1 ธ.ค.49  ช่วงที่นั่งรถตู้ของสถาบันเพื่อไปเข้าร่วมประชุมที่ไบเทคบางนา "หมอหน่อย"ถามพวกเราในรถว่าใครสนใจเข้าร่วมในประเด็นไหน จะได้แบ่งทีมไปเรียนรู้เพื่อนำมาลปรร.และ AARกันภายหลังที่บำราศฯ ช่วงแรกดิฉันยังไม่ได้เลือก แต่หลังจากได้ล้างใจและลับคมความคิดจากวีดีทัศน์ การขับเคลื่อนเครือข่าย KM ประเทศไทยพิธีกล่าวเปิดโดยศ.นพ.วิจารณ์และปาฐกถา KMในบริบทความเป็นไท ดิฉันจึงตัดสินใจเลือกชาร์ทแบตตัวเองโดยเข้าฟังอ.ประพนธ์ ผาสุกยืด เรื่อง ไหลลื่นไปกับคลื่นแห่งปัญญา ในช่วงเช้า  ส่วนในช่วงบ่าย ดิฉันอยากเรียนรู้ประสบการณ์KMในบริบทโรงพยาบาลและภาคเอกชนบ้าง จึงเลือกไปฟังห้องเครือข่ายKMของแท้ มีแน่ๆ ไม่ใข่เพียงแค่จัดฉาก และห้อง การเรียนรู้ตลอดชีวิตของปูนแก่งคอยสรุปสาระที่ได้ในวันแรก

KM ในบริบทของความเป็นไท 5 ประการ ได้แก่  วิถีไท, คนไท, สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติไท,สิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้นแบบไท และองค์ความรู้เพื่อความเป็นไท โดยต้องหาจุดพอดีในบริบทไท 3 ประการได้แก่ พอดีในเรื่องวิทยาศาสตร์กับเรื่องอื่นๆ,พอดีในการพึ่งพาตนเองกับการพึ่งพานอกตน และพอดีในความมั่นคงกับความเปลี่ยนแปลง เพื่อบรรลุเป้าหมายKM ในบริบทของความเป็นไท 5 ประการคือ KMเพื่อลดสิ่งปนเปื้อน  มุ่งส่งเสริมความบริสุทธิ์  ลดสิ่งรบกวนใจ  มุ่งส่งเสริมความสงบสุขลดความหลงผิด มุ่งส่งเสริมความมั่นใจ และ KMเพื่อลดข้อเย้ยหยัน มุ่งส่งเสริมกัลยาณมิตร           

  ไหลลื่นไปกับคลื่นแห่งปัญญา โดยอ.ประพนธ์ ผาสุกยืด  ได้เล่าให้ฟังว่ามาสนใจ LO เห็นพลังแห่งนวัตกรรม และมาทำ KMเต็มเวลาตั้งแต่ปี2547 จนกระทั่งพบว่าคลื่นแห่งปัญญาคือคำตอบ อาจารย์ได้บอกเส้นทาง KMมีทั้งทางมืดและทางสว่าง ทางมืดได้แก่ การมัวแต่ถกเถียงกันเรื่องนิยามความหมาย การทำให้ได้ออกมาเป็นขั้นตอน(ตายตัว) การสอนให้คนเดินตาม และพยายามจะควบคุมทางสว่างคือ เข้าใจแก่นแท้ แน่วแน่ที่จะทำ นำกลับมาแชร์ และแก้ไขปรับปรุง โดยสามารถก้าวข้ามหลุมดำด้วย 3 L (learning,living together,leading )  

          ช่วงบ่าย เข้าฟังเรื่องเล่าจากคุณอำนวยเครือข่าย KMจังหวัดตากจากพยาบาล 3 ท่าน เกี่ยวกับประสบการณ์KMในรพ.และPCU         

ห้องสุดท้ายที่เข้าฟังในวันนี้คือ ห้องการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยปูนแก่งคอย ที่สนใจห้องนี้เพราะกำลังช่วย"พี่มอม"พัฒนาทีมเวชระเบียน ของบำราศฯ และคุณทวีสินเป็นblogger ท่านหนึ่งที่ดิฉันติดตามอ่าน ในG2Kจึงอยากทราบเรื่องHRDที่มีชื่อเสียง ซึ่งก็เสียดายที่ได้ฟังช่วงท้ายท้ายๆ แต่ก็ยังพอประติดประต่อได้ว่า มีการนำกลยุทธลปรร.ผ่านรูปแบบ CellManagement(one cell one projectหรือที่เรียกว่า 0cop ) โดยทีมงานคุณอำนวยที่เข้มแข็ง ผ่าน 4 มุมมองได้แก่ Leader ship ,management, ownership, Enablement มีเวทีshow&share เดือนละครั้ง ใช้ OHI(organization health index ) เป็นดัชนีชี้วัดโดยวัดความสุขพนักงานว่าบรรลุหรือไม่      (ท่านใดฟังตลอดอยากให้ช่วยเติมค่ะ)

    คำพูดโดนใจ

จากศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุญยเกียรติ

คนเช็ดกระจกในญี่ปุ่นทำงานด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อเสร็จงานได้โค้งขอบคุณที่มีงานดีๆให้ทำ

คนไทยเป็นประเทศเดียวในโลก(มั้ง)ที่หมั่นใส้คนได้โดยไม่รู้จักกัน

จากศ.นพ.วิจารณ์ พานิช

เคล็ดลับของการจัดการความรู้คือการต่อยอด นำความสำเร็จมาลปรร.กัน

หัวใจของการจัดการความรู้คือการปฏิบัติ

ทักษะการจัดการความรู้ คือการฟัง, การนำความรู้ไปปฏิบัติในบริบทของตนเอง, การลปรร.อย่างมีสมาธิ และจิตเปิด, การบันทึกเพื่อใช้เองหรือให้เพื่อนใช้ และ ฯลฯ

จากอ.ประพนธ์ ผาสุกยืด        

  พลังที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อเรามุ่งที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง           

 มีแผนที่แต่ขับรถไม่เป็นสักคน ก็ไร้ประโยชน์.....ไม่ให้แผนที่ แต่จะจุดไฟเพื่อค้นหา           

KM ช่วยได้แค่รู้จำ ทำเป็น แต่ต้องเห็นจริงด้วยตัวเอง           

 ถึงเราจะบังคับคลื่นลมไม่ได้ แต่ปรับตัวปรับใจเราได้

จากปูนแก่งคอย         

 การพัฒนาเริ่มจาก need แล้วจะพัฒนา ไปเอง              

  “Leader is role model & Leader is culture”           

 เชื่อในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ

นี่สำหรับวันแรกค่ะ เชิญต่อเติมได้ค่ะ