นักฟุตบอลที่อยู่ในวัยรุ่นจำนวน 12 คน ได้หายไปพร้อมกับโค้ชอีก 1 คนในวันที่ 23 มิถุนายน ในถ้ำหลวงนางนอนจังหวัดเชียงรายเพิ่งจะค้นพบ ปฏิบัติการช่วยชีวิต-ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยากที่สุด-มีคนเกี่ยวข้องในการนี้มากกว่า 1,000 คน นับตั้งแต่ทหาร, นักธรณีวิทยา, หมอ, ผู้เชี่ยวชาญด้านเขื่อนชาวญี่ปุ่น, ผู้ช่วยเหลือชีวิตชาวจีน, นักดำน้ำชาวอังกฤษและออสเตรเลีย กษัตริย์และพระราชวงศ์ได้บริจาคเงิน และอุปกรณ์ช่วยชีวิต แม้กระทั่งนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันท์โอชา ยังบินที่ถ้ำเพื่อแสดงการสนับสนุนด้วย
เมื่อกระบวนการช่วยชีวิตต้องขึ้นอยู่กับสัดส่วนที่ไม่มีใครคาดคิด ดังนั้นเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นวีรบุรุษโดยการแฝงความหมายในทางพุทธจึงเกิดขึ้น แต่อาณาบริเวณของปกรณัมได้ทำให้ความตึงเครียดทางการเมืองที่แฝงฝังอยู่ข้างในได้บ่ายเบี่ยงออกไป
ปกรณัมของนางนอน
ในวิถีพุทธแบบไทย ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับถ้ำเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ (ถ้ำ) เชื่อง มีการคิดว่าถ้ำจะมีสารที่มีลักษณะพิเศษอยู่ และคิดกันว่าสารนั้นทรงพลังอำนาจ ซึ่งอาจถูกรวบรวมโดยชายผู้มีบุญ ที่เข้าไปในถ้ำ ผู้ปฏิบัติเชิงศาสนาที่กำลังทำความเพียรอยู่ เช่น พระสงฆ์ และฤๅษี เป็นพวกไม่กลัวความตาย โดยการทำสมาธิในถ้ำ พวกเขาสามารถทำให้อำนาจที่ดิบเถื่อนอยู่มีการเชื่องลง และพยายามนำอำนาจเหล่านั้นมาให้ประโยชน์กับสังคม ศาลและเครื่องเซ่น สามารถพบเห็นได้ในถ้ำในอาณาจักร ซึ่งสิ่งนี้หมายความว่าต้องการทำให้อำนาจไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตามมีความเชื่องลง และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการป้องกันได้
ถ้ำหลวงนางนอน แปลว่า ถ้ำที่มีลักษณะใหญ่ของหญิงที่กำลังนอนลง ซึ่งมีเรื่องราวกล่าวขานกันว่ามีผีของเจ้าหญิงคนหนึ่งจากอาณาจักรท้องถิ่นยุคโบราณ (เมือง) ของเชียงราย ปกรณัมเล่าว่ามีเจ้าหญิงองค์หนึ่งกำลังตั้งครรภ์ โดยสามีที่เป็นสามัญชน และเธอกำลังหลบหนีจากพ่อไปอยู่ในถ้ำ ที่กำลังคอยคนรัก แผนการของเธอคือการที่คอยในถ้ำจนคนรักของเธอมาพร้อมกับอาหาร แต่คนรักถูกฆ่าโดยทหารของพระราชา เมื่อคนรักเธอไม่ได้กลับ หล่อนจึงแทงตนเองจนถึงแก่ความตาย เลือดของเธอกลายเป็นแม่น้ำแม่สาย ร่างกำลังนอนของเธอกลายเป็นภูเขาดอยนางนอน ตอนนี้เธอจึงกลายเป็นผีที่คอยปกปักรักษา (เจ้าที่) ของถ้ำ-คำอุปมาที่ชัดเจนเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ของเธอ- และมีการแนะนำว่านักท่องเที่ยวจะต้องบูชาเธอก่อนเข้าไปในถ้ำ หรือสุ่มเสี่ยงกับการถูกน้ำท่วม
แน่นอนว่าปกรณัมมีนัยยะทางการเมืองหลายประการ โดยเฉพาะยิ่งมีองค์ประกอบบางประการในการต่อต้านต่อวัฒนธรรมชนชั้นสูง และความรุนแรงที่มีต่ออาณาจักรที่กำลังเข้ามา และดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง “ความรุนแรงในการปกครองตนเองอย่างเป็นอิสระ (Sovereign violence) ในประวัติศาสตร์ไทย สอดคล้องต้องกันกับกระบวนการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ที่นำชุมชนที่เป็นอิสระมาสู่การเมือง, เศรษฐกิจ, และกระบวนการครอบงำทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ คล้ายๆกับลูกของเจ้าหญิง ที่มีนัยยะความเสมอภาคมากกว่า ซึ่งวัฒนธรรมชั้นสูงได้แต่งงานจนกลายเป็นวัฒนธรรมมวลชน แต่ยังไม่เกิดออกมาจากท้องแม่เลย
แต่ปกรณัมยังเสนอว่าท้องถิ่นยังคงมีอำนาจอยู่ในตนเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯยังต้องเคารพนบนอบหากต้องการมีชีวิตอยู่ ในที่สุด กระบวนการยังคงทรงพลัง และต้องได้รับการบูชาอยู่ ในขณะที่ความสัมพันธ์เชิงเครื่องมือ ด้วยการยอมรับการปกครองของกรุงเทพฯนั้น แต่อันหลังก็ไม่ได้ยอมรับการนำของวัฒนธรรมศูนย์กลางแบบเชื่องๆ
การช่วยชีวิตที่ถูกทำให้เป็นพุทธมากขึ้น
การปฏิบัติการช่วยชีวิตในสถานการณ์เต็มไปด้วยปกรณัม, ความพยายามของการช่วยชีวิตโดยมีรัฐเป็นตัวจัดการย่อมแยกไม่ออกจากมิติทางการเมือง เมื่อเหล่าทหารที่มีความกล้าหาญอย่างพิเศษในการผจญภัยในถ้ำ ดังนั้นรัฐที่เป็นทหารจึงผสมปนเปไปกับการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ต่อผีที่เป็นของชุมชน
เจ้าหน้าที่รัฐละเลยการดำรงอยู่ของเจ้าหญิงไปด้วย, โดยการพิจารณาว่าปกรณัมเป็นความเชื่อด้านไสยศาสตร์ (งมงาย) ในขณะที่ปฏิบัติการช่วยชีวิตถูกเขียนเหมือนเป็นวีรบุรุษด้วยการมีท่าทีแบบพุทธ ผู้กู้ภัยได้รับการสรรเสริญว่าเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว และผู้ใช้สื่อทางสังคม (social media) ได้แบ่งปันภาพวาดที่จะมีแสงเรืองๆออกมาจากศีรษะของพวกเขา ซึ่งดูคล้ายกับว่าจะมีพลังอำนาจออกมาจากตัวเอง (บารมี) ที่ใกล้เคียงกับเทวดาเชิงพุทธ พระสงฆ์ได้รับการนิมนต์มาเพื่อสวดมนต์ภายในถ้ำ, พลเอกประยุทธ์ ยังขอคำอวยพรจากพระสังฆราช และมวลชนยังได้สวดมนต์ในพระบรมมหาราชวัง
เรื่องเล่าที่โน้มเอียงที่เป็นพุทธสะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมที่ดำเนินมาเป็นศตวรรษ ที่ได้พรรณนาถึงการเอาชนะของกรุงเทพฯต่อชายขอบในเรื่องของหน้าที่เชิงศีลธรรม ซึ่งจะส่งให้เกิดผลได้ก็ต่อเมื่อมีการแทนที่วัฒนธรรมที่ไม่มีอารยะของหมู่บ้าน ด้วยการนำรูปแบบของศาสนาที่มีความบริสุทธิ์ของพุทธที่สนับสนุนโดยรัฐเท่านั้น อย่างที่มีการอ้างอิงถึงในนิว แมนดาลา เส้นแบ่งระหว่างพุทธกับไสย—ในประเทศไทยอื่นๆ---ถูกขีดโดยไสยยอมรับพุทธเท่านั้น
มันดูราวกับว่าเรื่องเล่าที่สนับสนุนโดยรัฐของการช่วยชีวิตมีจุดสิ้นสุดรงที่พยายามจะลบปกรณัมที่เกิดขึ้น และแทนมันด้วยข้อสรุปที่ว่าศูนย์กลางสามารถมีอำนาจเหนือชายขอบที่ไม่เป็นอารยะ ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา---การช่วยเหลือนักฟุตบอลที่ยังเด็ก---มีลักษณะคล้ายๆการแทนที่ของอำนาจศูนย์กลาง
บทสรุป
ภาพอันน่าตื่นเต้นที่แสดงออกต่อหน้ามหาชนในสื่อที่เกี่ยวกับเรื่อการช่วยชีวิตประสบผลสำเร็จในการที่ไทยไม่ว่าจะมีมุมมองทางการเมือง และสังคมแบบใดก็ตาม (ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติด้วย) สนับสนุนเรื่องเล่าที่มาแทนความรุนแรงเชิงรัฐไป ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการเข้ามาสู่อำนาจในปี 2014 (พ.ศ. 2547) รัฐทหารมีความสามารถในการช่วยเหลือที่ไม่แบ่งแยกที่เป็นการครอบครองในเชิงสัญลักษณ์ที่มีต่อชุมชน ด้วยการทำให้การช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชน ก็คล้ายรัฐส่วนกลางก็เข้ามาครอบงำชายขอบที่เป็นอันตรายและเป่าเถื่อน ความปีติยินดีของพวกเราต่อผลลัพธ์ที่ประสบผลสำเร็จ แยกกันไม่ออกระหว่างการยอมรับว่ามีการเมืองในเรื่องเล่าที่ว่าด้วยการประวัติความรุนแรงของรัฐ
แปลและเรียบเรียงจาก
Edoardo Siani. Myth and Politics in Thailand’s cave rescue operation
(สวดมนต์ในพระบรมหมาราชวัง)…..น่าจะเขียนตามอักขระในความคิด….น่าจะมีความหมายว่า..มหา..มากกว่า..(ชิมิสึ)…
โทษทีครับ ผมพิมพ์ผิดครับ เดี๋ยวแก้ไขให้นะครับ