเสมอ
พ่อจากเราไปกว่า ๑๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ ๘ ตุลาคม เราฌาปณกิจท่านวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ ขอนำมาเรียงบางภาพไว้ตรงนี้ เพื่อที่พี่น้องจะได้ระลึกถึงคุณความดีของพ่อ และปฏิบัติตามคำสอนของท่านอย่างเคร่งครัดต่อไป
จำได้ว่า
- พ่อจากเราไปเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑
- เราฌาปณกิจพ่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๑
- ผมบวช "บวชจูง" เพื่อนำทางพ่อขึ้นไปสู่สุคติสวรรคาลัย ในวันงาน และอยู่ปฏิบัติบูชาอย่างเคร่งครัดเป็นเวลา ๗ วัน
- แม่ พี่เบิ้ม พี่เกิ้ม และน้องแอน ไปเก็บกระดูกพ่อในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๑
- เราจัดงานบุญโดยไม่มีเหล้าและของมืนเมาแจกในงาน (สวนทางความเคยชินของสังคมสมัยนั้น) ผู้พันต้อยก็มาร่วมด้วย
สิ่งที่ลูก ๆ ทุกคนต้องเรียนรู้จากพ่อ
- ถือศีล โดยเฉพาะศีลข้อ ๓ อย่างเคร่งครัด
- งดกินเนื้อวัว หรือให้กินแต่น้อย... ตอนช่วงท้าย ๆ ของชีวิตพ่อ พ่อป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ขาอ่อนแรง ผมเข้าใจเอาเองตามภูมิรู้ของตนเองว่า เนื้อวัวมีไขมันชนิดไม่ดีแทรกอยู่เยอะ พ่อชอบกินเนื้อวัว ลาบ ก้อย ซกเล็ก ฯลฯ มาก น่าจะเป็นเหตุนี้ที่ทำให้พ่อเส้นเลือดตีบในสมอง
- คนเสื่อม ผีก็เสื่อม ผีมีอยู่ แต่พ่อไม่กลัวผี ... ผมกลัวผี แต่ถึงจะกลัวอย่างไร ตอนเด็ก ๆ ฝนตกเมื่อใด ผมก็ออกหากบ เขียด ปลา มาทำกับข้าว แบบที่ใคร ๆ ก็ชมว่า ผมไม่กลัวผีเหมือนพ่อ...
- พ่อเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ ... จำได้ว่า ตอนเด็ก ๆ ผมอยากเป็นอะไรมากมาย แม้กระทั่งอยากบวชเณรไปเป็นพระนักเทศน์
- พ่อเป็นนักสอนในศตวรรษที่ ๒๑ เลยล่ะ ... วิธีการสอนแบบตั้งคำถามของท่าน ทันสมัยที่สุด อีกนัยก็คือ คำสอนท่านล้ำสมัยอยู่หลายสิบปี
- สำคัญที่สุดคือพ่อจะสอนให้ยึดมั่นในความดีและประโยชน์ส่วนรวมเสมอ