เมื่อวานนี้ คือวันพุธที่6 ธ.ค เป็นอีก 1วัน ที่งานหน่วยโลหิตวิทยาจะเยอะมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงเช้า แค่patchรับspecimenก็แทบไม่ทัน   แถมขั้นตอนการทำงานของหน่วยเรามีหลายจุดปฏิบัติงานเริ่มจาก 1.จุดรับspecimen   (patchรับ-วางspecimenให้ตรงใบrequest- แยกspecimen ให้ตรงกับการทดสอบ-ไถsmear เลือด2.จุดautomateในการตรวจนับเม็ดเลือด 3.จุดย้อมsmear เลือด 4.จุด Differential ในเดือนนี้ข้าพเจ้าปฏิบัติงานในจุด Differential คือจุดการดูสเมียร์เลือดไม่ว่าจะเป็นการนับชนิดเม็ดเลือดขาว ,ดูลักษณะเม็ดเลือดแดงรวมถึงการประมาณค่าเกร็ดเลือด งานในจุดนี้จะหนักเป็นพิเศษเพราะวันนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมาจากคลินิกโรคเลือดซึ่งผู้ปฏิบัติงานในจุดนี้จะต้องใช้สมาธิในการทำงานมาก  เช่น ดูชื่อตรงกับ smear เลือด, หมายเลขใบrequestและsmear เลือด ต้องตรงกัน, และผลการดูsmear เลือด ต้องไปกันได้กับค่าจากเครื่อง automate

      เอาหล่ะทีนี้มาเข้าเรื่องกันเรื่องมีอยู่ว่ามีsmear เลือด ของคนไข้รายหนึ่งจากการดูคุณสมบัติทุกอย่างที่กล่าวมาคือดูชื่อตรงกับ smear เลือด, หมายเลขใบrequestและsmear เลือดตรงกัน, และผลการดูsmear เลือด ต้องไปกันได้กับค่าจากเครื่อง automate  ผู้พบความผิดปกติรายนี้ของเราคือพี่เกษ (คุณเกษนี) เธอเจอcellที่ผิดปกติคือ cellตัวอ่อน(Blast cell ) ซึ่งคนปกติไม่ควรจะมี เธอจึงไปดูประวัติเก่าจากคอมฯ ก็พบว่าคนไข้รายนี้ไม่เคยเจอcellตัวอ่อนมาก่อน จึงนำcaseนี้มาพูดคุยกับผู้ปฏิบัติงานในจุดเดียวกัน(พี่ณี,พี่ออง,พี่ตา,พี่โหม้ยและข้าพเจ้า)มีความเห็นว่าให้ไถsmearใหม่  หลังจากได้smear ใหม่มาก็พบว่าผลครั้งหลังไม่ตรงกับผลครั้งแรก  เราจึงรายงานผลครั้งหลังและหาสาเหตุของความผิดพลาดพบว่าเกิดจากการเขียนหมายเลขที่smearเลือดผิด

      ผลจากcase study รายนี้ทำให้ข้าพเจ้าค้นพบ

    1.ความใส่ใจในงาน

    2. หาสาเหตุของความผิดพลาดเพื่อแก้ไข แต่ไม่ได้หาคนผิด เพราะทุกคนก็ทำผิดได้เสมอ

    3. คนไข้ได้ผลที่ถูกต้อง เราไม่ได้มอบโรคใหม่ให้คนไข้

    4. แพทย์สามารถใช้ผลที่ถูกต้องในการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วย

    5. ข้าพเจ้าได้เรียนรู้หลักสำคัญอีกข้อของการทำงานคือ การใส่ใจในการทำงาน

   และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ smile in work  ^-^