เปิดโลกกว้างสานความคิดของครูนกกับทริปตุรกี ตอนที่ 15 ปิดทริปที่ศูนย์กลางการท่องเที่ยว “จัตุรัสสุลต่านอะห์เมด”

noktalay
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ


          จากพระราชวัง Topkapi มุ่งไปสู่จัตุรัสสุลต่านอะห์เมด หรือที่นิยมเรียกว่า ฮิปโปโดรม (Hippodrome) เขตเมืองเก่าที่ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ด้วยมีสถานที่สำคัญมากมายได้แก่พระราชวังTopkapi  มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Blue Mosque หรือ Sultan Ahmet Mosque) วิหารเซนต์โซเฟีย(Saint Sophia) และอ่างเก็บน้ำเยเรบาทัน และมีเสา 3 ต้นที่วางเรียงกันไปคือเสาโอเบลิสก์ที่สร้างด้วยหินแกรนิต ตรงฐานมีรูปสลักจักรพรรดิโรมันทอดพระเนตการแข่งขันรถม้า  เสาถัดมาคือ เสางู เป็นเสาโลหะทองแดงแบบกรีกเป็นงู 3 ตัวเกี่ยวกันมีความสูงประมาณ 5 เมตร และเสาสุดท้ายคือ เสาคอนสแตนตินซึ่งถูกศัตรูหลอมเอาสำริดออกให้หมด

      จากนั้นมุ่งเดินไปที่วิหารเซนต์โซเฟีย หรือวิหารฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia Church and Museum) หนึ่งในเจ็ดของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง  เป็นสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ คือมีลักษณะผสมผสานของศิลปวัฒนธรรมกรีก และโรมัน กับศิลปวัฒนธรรมเปอร์เซีย จุดเด่นคือ มียอดโดมใหญ่อยู่กลางวิหาร ภายในวิหารประดับด้วยกระจกสีอีกทั้งที่เหนือประตูและหน้าต่างอย่างงดงาม พื้นที่ประมาณ 700 ตารางเมตร ภายในมีเสาค้ำสลักและประดับประดาอย่างงดงามจำนวนมากถึงถึง 108 ต้น ช่วงนี้มีบางจุดมีการบูรณะหากเสร็จสมบูรณ์คงสวยมากๆ 

          จากนั้นเดินต่อไปที่อ่างเก็บน้ำเยเรบาทัน ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำใต้ดิน (the Underground Cistern) หรืออาจเรียกว่าอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดิน (Yerebatan Sarnici) เก็บน้ำจืดไว้ใช้ยามศึกสงคราม  เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีอายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี ที่มีความจุน้ำได้มากถึง 80,000 ลูกบาศก์เมตร อุโมงค์มีความยาว 140 เมตร และกว้าง 70 เมตร จำนวนเสาค้ำยันมีถึง 336 ต้น ระยะห่างระหว่างต้นคือ 4.9 เมตร แต่ละต้นสูง 9 เมตร มีด้วยกัน 12 แถว (แถวละ 28 ต้น) เป็นเสาหยดน้ำตาที่เสาจะมีลายแกะสลักเป็นรูปหยดน้ำตา  และเสาที่มีศีรษะเมดูซ่า (Medusa) ซึ่งเป็นปีศาจที่อาศัยใต้ดิน ผมของเธอเป็นงูตามตำนานหากใครมองหน้าเธอจะกลายเป็นหินในทันที เพื่อไม่ให้เมดูซ่ามองเห็นเรา ผู้สร้างเลยตั้งกลับหัวหรือตะแคงแต่ทั้งนี้เพื่อให้เมดูซ่าปกป้องอุโมงค์ส่งน้ำ  หากมีผู้สูงอายุไปตอนเดินในอุโมงค์ต้องระวังความลื่นบางช่วงและต้องใช้ไฟฉายจากมือถือจึงจะสะดวกค่ะ

          หลังจากทานข้าวกลางวันก็ไปที่มัสยิดสุลต่าน อาเหม็ด (Sultanahmet Mosque) หรือ มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque)  มัสยิดใหญ่ที่สุดในตุรกี  ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมคือ หากเป็นผู้หญิงต้องคลุมศีรษะ ซึ่งมีบริการฟรีตรงจุดประตูทางเข้า แต่ครูนกใช้ผ้าพันคอของตนเองคลุมเพื่อซ่อนผมของตนเอง 

          ท้ายสุดครูนกตกหลุมรักตุรกีด้วยความมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครผสมผสานดั่งที่ใครๆบอกว่า เป็นเมืองที่ “East meets West” เด่นทั้งด้านภูมิศาสตร์  ประวัติศาสตร์กรีก โรมัน ออตโตมัน  ด้านศาสนาที่มีคริสต์และอิสลาม ต้องบอกว่าดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน  ทั้งผู้คนก็ใจดี ยิ้มแย้มพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว  มีโอกาสก็จะไปจิบชาตุรกีอีกค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตมูลค่าเพิ่ม

คำสำคัญ (Tags)#การท่องเที่ยว#มัสยิด#โบสถ์#อีสตันบูล

หมายเลขบันทึก: 658401, เขียน: 29 Nov 2018 @ 23:04 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)