จักรยานยนต์

บาดเจ็บจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์

 
ร้อยละ 83 ที่มารักษาแล้วกลับบ้านมาจาก จยย.
 
ร้อยละ 74 ที่รับรักษาในโรงพยาบาลมาจาก จยย.
 
ร้อยละ 58 ของผู้บาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ
  สรุป อุบัติเหตุจาก จยย. ทั้งไม่รุนแรง และรุนแรง เป็นภาระหลักของการดูแลรักษาพยาบาล และมีผลระยะยาวต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ  
 
อายุ
ุร้อยละ 77 ในกลุ่มรักษาแล้วกลับบ้าน และร้อยละ 74 ในกลุ่มรับรักษาในโรงพยาบาล มีอายุต่ำกว่า 35 ปี
ร้อยละ 81 ของผู้ใช้ จยย. ที่ต้องรับไว้ในโรงพยาบาลเพื่อรักษาและบาดเจ็บที่ศีรษะ (อาจเกี่ยวกับการไม่สวมหมวกนิรภัย) อยู่ในกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี
ร้อยละ 11 ในกลุ่มรักษาแล้วกลับบ้าน
ร้อยละ 11 ของกลุ่มรับรักษาไว้ในโรงพยาบาล มีอายุต่ำกว่า 15 ปี (จำนวนนี้อาจไม่มาก แต่เป็นช่วงอายุที่กฎหมายไม่อนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์)
สรุป การบาดเจ็บในกลุ่มเยาวชน คนหนุ่มสาว สะท้อนภาพที่ยังขาดความเข้าใจคุณค่าชีวิต การดูแลรักตนเอง ที่ทุกฝ่ายทั้งครอบครัว โรงเรียน กลุ่มงานความปลอดภัยทางถนน ฯลฯ ต้องเน้นการปลูกฝัง
 
ดื่ม
  จำนวนครึ่งหนึ่งของผู้บาดเจ็บที่ตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือด พบปริมาณแอลกอฮอล์ในระดับสูง
  สรุป การดื่มแล้วขับรถเป็นพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบต่อตนเอง และอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน
 
ความสูญเสีย
  ค่าใช้จ่ายการรักษาผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรในรพ.สงขลานครินทร์ ไม่ต่ำกว่า 32 ล้านบาทต่อปี (ที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายการเยียวยาต่อเนื่อง)
สรุป  
อุบัติเหตุเป็นความเสียหายของทุกฝ่าย การบาดเจ็บที่รุนแรงเป็นภาระที่ภาครัฐและครอบครัวต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และต่อเนื่องในระยะยาว รวมถึงความสูญเสียที่มิอาจประเมิน เช่น วิถีชีวิตที่พลิกผัน คุณภาพชีวิตที่ขาดหาย ความทุกข์ที่ฝังในจิตใจ ฯลฯ

 

ที่มา : http://medinfo2.psu.ac.th/hatyairoadsafety/acident/acident48.php