KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ : 218. KM เพื่อการพัฒนาสังคม (3) : ICT Tool

  ติดต่อ

  ชุมชนพัฒนาสังคมโปรดเข้าไปอ่าน บล็อก ของ ท่าน รมต. ไพบูลย์ได้ที่ http://gotoknow.org/paiboon   

KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ  : 218. KM เพื่อการพัฒนาสังคม (3) : ICT Tool

       ตอนที่ ๑
       ตอนที่ ๒

       ชุมชนพัฒนาสังคมโปรดเข้าไปอ่าน บล็อก ของ ท่าน รมต. ไพบูลย์ได้ที่ http://gotoknow.org/paiboon

       เรากำลังคิดการณ์ใหญ่     คิด KM ประเทศไทยตัวจริง     ที่มีเป้าเพื่อการพัฒนาสังคมแบบองค์รวม    ดังนั้นวง ลปรร. ต้องใหญ่ตามไปด้วย และต้องใหญ่ทั้งวง ลปรร. แบบ F2F และ B2B หรือ nF2F
      ตรง B2B หรือ nF2F นี่แหละครับ ที่วงการ ICT ต้องเข้ามาแสดงบทบาทสำคัญ ในการเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวก     ให้ "คุณกิจ"  "คุณอำนวย"  "คุณลิขิต"  "คุณประสาน"  "คุณวิศาสตร์"  "คุณเอื้อ"  ได้ ลปรร. ความรู้เชิง content ในการทำงานได้     โดยเน้นที่ "ความรู้ฝังลึก"  (tacit knowledge)     ซึ่งจะให้สะดวกต้องทำเป็นวิดีโอสั้นๆ     เราจึงต้องการเครื่องมือ ICT ที่จะช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนวิดีโอสั้นๆ เหล่านี้ได้

       สิ่งที่ต้องการน่าจะได้แก่
            (๑) High Speed Internet ที่ไปถึงชาวบ้าน     อย่างน้อยๆ ก็ถึงจุดศูนย์กลางของชุมชน  และองค์กรต่างๆ
            (๒) กฎหมายที่เปิดช่องให้องค์กร/หน่วยงาน  ประชาคม ที่น่าเชื่อถือ สามารถใช้ Internet ความเร็วสูง ในการแลกเปลี่ยนวิดีโอเพื่อการเรียนรู้ได้
            (๓) มีกลไกตรวจสอบ ไม่ให้มีการนำช่องทางนี้ไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่สมควร     เช่นต่อต้านรัฐ   ขายหนังโป๊  เป็นต้น
            (๔) มีกลไกส่งเสริม ฝึกอบรม ให้ประชาคม  หน่วยงาน ต่างๆ ผลิตสื่อเผยแพร่ความรู้จากการปฏิบัติงาน หรือประกอบอาชีพ     เพื่อส่งเสริมการผลิตสื่อ และการสื่อสารโดยผู้ปฏิบัติ
            (๕) มีการทำงานวิชาการ หรือการวิจัยเชิงพัฒนา เพื่อส่งเสริม "ICT เพื่อการจัดการความรู้สู่การพัฒนาสังคมอย่างบูรณาการ"
            (๖) ใช้พลังเยาวชน (ทั้งที่อยู่ในชุมชน  โรงเรียน  และสถาบันอุดมศึกษา)    ในการทำหน้าที่เป็นอาสาสมัคร เข้าไปร่วมเรียนรู้เรื่องราวดีๆ  และร่วมผลิตสื่อ    นำไปสื่อสารออกไปทาง Internet ซึ่งเยาวชนเก่งกว่าผู้อาวุโส     เยาวชนอาจสื่อสารออกมาหลากหลายทางที่ตนถนัด เช่นทางศิลปะ  ทางการจัด event  ฯลฯ
            (๗)  ........ (โปรดช่วยกันเติมตรับ) 

วิจารณ์ พานิช
๔ ธค. ๔๙       

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand

หมายเลขบันทึก: 65252, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 16:36:44+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #kmประเทศไทย#kmเพื่อการพัฒนาสังคม#กระทรวงพัฒนาสังคมฯ#กระทรวงict

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (4)

Handy
เขียนเมื่อ 
  • ส่งเสริม สนับสนุนการประยุกต์ใช้สื่อพื้นฐานเดิมๆที่มีอยู่ บูรณาการหรือเชื่อมโยงกับสื่อ Internet - Computer เพื่อสื่อสารให้ถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง ทั่วถึง เช่น การนำไฟล์เสียง Digital จาก Internet เก็บเป็น Analog ใส่ม้วน Cassette หรือ นำ Video Clips แปลงใส่ Video Cassette หรือ แผ่น VCD ตามความเหมาะสม หรือ เก็บภาพนิ่งจากกล้อง Digital แปลงใส่ม้วน Video ใส่เสียงบรรยาย เปิดดูได้ด้วย ทีวี  (เป็นการชุบชีวิตเครื่องเล่นวิดีโอแบบเทปที่ถูกทิ้งเป็นขยะอยู่เต็มบ้านเมือง ให้ได้ใช้ประโยชน์อีกครั้ง)
  • ส่งเสริม สนับสนุน จัดประกวด ฯลฯ เพื่อให้ได้มาซึ่ง วิธีการผลิตสื่อที่ ง่าย สะดวก และ ประหยัด ชนิดเข้าทำนอง ใครๆก็ทำได้ ให้มากยิ่งขึ้น

เห็นด้วยกับข้อ ๖  มากเลยค่ะ  ให้ โรงเรียน  สถาบันการศึกษาที่มีความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์  และนักเรียนที่มีความสามารถ   ร่วมประกวด  นำเสนอผลงาน  จะได้เป็นการสร้างขวัญและให้กำลังใจกับเด็กรุ่นใหม่  และเป็นการมีส่วนร่วมในทุกวัย ทุกวงการ  และเด็กเหล่านี้จะได้เข้าไปเก็บข้อมูล  คลุกคลีกับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริงและเป็นธรรมชาติ 

ไม่อยากจะให้มาจากบริษัทรับจัดทำ   เพราะเมื่อไรที่มีงบประมาณ   จะมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง  ผลงานจะไม่เป็นตามเป้าหมาย   จะเป็นไปตามงบประมาณเสียมากกว่า 

ถาม ดิฉันจะนำป้าย KM นี้ไปไหว้กับแพลนเน็ตของดิฉันได้อย่างไรคะ   เพราะดิฉันต้องการขยายความรู้ไปสู่เพื่อนครูในเร็ว ๆ นี้ค่ะ  ขอบคุณค่ะ  

(๗) การปลุกจิตสำนึกความรับผิดชอบในหน้าที่ของประชาชน ไม่ว่าจะในด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เป็นกลไกสำคัญ การเป็นอาสาสมัคร(ตามข้อ ๖)ที่เป็นด้วยจิตอาสามิใช่ต้องการทำแบบอุปทาน การทำงานของภาครัฐที่จะเข้าไปเป็นพลังผลักดันสิ่งต่างๆจากนโยบายให้เข้าสู่ภาคประชาชน หากทุกองค์ประกอบมีจิตสำนึกดี ทำด้วยความรักและหวังดี ประเทศชาติ รุ่งเรื่องครับ

(๘) ............... กรุณาเติม

จริงๆสื่อทางเลือกที่นอกจาก อินเตอร์เน็ตก็มี เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า แต่ติดตรงที่มูลค่าทางการค้านั้นสูง และมีสัดส่วนของความบันเทิงเช่นละคร เกมร์โชว์นั้นมาก ยิ่งในช่วงเวลาหลังข่าวที่มีคนดูเยอะๆแล้ว มูลค่ายิ่งสูง หากรัฐจัดสัดส่วนเวลาในโทรทัศน์ให้กับเรื่องพัฒนาสังคมบ้าง เชิดชูคนดีบ้าง เชื่อว่าสังคมจะดีขึ้นกว่าดูคนสองคนตบตีกัน ด่ากันในโทรทัศน์ครับ