วันพระปาฏิโมกข์ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม 2561 แรม 15 ค่ำ เดือนแปด ปีจอ การลงอุโบสถเพื่อฟังปาฏิโมกข์การลงอุโบสถ คือ การที่พระภิกษุสงฆ์ร่วมประชุมกันที่พระอุโบสถเพื่อฟังปาฏิโมกข์ตามพระวินัย เป็นการทบทวนศีล ๒๒๗ ข้อ ของพระภิกษุ โดยจะมีการสวดทุก ๑๕ วัน คือ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑๕ ในเดือนเต็ม หรือวันแรม ๑๔ ค่ำ ในเดือนขาด(1) นอกจากนั้น ยังอนุญาตให้ทำอุโบสถเป็นพิเศษในคราวที่ภิกษุแตกความสามัคคี เมื่อภิกษุกลับมาสามัคคีกันอีกครั้ง แม้จะยังไม่ถึงวันปาฏิโมกข์ ก็ให้สวดปาฏิโมกข์ได้ เรียกว่า สามัคคีอุโบสถปาฏิโมกข์นั้นมี ๒ อย่าง คือ ๑. โอวาทปาฏิโมกข์ คือ หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้เป็นหลักพระพุทธเจ้าแสดงด้วยพระองค์เอง ๒. อาณาปาฏิโมกข์ คือ ข้อห้าม ข้อบัญญัติ หรือพระวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัติเป็นหลัก ทรงอนุญาตให้พระสงฆ์สาวกแสดง
โอวาทปาฏิโมกข์เป็นหลักการทางพระพุทธศาสนาอย่างกว้างๆ ที่ทรงแสดงไว้ให้พระสาวกยึดเป็นแนวทางในการสั่งสอนประชาชน โอวาทปาฏิโมกข์นั้นพระพุทธเจ้าแสดงด้วยพระองค์เองท่ามกลางที่ประชุมพระสงฆ์สาวก ๑,๒๕๐ รูป ณ พระเวฬุวันวิหาร หลังตรัสรู้ได้ ๙ เดือน วันนั้นเป็นวันมาฆบุรณมี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ พระจันทร์เต็มดวงเสวยมาฆฤกษ์ ภิกษุทั้ง ๑,๒๕๐ รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ภิกษุที่ร่วมประชุมในครั้งนั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ และเป็นภิกษุที่พระพุทธเจ้าบวชให้ทุกรูป จึงเรียกวันนั้นว่า วันจาตุรงคสันนิบาต คือ วันที่มีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้น ๔ ประการ
Photograph Credit: พระมหาสัมพันธ์ โชติวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดวงแข และพระชัยวุฒิ บุญโต


Photograph Credit: พระมหาสัมพันธ์ โชติวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดวงแข และพระชัยวุฒิ บุญโต
