สวัสดีค่ะ พี่แมว และพี่ติ๋ม
อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะยังไงน้องอ้อยก็ไม่ทิ้งพี่แมวและทีมงานที่หาดใหญ่ที่น่ารักทุกคนอยู่แล้วถึงแม้ว่าช่วงนี้น้องอ้อยยุ่งอย่างไรก็ต้องมีผลงานให้พี่อยู่แล้วค่ะ
น้องอ้อยส่งผลงานวันที่ 25-26 มกราคม2550 ผ่านทางพี่นะคะเนื่องจากว่าช่วงนี้ไม่ได้ออกไปไหนเลยค่ะต้องเฝ้าสอ.คนเดียวเลยช้าไปหน่อยน่ะค่ะ ขอบคุณพี่ล่วงหน้านะคะ (ช่วยกันทำมาหากินเครือข่ายจะได้ขยายเพิ่มมากยิ่งขึ้นนะคะ)
ชื่อโครงการสลิมคลีนิก พลิกกระแสโลกาภิวัตน์ ขจัดโรคเรื้อรัง สไตล์แบบพอเพียงสถานีอนามัยบ้านทุ่ง ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่แรงบันดาลใจหรือเหตุปัจจัยที่ทำให้ริเริ่มงานหรือกิจกรรม ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกาภิวัตน์มากมายการดำเนินงานทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรส่วนท้องถิ่นต่างทำงานแบบต่างคนต่างทำยังขาดการร่วมคิด ร่วมวางแผนกันในแต่ละหน่วยงานส่งผลให้คนในชุมชนเกิดความสับสน และมีการลงไปดำเนินงานซ้ำซ้อน ส่งผลให้ประชาชนในชุมชนต้องดำเนินงานซ้ำซ้อน และต่อไปในระยะยาวจะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายของคนในชุมจนจะก่อให้เกิดความไม่เข้มแข็งอย่างแท้จริงขึ้น จากการดำเนินงานทางด้านสาธารณสุขที่ผ่านมาพบว่างานทางด้านสาธารณสุขประสบกับปัญหาต่างๆมากมายเนื่องจากว่ายังขาดการเชื่อมโยงกันแบบบูรณาการอย่างแท้จริงนักสาธารณสุขยังขาดความเข้าใจว่างานสาธารณสุขจริงๆแล้วเป็นงานที่ต้องสร้างสุขภาพให้เกิดความสมดุล ในเมื่อชุมชนยังมีปัญหา ชุมชนไม่เข้มแข็งส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆนานามากมายและต้องแก้ปัญหาอยู่เรื่อยไป จึงคิดว่าสาธารณสุขน่าจะเปลี่ยนแนวคิดใหม่ในการดำเนินงานกลับมาดำเนินงานสร้างชุมชนให้เกิดความสมดุลขึ้นโดยใช้หลักเศรษฐกิจแบบพอเพียง การสร้างกลุ่มเพื่อให้เกิดความเอื้ออาทรต่อกันทำให้มิให้เกิดปัญหาสังคมจะทำให้นักสาธารณสุขดำเนินงานสร้างสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น สถานีอนามัยบ้านทุ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ดำเนินการดูแลประชาชนในชุมชน ซึ่งได้สร้างกลุ่มชมรมขึ้นมามากมาย เช่นชมรมอสม. ชมรมผู้สูงอายุ ชมรมโรคเรื้อรัง ชมรมคุ้มครองผู้บริโภค ชมรมสร้างสุขภาพฯลฯ ซึ่งเป็นการดูแลเฉพาะกลุ่มและยังไม่เกิดกลุ่มชมรมของกลุ่มเสี่ยงจึงได้คิดก่อตั้งชมรมสลิมคลินิกเพิ่มเพื่อให้เกิดเครือข่ายชมรม และให้เกิดการรวมกลุ่มกันขึ้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมป้องกันโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ และเกิดองค์ความรู้ และภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชนมิให้สูยหายไปตามกระแสโลกาภิวัตน์เป็นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม การเสวนา การใช้สุนทรียสนทนาในการทำงานหรือสร้างกระบวนการเรียนรู้ ทำให้เห็นคุณค่าแห่งการทำงานร่วมกันเป็นพลังในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในชุมชน เกิดทุนทางสังคมทำห้สังคมพัฒนาขึ้นอย่างยั่งยืน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนและสังคมต่อไป สิ่งที่ท่านหรือทีมงานได้ทำอยู่ในปัจจุบันและวิธีการทำงานหรือกิจกรรมเป็นผู้ประสานให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ (Facilitator) ให้แนวคิดในสิ่งที่ชุมชนควรรู้ ตามศักยภาพเช่น การนำเอาภูมิปัญญาดั้งเดิมมารวบรวม เช่นการทำยาสมุนไพร การแสดงศิลปะพื้นบ้านแบบดั้งเดิม การสนับสนุนให้คนรู้จักตัวเอง รู้จักศักยภาพและดึงเอาศักยภาพของตนเองที่มีอยู่ เช่น <h2 style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify"> กิจกรรมที่ 1จัดกระบวนการเรียนรู้แก่กลุ่มเสี่ยงที่เป็นสมาชิกชมรม </h2> 1.จัดกระบวนการเรียนรู้และการใช้สุนทรียสนทนาและทักษะต่างๆในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพเช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และอื่นๆ2.การใช้สุนทรียสนทนาในการดูแลตนเองและสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคเรื้อรัง3.จัดตั้งกลุ่มชมรมเพื่อกำหนดกิจกรรม และแต่งตั้งกรรมการโดยใช้หลัก 3 ก (กรรมการ กองทุน กลุ่ม)กิจกรรมที่ 2กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มเสี่ยงดังนี้ 1.ดำเนินการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง แก่กลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันการเกิดโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพเช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และอื่นๆ 2.เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสรุปข้อมูลทั้งหมดและเสริมความรู้เรื่องชมรมสนใจ 3.เปิดโอกาสให้พูดคุยซักถาม กิจกรรมที่ 3กำหนดกิจกรรมการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของชมรมดังนี้ 1.กิจกรรมการออกกำลังกายตามที่สมาชิกสนใจ เช่น แอโรบิก ไทเก็ก โยคะ รองแง็งพื้นบ้าน 2.กิจกรรมรวมกลุ่มการทำอาหารสมุนไพร เช่นเครื่องดื่มสมุนไพร อาหารสมุนไพร 3.กิจกรรมการปลูกพืชสมุนไพรในบ้านแก่สมาชิกชมรมอย่างน้อยครอบครัวละ 5 ชนิดเช่น พริก ตะไคร้ ข่า ขมิ้นชัน ขมิ้นขาวฯลฯ 4.กิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้ในกลุ่มโดยให้สมาชิกกลุ่มค้นคว้าภูมิปัญญาพื้นบ้านเดือนละ 1 ครั้ง5.กิจกรรมการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนเช่นการอนุรักษ์ป่าชุมชน ดูแลสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกบ้าน6.กิจกรรมสันทนาการเดือนละ 1 ครั้ง7.กิจกรรมการตรวจและประเมินสุขภาพด้วยกันเองโดยมีทะเบียนบันทึกในชมรมทุกเดือนเช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว วัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจBMI ฯลฯ ประโยชน์ต่อการบริการสุขภาพปฐมภูมิหรือบริการสุขภาพใกล้บ้าน มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน โดยการเชื่อมให้เกิดเครือข่ายโดยเชื่อมโยงผู้คน / ชุมชนสื่อสารสัมพันธ์กัน โดยการ นำความคิดมารวมกัน เอาพลังปัญญามารวมกัน ร่วมแก้ปัญหาร่วมกันและ พัฒนาศักยภาพร่วมกัน และในที่สุดก็เกิดเครือข่ายกันขึ้นและส่งผลให้กลุ่มสมาชิกชมรมได้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนานไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดๆ เกิดการรวมกลุ่มเชิงสร้างสรรค์ มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เอื้ออาทรต่อกัน เห็นใจกันมากขึ้นส่งผลให้สุขภาพกายและจิตดีขึ้น มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิม สมาชิกกลุ่มมีการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ดีๆต่อกันส่งผลให้ทุกๆคนเกิดความภาคภูมิใจในงานของตนเอง ชุมชนมีกระบวนทัศน์ใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองอย่างพอเพียง อย่ารอให้คนอื่นให้ความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว มีการรวมกลุ่มกันเพื่อให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันคิดหากิจกรรมเพื่อให้เกิดการเอื้อเฟื้อต่อกันโดยมีเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเป็นเพียงที่ปรึกษาและคอยให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่กลุ่มยังไม่สามารถดำเนินการได้สมาชิกกลุ่มมีจิตสาธารณะ ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือต่อกัน มีจิตใจที่ดีมีคุณธรรมรู้จักการให้มากกว่าการรับสิ่งที่คิดว่าจะนำไปขยายผลในอนาคต…………เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนให้เกิดกลุ่มคนที่มีจิตสาธารณะให้มากที่สุดการใส่ใจต่อกัน การรับฟังปัญหาของผู้อื่นด้วยความใส่ใจบนพื้นฐานความถูกต้องเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพแวดล้อมปลูกฝังให้คนมีความตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันอย่างไรให้ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่ดี ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติโดยการศึกษาถึงความเชื่อและวัฒนธรรมดั้งเดิมของกลุ่มชุมชนโดยเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เป็นผู้ประสานหรือตัวเชื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมให้กลุ่มเกิดความคิด สร้างสรรค์คิดสิ่งใหม่ ให้เกิด นวัตกรรม (Innovation)โดยการเชื่อมโยงผู้คน ความคิด กิจกรรมให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้น กล้าคิดนอกกรอบส่งผลให้เกิดผนึกพลัง จากการคิดแบบทวีคูณสัมพันธ์กับแบบเกื้อกูล คือการเชื่อมโยงให้เกิด กิจกรรมต่าง ๆ สัมพันธ์กัน เช่น การปลูกพืชผักสมุนไพรพื้นบ้าน การแสดงศิลปะพื้นบ้าน เป็นต้นเกิดการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นแหล่งเรียนรู้ของภูมิปัญญาพื้นบ้านในเรื่องสมุนไพร องค์ความรู้เก่าๆดั้งเดิมที่ใกล้จะเลือนหายไป และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ อย่างเป็นธรรมชาติไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานได้ สามารถสร้างคนให้เป็นผู้รู้ เป็นแกนนำทางวิชาการโดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงเท่านั้น และชมรมเป็นชุมชนวิชาการพื้นบ้านของตำบลโดยตัวประชาชนเองและนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง ช่วยตนเองและพึ่งตนเองได้ ชื่อ-สกุล นาง นิตยา นิลจันทร์ ที่อยู่…61/1 ม. 2 ต.เขาคราม อ.เมือง กระบี่ 81000 เบอร์โทรที่ให้ติดต่อกลับ 089-8674121 <p> </p>