สวัสดีค่ะ พบกันอีกเช่นเคย วันนี้ครูสรมีความรู้เรื่องภาษาไทยอะไรมาเล่าสู่กันฟังอีกค่ะ คราวที่แล้วครูสรได้แนะนำให้ทุกคนรู้จักคำสมาสไปแล้ว แต่รู้ไหมคะว่า ในภาษาไทยคำสมาส จะคู่กับ คำสนธิ หากรู้จักคำสมาสแล้ว จะไม่ให้แนะนำให้รู้จักคำสนธิได้อย่างไร

คำสนธิคืออะไร ?

คำสนธิ คือ คำที่มาจากภาษาบาลี และภาษาสันสกฤต นำมาเขียนเรียงเชื่อมคำกัน ทำให้เกิดเป็นคำใหม่ ที่มีความกลมกลืนของเสียง และแปลความหมายจากคำหลังไปคำหน้า การเชื่อมคำในคำสนธิเป็นที่มาของการจำคำสนธิว่า “สนธิเชื่อม”

ชนิดของคำสนธิ

การเชื่อมคำ 2 คำ ในคำสนธิทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเสียง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่ายและเป็นระบบ ครูสรจะจำแนกให้เห็นชัด ๆ กันไปเลย โดยแบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้

สระสนธิ

คำสนธิที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเสียงสระระหว่างคำที่เชื่อมต่อกัน เป็นการกลมกลืนคำด้วยเสียงสระ เราเรียกว่า “สระสนธิ”

สระสนธิ ทำได้หลายลักษณะด้วยกัน เช่น ตัดสระพยางค์คำหน้า และใช้สระพยางค์คำหลังแทน แล้วรวบคำกลายเป็นคำใหม่ ตัดสระพยางค์หลังของคำหน้า และใช้สระพยางค์หน้าของคำหลัง โดยให้เปลี่ยนสระพยางค์หน้าของคำหลัง

อีกวิธีหนึ่งคือการเปลี่ยนสระพยางค์หลังของคำหน้าเป็นพยัญชนะไปเลยก็ได้ ให้ทุกคนดูตัวอย่างคำสนธิที่มาจากสระสนธิในลักษณะต่าง ๆ กัน ดังนี้

ให้ตัดสระพยางค์หน้า และใช้สระพยางค์หลัง

วิทย + อาลัย = วิทยาลัย

ภักษ + อาหาร = ภักษาหาร

ธน + คาร = ธนาคาร

สุร + อาลัย = สุราลัย

ให้ตัดสระพยางค์หลังของคำหน้า และใช้สระพยางค์หน้าของคำหลัง โดยการเปลี่ยนสระพยางค์หน้าของคำหลัง”

มีหลักเกณฑ์ดังนี้

เดิมเป็นสระอะ ให้เปลี่ยนเป็น สระอา

เดิมเป็นสระอิ ให้เปลี่ยนเป็น สระเอ

เดิมเป็นสระอุ ให้เปลี่ยนเป็น สระโอ หรือสระอู

ตัวอย่าง

พุทธ + อังกูร = พุทธางกูร

ปรม + อินทร์ = ปรเมนทร์

มหา + อิสิ = มเหสี

นย + อุบาย = นโยบาย

ให้เปลี่ยนสระพยางค์หลังของคำหน้าเป็นพยัญชนะ ก่อนนำไปสนธิ

โดยมีวิธีเปลี่ยนดังนี้

พยางค์หลังของคำหน้าประสมด้วยสระ อิ อี ให้เปลี่ยนเป็น พยัญชนะเป็น “ย”

พยางค์หลังของคำหน้าประสมด้วยสระ อุ อู ให้เปลี่ยนเป็น พยัญชนะเป็น “ว”

ตัวอย่าง

กิตติ + อากร = กิตยากร

สิริ + อากร = สิรยากร

รังสี + โอภาส = รังสิโยภาส

ธนู + อาคม = ธันวาคม

คำยกเว้นบางคำ ที่ตัดสระ อี ออกไป โดยไม่ต้องเปลี่ยน สระอี เป็น “ย” เช่น

หัตถี + อาจารย์ = หัตถาจารย์

ราชินี + อนุสรณ์ = ราชินานุสรณ์

พยัญชนะสนธิ

คำสนธิที่เกิดจากการกลมกลืนของเสียงระหว่างพยัญชนะกับพยัญชนะ ที่ใช้ในภาษาไทย มีพยัญชนะในภาษาไทยที่ใช้ คือ “ส” วิธีใช้มี 2 ลักษณะ ดังนี้

ตัด “ส” ทิ้ง และให้ใส่สระโอ แทน

เปลี่ยน “ส” เป็น “ร”

ตัวอย่าง

มนส + มย = มโนมัย

ยสฺ + ธร = ยโสธร

นิสฺ+ ภย = นิรภัย

นิสฺ+ ทุกข์ = นิรทุกข์

ทุสฺ + ชน = ทุรชน

พรหมน +ชาติ = พรหมชาติ

รหัส + ฐาน = รโหฐาน

มนัส + ทัศน์= มโนทัศน์

นฤคหิตสนธิ

คำสนธิที่เกิดจากการ นฤคหิต

สนธิกับพยัญชนะ วิธีการเขียนง่ายมาก เพียงเปลี่ยน นฤคหิตเป็นพยัญชนะท้ายวรรคนั้น ๆ แยกพยัญชนะออกเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยพยัญชนะ ก ข ค ฆ ง ในภาษาบาลีเรียกว่าวรรค กะ และ พยัญชนะ ย ร ล ว ส ศ ษ ห ฬ ในภาษาบาลี เรียกว่าเศษวรรค ให้เปลี่ยนนฤคหิต เป็น ง สำหรับภาษาบาลีครูสรจะมาเล่าให้ฟังในวันหลังนะคะว่าเป็นอย่างไร วันนี้มาดูตัวอย่างคำในกลุ่มที่ 1 กันก่อนค่ะ

สํ + เกต = สังเกต

สํ + หาร = สังหาร

สํ + วร = สังวร

สํ + กรานต์ = สงกรานต์

สํ + คม = สังคม

สํ + ขาร = สังขาร

สํ + โยค = สังโยค

สํ + สาร = สงสาร

กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยพยัญชนะ จ ฉ ช ฌ ญ ให้เปลี่ยนนฤคหิต เป็น “ญ”

สํ + ญา = สัญญา

สํ + ญาณ = สัญญาณ

สํ + ชาติ = สัญชาติ

สํ + จร = สัญจร

กลุ่มที่ 3 ประกอบด้วยพยัญชนะ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ให้เปลี่ยนนฤคหิต เป็น “ณ”

สํ + ฐาน = สัณฐาน

กลุ่มที่ 4 ประกอบด้วยพยัญชนะ ต ถ ท ธ น ให้เปลี่ยนนฤคหิต เป็น “น”

สํ + ตาป = สันดาป

สํ + โดษ = สันโดษ

สํ + ธาน = สันธาน

กลุ่มที่ 5 ประกอบด้วยพยัญชนะ ป ผ พ ภ ม ให้เปลี่ยนนฤคหิต เป็น “ม”

สํ + ภาษณ์ = สัมภาษณ์

สํ + มติ = สมมติ

สํ + พันธ์ = สัมพันธ์

กลุ่มที่ 6 เป็นกลุ่มที่มีคำพยางค์หน้าเป็นสระ ให้เปลี่ยนนฤคหิตเป็น “ม” เช่นกัน หลังจากนั้นให้สนธิแบบการสนธิสระ ดังนี้

สํ + อาคม = สมาคม

สํ + อาส = สมาส

สํ + โอสร = สโมสร

สํ + อุทัย = สมุทัย

สํ + อิทธิ = สมิทธิ

วันนี้เราได้ศึกษาเรื่องคำสนธิ โดยมีรายละเอียดที่ครูสรนำมาเล่าพอสมควรทีเดียว เนื้อหาค่อนข้างจะละเอียดขอให้ทุกคนค่อย ๆ พยายามทำความเข้าใจกันไปนะคะ เป็นอันว่าเราได้เรียนรู้ทั้งคำสมาสและคำสนธิไปเรียบร้อยแล้ว ครูสรขอสรุปหลักการจำทั้งคำสมาส และคำสนธิให้ทุกคนจำกันแบบง่าย ๆ ดังนี้ “สมาสชน สนธิเชื่อม”