จุดเปลี่ยนในชีวิตของผมคือ

1.การออกกำลังกาย เมื่อตอนยังเด็นผมเป็นเด็กชายที่ค่อนข้างอ่อนแอมาก(ขี้โรค) อะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่สบายทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียเงินกับค่าพยาบาลให้ผมเป็นอย่างมาก จนทำให้ผมต้องเข้าผ่าตัดตอนอยู่ ป.2 เพราะเจอเนื้องอกใต้ทรวงอก เป็นผลทำให้ร่างกายอ่อนแอกว่าเด็กในรุ่นๆเดียวกัน แล้วเมื่อผ่าตัดแล้วคุณหมอแนะนำว่าให้เด็กชายพรชัยออกกำลังกายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองเยอะๆร่างกายจะได้แข็งแรง คุณพ่อก็เลยชวนผมมาออกกำลังกายโดยการขับมอเตอร์ไซค์วิบากจนทำให้ผมมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมาจนถึงปัจจุบันนี้ ตอนนี้ผลที่ได้คือร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี และเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายหุ่นก็เลยออกมาป็นแบบนี้ครับ การมีสุขภาพที่แข็งแรงเราสามารถทำอะไรได้หลายๆอย่าง

2.ด้านการทำงาน เริ่มจากการที่เลือกเรียนช่างยนต์เอาตรงๆเลยคือเป็นคนที่เรียนไม่เก่งเลย อยากที่จะหลบการคำนวนในวิชาต่างๆและชอบซ่อมรถด้วยก็เลยเรียนแต่ยิ่งเรียนในระดับที่สูงขึ้นก็ค้นพบว่าเจอเต็มๆกับการคำนวนในสายของวิศวกรรมเครื่องกลแต่ก็จบมาด้วยดีโดยที่มีพ่อและแม่คอยให้กำลังใจ คือตอนเรียนท้อมากเพราะยากจริงๆ แล้วก็จบมาก็ได้ทำงานในอาชีพเป็นวิศวกรโรงงาน ดีนะครับเป็นวิศวกรทำงานใกล้บ้าน เดินทางไป-กลับ สบาย งานก็ไม่ได้มากมายแต่อยู่มาวันเหนึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตผมเลยก็ว่าได้คือ ผมต้องทำให้พนักงานที่ผมดูแลเขา(เป็นหัวหน้าเขา) ออกจากงานทั้งที่เขาไม่มีความผิดใดๆเลย ผมก็คิดว่า มันไม่โอเคเลย ในสิ่งแบบนี้ผมได้ตัดสินใจลาออกจากงาน “ว่างงาน” แล้วมีอาจารย์ท่านหนึ่งติดต่อผมว่าไปสอนหนังสือไหมพอดีอาจารย์คนเก่าลาออกไปผมไม่ลังเลเลยตอนนั้นผมเข้าไปสมัครเป็นครูในทันที ด้วยเหตุผลคือ 1.ชอบซ่อมรถ 2.ชอบในการสอน เพราะได้ต้นแบบที่ดี 3.อยากให้ความรู้กับ รุ่นน้องๆ ที่เป็นสายเลือดช่างยนต์เหมือนกัน เมื่อได้เริ่มสอน ผมก็มีความสุขครับได้เห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จบางคนไปเรียนต่อ บางคนไปทำงาน ได้ใช้ความรู้ที่ผมสอนไปประกอบอาชีพ

นี้คือภาพแห่งความสุข

สรุปเรื่องที่ผมเล่ามาทั้งสองเป็นเรื่องเล่าที่ มาจากชีวิตจริงๆของตัวผมเอง มันเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตของผมเอง ลองอ่านกันดูนะครับ สุดท้ายนี้ขอให้ผู้อ่านทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงดี และได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆครับ