GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

จัดงาน Forum การบริการปฐมภูมิภาคใต้ 25-26 ม.ค. 50

"เครือข่ายสุขภาพและการเรียนรู้วิถีใต้"

   ประชาสัมพันธ์เชิญชวนเครือข่ายสุขภาพภาคใต้  นำสิ่งดีๆที่มีอยู่มาแลกเปลี่ยน และช่วยกันสานต่อภูมิปัญญาและประสบการณ์   จากรุ่นสู่รุ่น

โดยจะจัด  25-26 มกราคม 2550  ณ โรงแรมลีการ์เด้นพลาซ่า   อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา  โดยไม่เก็บค่าลงทะเบียน  สำหรับผู้ที่นำบอร์ดผลงานมาแสดง กำหนดขนาด 1ม.คูณ1.5 ม.(แนวตั้ง) จะมีค่าตอบแทนให้ รายละเอียดจะแจ้งผ่าน สสจ.ของทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้แล้ว (ไม่ได้สนับสนุนค่าเดินทางและ ค่าที่พัก)

หน่วยบริการปฐมภูมิใดเห็นของดีๆในท้องถิ่นขอช่วยรับเป็นเจ้าภาพติดต่อประสานงานให้เครือข่ายด้วยจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

สำหรับผู้ที่ต้องการมานำเสนอหรือมาจัดแสดงผลงานให้กรอกแบบฟอร์มตามหัวข้อต่อไปนี้

ชื่อโครงการ.........

แรงบันดาลใจหรือเหตุปัจจัยที่ทำให้ริเริ่มงานหรือกิจกรรม.........

สิ่งที่ท่านหรือทีมงานได้ทำอยู่ในปัจจุบันและวิธีการทำงานหรือกิจกรรม........

ประโยชน์ต่อการบริการสุขภาพปฐมภูมิหรือบริการสุขภาพใกล้บ้าน....................

สิ่งที่คิดว่าจะนำไปขยายผลในอนาคต............

ชื่อ-สกุล......ที่อยู่..........เบอร์โทรที่ให้ติดต่อกลับ..................... 

แฟกซ์มาที่เบอร์ 074-273107  ภายในวันที่ 9 มกราคม 2550เวลา 12.00 น  (ถ้าจัดส่งทางปณ.ต้องประทับตราภายในวันที่     5 มค.2550)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 65420
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

แจ้งความคีบหน้าของภาคอื่นๆคะ

อิสานจัด3-4ม.ค. 50ที่ขอนแก่น   ขอนแก่น         เหนือจัด 11-12 ม.ค.50ที่พิษณุโลก                          ใต้    จัด   25-26 ม.ค.50 ที่หาดใหญ่                    กลางจัดภายใน มี.ค.  ที่ชลบุรี

ใครอยู่ใกล้ที่ไหนอย่าลืมไปร่วมนะคะ หรือถ้าอยากไปแลกเปลี่ยนกับภาคอื่นๆด้วยก็เป็นที่น่ายินดีคะ

ฝากช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ต้วยคะ หนังสือเชิญคงออกได้ในสัปดาห์หน้า  ให้โควต้าจังหวัดภาคใต้จังหวัดละ 10 คน  ส่งหนังสือไปถึงทุก สสจ.  สสอ. รพ.รัฐทุกแห่ง 

หากมีการนำเสนอผลงาน และการจัดบอร์ด นิทรรศการจะมีแบบฟอร์มเรื่องเล่าให้กรอกส่งมาก่อนภายในวันที่ 9 มค.50 ทางโทรสารหรือ E-mail

ภายในวันที่5 มค.50 ทางปณ.ดูจากวันประทับตราปณ.

แล้วจะใส่แบบฟอร์มเรื่องเล่ามาให้คะ

                                     พี่แมว

น้อยใจแล้วนา  ไม่ค่อยมีใครว่างจะเข้ามาส่งข่าวกันเลย  กระบี่ นครศรีฯ ปัตตานี ชุมพร ช่วยตอบหน่อยคะ

จะถึงวันงานแล้วรอรับแฟกซ์ด้วยหัวใจที่พร้อมจะวายทุกเมื่อ

25-26 มกราคม2550 มาร่วมให้ได้นะคะ  มาช่วยกันทำมาหากินหน่อย จนบัดนี้ยังโทรหา เปิ้ล ปัตตานีไม่ติดเลยไม่รู้ปิดโทรศัพท์หนีซะแล้วพรือ

สวัสดีค่ะ  พี่แมว และพี่ติ๋ม

อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะยังไงน้องอ้อยก็ไม่ทิ้งพี่แมวและทีมงานที่หาดใหญ่ที่น่ารักทุกคนอยู่แล้วถึงแม้ว่าช่วงนี้น้องอ้อยยุ่งอย่างไรก็ต้องมีผลงานให้พี่อยู่แล้วค่ะ

น้องอ้อยส่งผลงานวันที่ 25-26 มกราคม2550 ผ่านทางพี่นะคะเนื่องจากว่าช่วงนี้ไม่ได้ออกไปไหนเลยค่ะต้องเฝ้าสอ.คนเดียวเลยช้าไปหน่อยน่ะค่ะ ขอบคุณพี่ล่วงหน้านะคะ  (ช่วยกันทำมาหากินเครือข่ายจะได้ขยายเพิ่มมากยิ่งขึ้นนะคะ)

ชื่อโครงการสลิมคลีนิก พลิกกระแสโลกาภิวัตน์  ขจัดโรคเรื้อรัง   สไตล์แบบพอเพียงสถานีอนามัยบ้านทุ่ง  ตำบลเขาคราม   อำเภอเมือง  จังหวัดกระบี่แรงบันดาลใจหรือเหตุปัจจัยที่ทำให้ริเริ่มงานหรือกิจกรรม                ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกาภิวัตน์มากมายการดำเนินงานทั้งหน่วยงานภาครัฐ  เอกชน  และองค์กรส่วนท้องถิ่นต่างทำงานแบบต่างคนต่างทำยังขาดการร่วมคิด  ร่วมวางแผนกันในแต่ละหน่วยงานส่งผลให้คนในชุมชนเกิดความสับสน  และมีการลงไปดำเนินงานซ้ำซ้อน  ส่งผลให้ประชาชนในชุมชนต้องดำเนินงานซ้ำซ้อน และต่อไปในระยะยาวจะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายของคนในชุมจนจะก่อให้เกิดความไม่เข้มแข็งอย่างแท้จริงขึ้น                  จากการดำเนินงานทางด้านสาธารณสุขที่ผ่านมาพบว่างานทางด้านสาธารณสุขประสบกับปัญหาต่างๆมากมายเนื่องจากว่ายังขาดการเชื่อมโยงกันแบบบูรณาการอย่างแท้จริงนักสาธารณสุขยังขาดความเข้าใจว่างานสาธารณสุขจริงๆแล้วเป็นงานที่ต้องสร้างสุขภาพให้เกิดความสมดุล ในเมื่อชุมชนยังมีปัญหา  ชุมชนไม่เข้มแข็งส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆนานามากมายและต้องแก้ปัญหาอยู่เรื่อยไป  จึงคิดว่าสาธารณสุขน่าจะเปลี่ยนแนวคิดใหม่ในการดำเนินงานกลับมาดำเนินงานสร้างชุมชนให้เกิดความสมดุลขึ้นโดยใช้หลักเศรษฐกิจแบบพอเพียง การสร้างกลุ่มเพื่อให้เกิดความเอื้ออาทรต่อกันทำให้มิให้เกิดปัญหาสังคมจะทำให้นักสาธารณสุขดำเนินงานสร้างสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น                สถานีอนามัยบ้านทุ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ดำเนินการดูแลประชาชนในชุมชน ซึ่งได้สร้างกลุ่มชมรมขึ้นมามากมาย เช่นชมรมอสม.  ชมรมผู้สูงอายุ   ชมรมโรคเรื้อรัง ชมรมคุ้มครองผู้บริโภค ชมรมสร้างสุขภาพฯลฯ ซึ่งเป็นการดูแลเฉพาะกลุ่มและยังไม่เกิดกลุ่มชมรมของกลุ่มเสี่ยงจึงได้คิดก่อตั้งชมรมสลิมคลินิกเพิ่มเพื่อให้เกิดเครือข่ายชมรม  และให้เกิดการรวมกลุ่มกันขึ้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมป้องกันโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ และเกิดองค์ความรู้  และภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชนมิให้สูยหายไปตามกระแสโลกาภิวัตน์เป็นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม    การเสวนา   การใช้สุนทรียสนทนาในการทำงานหรือสร้างกระบวนการเรียนรู้ ทำให้เห็นคุณค่าแห่งการทำงานร่วมกันเป็นพลังในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในชุมชน เกิดทุนทางสังคมทำห้สังคมพัฒนาขึ้นอย่างยั่งยืน  และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนและสังคมต่อไป   สิ่งที่ท่านหรือทีมงานได้ทำอยู่ในปัจจุบันและวิธีการทำงานหรือกิจกรรมเป็นผู้ประสานให้เกิดกระบวนการเรียนรู้  (Facilitator)          ให้แนวคิดในสิ่งที่ชุมชนควรรู้ ตามศักยภาพเช่น การนำเอาภูมิปัญญาดั้งเดิมมารวบรวม  เช่นการทำยาสมุนไพร  การแสดงศิลปะพื้นบ้านแบบดั้งเดิม    การสนับสนุนให้คนรู้จักตัวเอง  รู้จักศักยภาพและดึงเอาศักยภาพของตนเองที่มีอยู่  เช่น

กิจกรรมที่ 1 จัดกระบวนการเรียนรู้แก่กลุ่มเสี่ยงที่เป็นสมาชิกชมรม

                1.จัดกระบวนการเรียนรู้และ การใช้สุนทรียสนทนาและทักษะต่างๆในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพเช่นโรคเบาหวาน   ความดันโลหิตสูง   โรคหลอดเลือดหัวใจ  และอื่นๆ2.การใช้สุนทรียสนทนาในการดูแลตนเองและสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคเรื้อรัง3.จัดตั้งกลุ่มชมรมเพื่อกำหนดกิจกรรม  และแต่งตั้งกรรมการโดยใช้หลัก 3 ก (กรรมการ   กองทุน  กลุ่ม)กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มเสี่ยงดังนี้ 1.ดำเนินการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง  แก่กลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันการเกิดโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพเช่นโรคเบาหวาน   ความดันโลหิตสูง   โรคหลอดเลือดหัวใจ  และอื่นๆ                2.เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสรุปข้อมูลทั้งหมดและเสริมความรู้เรื่องชมรมสนใจ                 3.เปิดโอกาสให้พูดคุยซักถาม                กิจกรรมที่ 3 กำหนดกิจกรรมการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของชมรมดังนี้                1.กิจกรรมการออกกำลังกายตามที่สมาชิกสนใจ  เช่น แอโรบิก   ไทเก็ก  โยคะ  รองแง็งพื้นบ้าน                2.กิจกรรมรวมกลุ่มการทำอาหารสมุนไพร  เช่นเครื่องดื่มสมุนไพร   อาหารสมุนไพร                3.กิจกรรมการปลูกพืชสมุนไพรในบ้านแก่สมาชิกชมรมอย่างน้อยครอบครัวละ 5 ชนิดเช่น  พริก  ตะไคร้   ข่า  ขมิ้นชัน   ขมิ้นขาวฯลฯ                4.กิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้ในกลุ่มโดยให้สมาชิกกลุ่มค้นคว้าภูมิปัญญาพื้นบ้านเดือนละ 1 ครั้ง5.กิจกรรมการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนเช่นการอนุรักษ์ป่าชุมชน   ดูแลสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกบ้าน6.กิจกรรมสันทนาการเดือนละ 1 ครั้ง7.กิจกรรมการตรวจและประเมินสุขภาพด้วยกันเองโดยมีทะเบียนบันทึกในชมรมทุกเดือนเช่น  ชั่งน้ำหนัก  วัดส่วนสูง  วัดรอบเอว   วัดความดันโลหิต  ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด  ตรวจBMI ฯลฯ      ประโยชน์ต่อการบริการสุขภาพปฐมภูมิหรือบริการสุขภาพใกล้บ้าน         มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน โดยการเชื่อมให้เกิดเครือข่ายโดยเชื่อมโยงผู้คน / ชุมชนสื่อสารสัมพันธ์กัน  โดยการ    นำความคิดมารวมกัน เอาพลังปัญญามารวมกัน ร่วมแก้ปัญหาร่วมกันและ พัฒนาศักยภาพร่วมกัน และในที่สุดก็เกิดเครือข่ายกันขึ้นและส่งผลให้กลุ่มสมาชิกชมรมได้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนานไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดๆ  เกิดการรวมกลุ่มเชิงสร้างสรรค์  มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เอื้ออาทรต่อกัน  เห็นใจกันมากขึ้นส่งผลให้สุขภาพกายและจิตดีขึ้น   มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิม  สมาชิกกลุ่มมีการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ดีๆต่อกันส่งผลให้ทุกๆคนเกิดความภาคภูมิใจในงานของตนเอง                  ชุมชนมีกระบวนทัศน์ใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองอย่างพอเพียง  อย่ารอให้คนอื่นให้ความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว    มีการรวมกลุ่มกันเพื่อให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันคิดหากิจกรรมเพื่อให้เกิดการเอื้อเฟื้อต่อกัน โดยมีเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเป็นเพียงที่ปรึกษาและคอยให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่กลุ่มยังไม่สามารถดำเนินการได้สมาชิกกลุ่มมีจิตสาธารณะ ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือต่อกัน มีจิตใจที่ดีมีคุณธรรมรู้จักการให้มากกว่าการรับสิ่งที่คิดว่าจะนำไปขยายผลในอนาคต............เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนให้เกิดกลุ่มคนที่มีจิตสาธารณะให้มากที่สุดการใส่ใจต่อกัน  การรับฟังปัญหาของผู้อื่นด้วยความใส่ใจบนพื้นฐานความถูกต้อง เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพแวดล้อมปลูกฝังให้คนมีความตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันอย่างไรให้ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่ดี  ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติโดยการศึกษาถึงความเชื่อและวัฒนธรรมดั้งเดิมของกลุ่มชุมชนโดยเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เป็นผู้ประสานหรือตัวเชื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  ส่งเสริมให้กลุ่มเกิดความคิด  สร้างสรรค์คิดสิ่งใหม่   ให้เกิด นวัตกรรม  (Innovation)โดยการเชื่อมโยงผู้คน  ความคิด  กิจกรรมให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้น กล้าคิดนอกกรอบ ส่งผลให้เกิดผนึกพลัง   จากการคิดแบบทวีคูณสัมพันธ์กับแบบเกื้อกูล  คือการเชื่อมโยงให้เกิด             กิจกรรมต่าง ๆ  สัมพันธ์กัน  เช่น  การปลูกพืชผักสมุนไพรพื้นบ้าน   การแสดงศิลปะพื้นบ้าน เป็นต้นเกิดการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน   เป็นแหล่งเรียนรู้ของภูมิปัญญาพื้นบ้านในเรื่องสมุนไพร  องค์ความรู้เก่าๆดั้งเดิมที่ใกล้จะเลือนหายไป  และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ  อย่างเป็นธรรมชาติไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานได้  สามารถสร้างคนให้เป็นผู้รู้  เป็นแกนนำทางวิชาการโดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงเท่านั้น   และชมรมเป็นชุมชนวิชาการพื้นบ้านของตำบลโดยตัวประชาชนเองและนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง  ช่วยตนเองและพึ่งตนเองได้            ชื่อ-สกุล  นาง  นิตยา   นิลจันทร์  ที่อยู่...61/1  ม. 2  ต.เขาคราม  อ.เมือง   กระบี่ 81000  เบอร์โทรที่ให้ติดต่อกลับ 089-8674121

 

ได้รับแล้วจ้า ขอบคุณมากๆคะ  พี่ดำเนินการให้แล้ว

 

    ได้ข่าวมีผู้สนใจสมัครมาจนล้น  คงเป็นโอกาสสำคัญของคนทำงาน PCU ครับ

 

    อมร

  1. คุณหมออมร พี่ติ๋ม พี่แมว พี่อ้อย และทุกๆ ท่าน ครับ การประชุมครั้งนี้คงช่วยให้หัวใจคนทำงาน PCU (งานสุขภาพชุมชน) ชุ่มชื่นอีกครั้งนะครับ
  2. พบกันที่หาดใหญ่ ครับผม