ภาพรวมการก่อเกิดเครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม (ทำดีเพื่อพ่อ ทำดีเพื่อแผ่นดิน)

เครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม คือองค์กรนิสิตที่ก่อเกิดและต่อยอดจากปรากฏการณ์ “มมส ทำความดีเพื่อพ่อ” โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการฝ่ายพัฒนานิสิต บูรณาการทำงานโดยผู้นำอิสระและองค์กรนิสิต มุ่งเน้นการทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม ทั้งที่เป็นภัยพิบัติ ตลอดจนการหนุนเสริมการทำงานขององค์กรนิสิตต่างๆ รวมถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัย

ผมตัดสินใจไล่เรียงข้อมูลการทำงาน “จิตอาสา”  ในรอบ 10 ปีย้อนหลัง  อันหมายถึงการ “รวมกลุ่ม”  จริงๆ จังๆ ที่ลุกขึ้นมาทำงานเป็น “อาสาสมัคร”  ในนามมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ซึ่งยึดโยงอยู่กับระบบ  หรืออิงระบบกับฝ่ายพัฒนานิสิต  โดยไม่นับรวมบรรดาชมรม กลุ่มนิสิต  ตลอดจนองค์กรนิสิตต่างๆ  

หรือกระทั่งกลุ่มอิสระที่ไม่ได้เข้ามาอยู่ภายใต้ระบบและกลไกของฝ่ายพัฒนานิสิต –

ครับ-ไล่เรียงจากความทรงจำแหว่งวิ่นของตัวเองเป็นหลัก  ยังมิได้หยั่งลึกสืบค้นผ่านฐานข้อมูลภายนอกตัวเองมากนัก  จึงพอมองเห็นภาพรวมแบบกว้างๆ  หรือกระทั่งพร่าเลือนสลับเป็นฉากๆ  ...

 


2550-2551 : กลุ่มไหล


ปี 2550  เป็นช่วงที่ผมลาออกจากตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานกิจกรรมนิสิต และโยกย้ายตัวเองมาสร้างงานใหม่ในชื่อ “งานพัฒนานิสิต”  โดยพ่วงพางานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศมาด้วย  จึงหมายถึงการถอยออกมาทำเรื่อง "ใบระเบียนกิจกรรมนิสิต" (ทรานสคริปกิจกรรม) ด้วยนั่นเอง

ปีนั้น  ผมชวนน้องนิสิต 2-5 คนมาทำงาน "กิจกรรมนอกหลักสูตร" ในเชิงกลุ่มอิสระ  ไม่ติดกับระบบ ทำงานในแบบอิงระบบร่วมกับผม  จนในที่สุดพวกเขาก็เรียกตนเองว่า “กลุ่มไหล”  

ยุคนั้นกลุ่มไหลโด่งดังมากพอสมควร  ปรากฏตัวในหนังสือพิมพ์และช่องทีวีหลายช่อง  ส่วนในมหาวิทยาลัยยิ่งไม่ต้องพูดถึง  แทบจะเรียกว่า "ฟรีเวอร์"  เลยยังได้  หรือในอีกมุมหนึ่งก็อาจเรียกได้ว่าทั้งผมและกลุ่มไหลคือรุ่นแรกๆ ในมหาวิทยาลัยที่นำวาทกรรม “ถอดบทเรียน” (ถอดความรู้)  มาใช้ในกิจกรรมนอกหลักสูตร  เราเรียก “Km แบบงูๆ ปลาๆ” และเรียกอีกชื่อประมาณว่า “จัดการความรักคู่ความรู้” และ “สอนงานสร้างทีม” โดยให้ถือว่าเรื่องหัวใจของคนทำงานสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าผลลัพธ์ตามตัวชี้ทางการศึกษา

กลุ่มไหล  ทำกิจกรรมในแบบ บันเทิงเริงปัญญา  มุ่งเน้นกิจกรรมการ "เรียนรู้คู่บริการ"  ต่อสังคมเป็นหัวใจหลัก  เน้นการจัดการความรู้ในกิจกรรมต่างๆ  เน้นความมิตรกับทุกองค์กร  ไม่ฝักใฝ่การเมืองในมหาวิทยาลัย รวมไปจนถึงเน้นการจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชน  โดยในระยะแรกส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการออกช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมและภัยหนาว  จากนั้นจึงขยับเข้าสู่กิจกรรมประเพณีในหมู่บ้าน เช่น  กฐิน  สงกรานต์ บัญผะเหวด  ผ้าป่า  โดยเฉพาะการจัด “กฐินแล่น” (จุลกฐิน)  ในวันเดียว ทั้งย้อมจีวรจากเปลือกไม้ธรรมชาติ ระดมทุนแบบมีส่วนร่วมระหว่างนิสิตกับชุมชน  ซึ่งแต่ละครั้งได้เงินเข้าวัดไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท

ในยุคนั้น กระบวนการหรือกิจกรรมเหล่านั้นผลิดอกออกผลในตัวตนของผมเด่นชัดมาก  ดังจะเห็นได้จากผมกล้าที่จะแหวกขนบสู่การเรียนรู้ชุมชนบนฐานของค่ายอาสาพัฒนาเล็กๆ เป็นต้นว่าโครงการ "เรียนนอกห้องเรียน ปรับเปลี่ยนทัศนคติ สู่จิตสำนึกสาธารณะ" โดยเรียนรู้คู่บริการแบบบันเทิงเริงปัญญา ณ เด็กรักษ์ป่า” (สุรินทร์)  และ “มหาชีวาลัยอีสาน (บุรีรัมย์) 

รวมถึงโครงการ "มมส ร่วมใจห่วงใยชุมชน"  หรือที่เรียกเป็นวาทกรรมว่า "1 คณะ 1 หมู่บ้าน" ด้วยการนำนิสิตในแต่ละสโมสรไปฝากตัวเป็น "ลูกฮัก"  ในแต่ละหมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลขามเรียงและเทศบาลท่าขอนยางอันเป็นชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัย ซึ่งนิสิตจะดำเนินกิจกรรมอยู่ 2 กิจกรรมหลัก คือ เรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีของหมู่บ้านนั้นๆ และจัดกิจกรรมบริการสังคมตามความต้องการ (โจทย์) ของชุมชน  

กรณีดังกล่าวอาจเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้พิเคราะห์ถึงแนวทางของการบริการวิชาการแก่สังคม  ดังจะเห็นได้จากการเกิดนโยบาย "1 คณะ 1 ชุมชน"  หรือในปัจจุบันก็คือ "1 หลักสูตร 1 ชุมชน"  จนในที่สุดก็ปักหมุดสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการรับใช้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ช่วงนั้นผมเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจต่อการเรียนรู้เป็นอย่างมาก  มีการนำข้อมูลทั้งปวงมาสู่การเขียนหนังสือ เรียนนอกฤดู  ที่ปัจจุบันนับรวมทั้งข้อเขียนผมและนิสิตมีรวมเป็นเล่มมากกว่า 13 เล่มเลยทีเดียว 

หนังสือเรียนนอกฤดูที่ว่านี้กลายเป็นหนังสือที่หน่วยงานใช้เป็น “ของที่ระลึก” ต่อแขกที่มาศึกษาดูงาน  และนำไปมอบเพื่อแสดงความขอบคุณให้กับผู้ที่มอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิต รวมถึงการยกกระบวนการจิตอาสาในวิถีกิจกรรมนอกหลักสูตรเข้าสู่การเรียนรู้ในหลักสูตรของหมวดศึกษาทั่วไปในชื่อ “พัฒนานิสิต” พร้อมๆ กับการเขียนตำราเรียน "การพัฒนานิสิต"  ก่อนจะปรับปรุงหลักสูตรมาเป็นวิชา “ภาวะผู้นำ” ดังเช่นปัจจุบัน


2554 : มมส แทนคุณแผ่นดิน จิตอาสาเพื่อในหลวง


กลุ่มงานกิจกรรมนิสิต จัดตั้งกลุ่มการทำงานจิตอาสาขึ้นมาในชื่อ “มมส แทนคุณแผ่นดิน จิตอาสาเพื่อในหลวง” เพื่อรองรับการทำงานเพื่อสังคมผ่านกิจกรรมนอกหลักสูตรและการเรียนรู้ผ่านวิชาพัฒนานิสิต  ซึ่งถือเป็นระบบและกลไกของการสร้างการเรียนรู้เรื่อง "จิตอาสา" ต่อนิสิตและบุคลากรด้านการพัฒนานิสิต  ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน  เช่น

  • บริจาคโลหิต 
  • ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
  • เกี่ยวข้าวช่วยชาวบ้าน 
  • ซ่อมแซมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
  • วินัยจราจร
  • ระดมทุนทำกฐินโบราณ
  • การทำหน้าที่ในครอบครัว
  • จัดทำหนังสือเรื่องเล่าความดี
  • บันทึกความดีในสังคมออนไลน์ผ่าน “เฟซบุ๊ก” และเว็บบล็อก Gotoknow.org  โดยถวายความดีจากกิจกรรมแด่ในหลวงรัชการที่ 9

 

 


2559 : นิสิตจิตอาสาทำความดีเพื่อแผ่นดิน


ปลายปี 2559 กลุ่มงานกิจกรรมนิสิต กลับมาฟื้นกระบวนการจิตอาสาอีกครั้งหลังจากดำเนินการในชื่อกลุ่ม “มมส แทนคุณแผ่นดิน จิตอาสาเพื่อในหลวง” เมื่อปี 2554-2556  โดยร่วมกับผู้นำองค์กรนิสิตและนิสิตทั่วไปที่มีจิตอาสา (จิตสำนึกสาธารณะ)  เช่น กลุ่มนิสิตมอน้ำชี  ชมรมสานฝันคนสร้างป่า ชมรมรุ่นสัมพันธ์  ชมรมพุทธศาสนาและสมาธิ  ชมรมสานสายใยร่วมชายคา  

การขับเคลื่อนในขณะนั้นหลักๆ คือขับเคลื่อนกิจกรรมช่วยชุมชนรอบมหาวิทยาลัยและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่ประสบอุทกภัยภายใต้ชื่อ “นิสิตจิตอาสาทำความดีเพื่อแผ่นดิน” 

กระบวนการขับเคลื่อนกิจกรรมในช่วงนี้จะเน้นการระดมทุนและทรัพยากรต่างๆ ส่งมอบให้ผู้ประสบภัยผ่านกิจกรรมหลัก เช่น ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง  เล่นดนตรีเปิดหมวก ขอรับบริจาคเงินและสิ่งของในหอพักและตลาดน้อย  

ขณะที่รูปแบบจะมุ่งเน้นการส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคต่อชุมชนที่ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย  หรือเน้นการส่งมอบเงินทุนและข้าวของเครื่องใช้สมทบการออกค่ายอาสาพัฒนาขององค์กรนิสิตเพื่อส่งมอบให้กับชุมชนในอีกทอดหนึ่ง

      กระบวนการขับเคลื่อน :  ระดมทุนและทรัพยากรต่างๆ ส่งมอบให้ผู้ประสบภัยผ่านกิจกรรมหลัก เช่น ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง  เล่นดนตรีเปิดหมวก  ขอรับบริจาคเงินและสิ่งของในหอพักและตลาดน้อย 

           รูปแบบ : ส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคต่อชุมชนที่ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย  ส่งมอบทุนและข้าวของให้กับองค์กรนิสิตเพื่อสมทบการออกค่ายและการส่งมอบให้กับชุมชน

 

 


2560 : มมส ทำความดีเพื่อพ่อ


ภายหลังการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9  กองกิจการนิสิต ได้นำนิสิตเดินทางไปกราบพระบรมศพและทำงานอาสาสมัคร ณ พระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง  รวมถึงการส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้สมทบช่วยพี่น้องชาวใต้ที่ประสบอุทกภัย  ซึ่งกลุ่มเฉพาะกิจนี้เรียกตนเองว่า “มมส ทำความดีเพื่อพ่อ”  โดยมีกลุ่มงานกิจกรรมนิสิต เป็นระบบและกลไกในการขับเคลื่อน

การขับเคลื่อนในยุคนี้มีแกนนำจิตอาสาหลากหลายที่ว่า มีทั้งผู้นำจากสโมสรนิสิตคณะต่างๆ  ผู้นำชมรม และนิสิตจิตอาสาทั่วไป โดยกองกิจการนิสิต ให้การสนับสนุนงบประมาณจำหนวนหนึ่ง  ที่เหลือนิสิตเหล่านี้จัดหากันเอง  เป็นการทำดีโดยปราศจากเงื่อนไขที่ว่าด้วยค่าตอบแทน หรือไม่เอาชั่วโมงจิตอาสาของกองทุนกู้ยืม กยศ.-กรอ.มาเกี่ยวข้อง  โดยในช่วงนั้นผมใช้วาทกรรมว่า “พาหัวใจไปกราบพ่อ”

การเคลื่อนตัวของกลุ่มดังกล่าวไม่ได้หยุดนิ่งหลังกิจกรรมไปกราบพระบรมศพ  ทว่ายังเกาะเกี่ยวเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกับกลุ่มงานกิจกรรมนิสิตอย่างเงียบๆ  ต่อมารวมกลุ่มจดทะเบียนเป็น “ชมรมรากแก้ว”  แต่ก็ไม่สามารถเดินต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม          



 2560 – ปัจจุบัน : เครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม (ทำดีเพื่อพ่อ ทำดีเพื่อแผ่นดิน)


เครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม  คือองค์กรนิสิตที่ก่อเกิดและต่อยอดจากปรากฏการณ์ “มมส ทำความดีเพื่อพ่อ”  โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการฝ่ายพัฒนานิสิต  บูรณาการทำงานโดยผู้นำอิสระและองค์กรนิสิต  มุ่งเน้นการทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม ทั้งที่เป็นภัยพิบัติ  ตลอดจนการหนุนเสริมการทำงานขององค์กรนิสิตต่างๆ รวมถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัย 

ปัจจุบันได้ยกระดับการทำงานด้วยการสร้างกลไกมารองรับการจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นในชื่อเครือข่าย “๙ต่อ Before After”  อันเป็นความร่วมมือระหว่างกองกิจการนิสิตกับคุณจรงศักดิ์  รองเดช (พิธีกรรายการภัตตาคารบ้านทุ่ง) ผู้ซึ่งเป็นคนริเริ่มโครงการ “๙ต่อ Before After”

จะว่าไปแล้ว  บันทึกนี้มีสถานะเป็นอนุทินขนาดยาวก็ว่าได้  เพียงแต่ผมมิได้ให้รายละเอียดอะไรมากมายนัก  ผมเพียงแต่ลองสังเคราะห์จากความทรงจำของตนเองเป็นหลัก  ยังไม่สืบค้นอะไรอย่างจริงจังจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ 

และจริงๆ แล้ว  ส่วนหนึ่งที่ลองเขียนขึ้น  ก็ไม่มีอะไรมากเป็นพิเศษ  เพียงต้องการกระตุ้นตัวเองให้หวนกลับมาชำระข้อมูลเรื่อง"จิตอาสา"  อีกครั้ง  หากไม่ขยับบ้างก็คงออกอาการเฉื่อยเฉย  ไร้แรงบันดาลใจ  หรือไม่ก็อิ่มตัว และหมดแรงไปในที่สุด


เขียน : พฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin

คำสำคัญ (Tags)#การจัดการความรู้#จิตอาสา#กิจกรรมนอกหลักสูตร#กิจกรรมนิสิต#กลุ่มไหล#เรียนนอกฤดู#เรียนรู้คู่บริการ#บันเทิงเริงปัญญา#เครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม#จรงศักดิ์ รองเดช#๙ต่อ Before After#วิชาพัฒานิสิต

หมายเลขบันทึก: 655306, เขียน: 11 Oct 2018 @ 15:52 (), แก้ไข: 19 Oct 2018 @ 11:18 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 5, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก


ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

แค่ได้ทิ้งร่อยรอยให้ผมและท่านอื่นๆ ได้อ่าน ก็สุดยอดมากครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ อ.ทิมดาบ ที่แวะมาให้กำลังใจ

เบื้องต้น ผมปรับเติมแต่งเนื้อหาเข้ามาใหม่นะครับ เพื่อให้เห็นประเด็นระหว่างเส้นทางมากขึ้น กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่า จะหาเวลาไล่เรียงย้อนหลังไปเรื่อยๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมีแรงทำได้ครับ

เขียนเมื่อ 

ยายธี.. จะถึงเมืองไทย.. ปลาย.. พย.. นี้.. อยาก.. พบคุณแผ่นดิน.. และนักศึกษา.กลุ่มนี้.. จังเลย.. จะมีโอกาศ.. มั้ยเนอะ…ที่ริมน้ำแคว… อ.ทองผาภูมิ..บ้าน”คุมกะลาหัว”…ของนายแผน..(หลานชาย)…

เขียนเมื่อ 

ยินดีมากๆ ครับ คุณยายธี

จะได้เร่งเก็บตังค์กัน 555

-สวัสดีครับอาจารย์-อ่านบันทึกพรวนความคิดจิตอาสา-การทำงานแบบนี้สร้างคนสร้างสรรสังคมนะครับ-จำได้ว่าตอนผมเรียนอยู่มักจะชอบทำกิจกรรมแบบนี้ มีองค์กรแคร์ที่ก้าวเข้ามาให้ผมได้เรียนรู้วิธีการทำงานแบบที่ ณ วันนี้บางหน่วยงานกำลังขับเคลื่อน-มีหลายอย่างที่ได้เรียนรู้และนำมาปรับใช้ในชีวิตจริง-ณ เวลานี้กำลังสานต่อความฝัน ค่อยๆ ถักทอ เดินเส้นสายของเนื้อผ้า-หวังใจเอาไว้ว่าวันหนึ่งคงจะต่อเติมความฝันไปยังผู้ที่ก้าวเข้ามา.เรียนรู้-ด้วยความระลึกถึงอาจารย์อยู่เสมอครับ-อาสาในแบบเรา ทำในสิ่งใกล้ตัว ชอบแล้วก็ลงมือทำ เพราะไม่รู้ว่าจะมีเวลาทำได้อีกนานเพียงใด….

เขียนเมื่อ 

ใช่ครับ อ.เพชรน้ำหนึ่ง

ทำในสิ่งใกล้ตัว ย่อมเกิดพลังเกาให้ถูกที่คัน ย่่อมหายคันและเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (จริง)คือปัญญาปฏิบัติที่ชวนหลงรักเป็นที่สุด

คิดถึงเช่นกัน ครับ