KM เป็นรูปแบบหนึ่งของการเรียนรู้จากการปฏิบัติ      ที่จริงมนุษย์รู้จักเรียนรู้จากการปฏิบัติ หรือจากประสบการณ์ มาตั้งแต่ยุคโบราณ     การเรียนรู้จากการปฏิบัติจึงไม่ใช่ของใหม่     แต่กระบวนการ KM ช่วยให้การเรียนรู้จากการปฏิบัติเป็นระบบมากขึ้น     มีพลังมากขึ้น  และมีความต่อเนื่อง

         คนเราคุ้นเคยกับการเรียนรู้ในห้องเรียน     เคยชินกับการเรียนจากผู้สอน ครู หรือวิทยากร     ซึ่งเป็นการเรียนตามที่ "เขาบอก" ไม่คุ้นเคยกับการเรียนตามที่ "เราบอก" หรือตามที่  "เรารู้สึก" เอง จากการสัมผัสตรงโดยการลงมือทำ หรือการปฏิบัติ      การเรียนแบบหลัง ต้องการความมั่นใจในตนเอง เชื่อมั่นในความรู้สึกของตนเอง รู้จักสรุปด้วยตนเอง 

         คนทั่วไปถูกฝึกให้รู้สึกสบายใจที่จะเรียน "ความรู้" ที่ชัดเจน  พิสูจน์แล้ว  มีคนบอกว่าเป็นความรู้ที่ถูกต้อง     เราถูกฝึกมาให้มอง "ความรู้" เป็นสิ่งสูงส่ง เป็นพรมแดนของนักวิชาการ นักวิจัย ครู อาจารย์      ใน KM ความเชื่อผิดๆ เหล่านี้จะต้องถูกขจัดไป     "คุณกิจ" และ "คุณอำนวย" รวมทั้ง "คุณ" อื่นๆ ที่ร่วมกระบวนการ ลปรร. ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ  จะได้รับการ "ฟื้น" ความมั่นใจในตนเอง และเคารพ เชื่อมั่นในข้อสังเกต ข้อสรุปของเพื่อนร่วมงาน ที่ได้จากประสบการณ์ตรง      ในลักษณะที่ "ทั้งเชื่อและไม่เชื่อ" ในเวลาเดียวกัน     ต่อเมื่อได้ทดลองเอาไปปรับใช้ด้วยตนเอง และเห็นผลดี จึงจะช่วยตอกย้ำความน่าเชื่อถือของ ความรู้ หรือวิธีการนั้น   
         ใน KM เราพิสูจน์กันโดยการปฏิบัติ หรือ action

         ใน KM เราเรียนรู้ ทั้งความรู้จาก "เขาบอก" และความรู้จาก "เราบอกกันเอง"     "เรา" ในที่นี้ หมายถึงกลุ่มผู้ร่วมปฏิบัติงานด้วยกันเอง

         การเรียนรู้จาก action ทำให้เราได้ฝึกฝนประสาทสัมผัสของเราเอง      ทำให้ตัวเรามีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา      ตื่นตัว แปลว่ามีสติ ระลึกรู้      ในกระบวนการ KM เราฝึกสติอยู่ทุกขณะ จนเป็นนิสัย เป็นอัตโนมัติ     ผัสสะในทุกด้านจะได้รับการฝึกให้รับได้อย่างละเอียดอ่อน  อย่างลึก     ไม่ใช่แค่ "ฟังอย่างลึก" (deep listening) อย่างที่เราพูดๆ กันเท่านั้น     แต่เรา "เห็นอย่างลึก"  "ใจสัมผัสใจอย่างลึก" ฯลฯ ด้วย      คนที่ได้ปฏิบัติ KM สม่ำเสมอจะบอกได้     ว่าผัสสะของตนลึกและละเอียดอ่อนขึ้น      ยิ่งถ้ามี "คุณอำนวย" และ "คุณเอื้อ" ที่ดีคอยเป็นพี่เลี้ยง (โค้ช) ด้วยแล้ว  การฝึกผัสสะอย่างลึกจากการปฏิบัติ KM จะยิ่งเห็นผลมากขึ้น

วิจารณ์ พานิช
๑๓ พย. ๔๙