๘๐๑. เลี้ยงลูกอย่างไร?...ให้เขาสร้างอนาคตที่ดีได้ด้วยตัวของเขาเอง

เลี้ยงลูกอย่างไร?...ให้เขาสร้างอนาคตที่ดีได้ด้วยตัวของเขาเอง

การที่พ่อแม่ต้องการให้ลูกของตนเองเป็นคนดี...สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ หากทำได้ พ่อแม่จะได้สิ่งที่พ่อแม่หวังและต้องการ ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ว่า จะทำได้หรือไม่...การเป็นพ่อแม่คนมิใช่เรื่องง่าย แต่ก็มิใช่เรื่องยาก หากมีแล้วลองฝึกให้กับลูก

๑. การสร้างวินัยให้กับลูก...พ่อแม่ควรเริ่มฝึกวินัยให้กับลูก เช่น การรู้จักรับผิดชอบ โดยทำให้ลูกรู้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควรทำอะไร...ซึ่งควรให้ลูกรู้ว่าลูกมีขอบเขตทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากน้อยเพียงใดและอะไรคือ คุณค่าหรือหลักการที่ครอบครัวได้ยึดถือปฏิบัติร่วมกัน...เช่น การรักษาคำพูดในการปฏิบัติต่อกัน การไม่โกหกกัน สิ่งที่ควรสอนอีกเรื่อง คือ การตรงต่อเวลา เช่น เวลาเข้านอน เวลาตื่นนอน...การไปรับหลังโรงเรียนเลิก ฯลฯ

๒. ไม่ควรตามใจในทางที่ผิด...พ่อแม่ไม่ควรตามใจลูกจนเกินไป ให้ลูกรู้จักเรียนรู้ว่าตนเองปรารถนาอะไรก็ได้ แต่ควรทราบว่า บางเวลาก็ควรได้ แต่บางเวลาก็ไม่ควรได้หากสิ่งนั้นยังไม่ถึงเวลาอันสมควร...เพราะหากไม่ฝึกแบบนี้ โตขึ้นเด็กจะขาดความมีเหตุผล ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น จะมีผลต่อการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนและผู้อื่นรอบข้างตนเองที่อยู่ในสังคมต่อไป...พ่อแม่ควรสร้างความผิดหวังให้กับลูกบ้างด้วยการใช้เหตุและผลในการพูด เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับลูกได้เรียนรู้ถึงอารมณ์ของความรู้สึกผิดหวัง เพราะเป็นไปไม่ได้ว่าในตลอดชีวิตทุกคนจะสมหวังในทุกครั้ง...เมื่อเกิดอาการผิดหวังแล้ว ก็จะต้องไม่จมปรักอยู่กับความผิดหวังหรือความเศร้านานจนเกินไป ต้องรู้จักลุกขึ้นมาก้าวเดินต่อไปได้อีก

๓. ควรสอนการคิด พูด ทำอย่างมีเหตุผล...พ่อแม่ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผลก่อน ไม่ควรใช้อารมณ์นำการใช้ชีวิต คือการแสดงออกด้วยการใช้คำพูดแบบมีเหตุผลไม่ใช้อารมณ์ในการพูดคุยกับลูก...ควรถาม - ตอบกับลูกด้วยเหตุด้วยผล อะไรที่พ่อแม่ตอบไม่ได้ก็บอกว่าจะไปหาคำตอบมาให้ก่อนเพื่อให้ลูกเกิดความกระจ่างชัดเจน...เพราะเมื่อลูกโตขึ้นมากับเหตุและผล เขาก็จะเรียนรู้ที่จะใช้เหตุและผลในการอธิบายความรู้สึก ความต้องการ ความปรารถนะของเขาได้อย่างดี...จะทำให้ลูกคิดแบบมีเหตุและผล และเลือกทำอะไรได้อย่างมีเหตุและผลด้วย คนที่ใช้เหตุผลที่ถูกต้องเหมาะสมในการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ย่อมเป็นที่ยอมรับมากกว่าการใช้อารมณ์นำ โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกันในสังคม...การสอนวิธีคิดให้ลูกนั้น สำคัญมาก ๆ หากสอนให้คิดอย่างเป็นระบบ ลูกจะติดเป็นนิสัยที่ดี โตขึ้นเขาจะคิดอย่างมีระบบและมีคุณภาพในอนาคต

๔. ควรฝึกลูกให้พึ่งตัวเองให้ได้...พ่อแม่ควรให้ลูกได้ช่วยเหลือตนเองบ้างตามวัยตั้งแต่ยังเล็ก ๆ เช่น การรับประทานอาหารด้วยตนเอง แม้ว่าจะหกบ้าง เลอะเทอะบ้าง อาบน้ำเองบ้าง แต่งตัวได้เองบ้าง ติดกระดุมเสื้อได้เอง ยามเล่นของเล่นแล้วก็ควรเก็บของเล่นได้เอง เช่นนี้เป็นต้น การให้ลูกได้ช่วยตนเองจะนำไปสู่การมีความพยายามพากเพียร วิริยะอุตสาหะในอนาคต...เด็กที่พึ่งพาตนเองได้น้อยมักจะท้อแท้ง่าย จะร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นบ่อยครั้งทั้งที่ตนเองยังไม่ได้ทำด้วยตัวของตัวเองอย่างถึงที่สุดเลย...เด็กแบบหลังจะเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่แข็งแกร่ง ในทางกลับกัน เด็กที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ดีจะเป็นเด็กที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง...และจะเคารพนับถือตนเองจากภายในของตนเองได้ ซึ่งจะเป็นความภาคภูมิใจที่แข็งแกร่งด้วยตนเอง ไม่มีผู้ใดสามารถมาทำลายลงได้

๕. ควรให้ลูกแก้ปัญหาด้วยตัวเอง...บางครั้งที่ลูกพบปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ พ่อแม่ควรฝึกให้ลูกแก้ไขปัญหาด้วยตัวของเขาเอง ซึ่งอาจจะคอยเฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ...พ่อแม่ไม่ควรช่วยเหลือเขาไปหมดเสียทุกเรื่อง เพราะจะทำให้เขาเกิดมาโดยที่ไม่รู้จักการแก้ไขปัญหาด้วยตัวของเขาเอง เด็กที่เรียนรู้การแก้ปัญหาด้วยตัวเอง จะเป็นคนที่ไม่ย่อท้อต่อปัญหา รู้จักใช้สมองส่วนหน้าที่เกี่ยวกับการคิด วิเคราะห์ได้ จะแก้ปัญหาเป็น และสื่อสารความคิดของตนเองให้ผู้อื่นเข้าใจได้...ซึ่งลูกจะเรียนรู้ "การพึ่งพาตนเอง" ได้ เมื่อวันหนึ่งที่เขาต้องโตขึ้นเพื่อเผชิญโลกของความเป็นจริงด้วยการอยู่คนเดียวเขาจะก้าวผ่านอุปสรรค ปัญหาต่าง ๆ ไปได้ ซึ่งเขายังต้องเรียนรู้ความแตกต่างของผู้คนและยังต้องปรับตัวให้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข...เป็นทักษะชีวิตที่สำคัญมาก

๖. ควรฝึกให้ลูกกล้าตัดสินใจ...พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นและกล้าตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้เองตามวัยของเขา...เมื่อลูกแสดงความคิดเห็นออกมา พ่อแม่ควรฟังด้วยเหตุผล...ให้เขามีโอกาสได้พูดสิ่งที่เขาคิด หากถูกควรเสริมแต่หากผิดควรอธิบายด้วยเหตุผลว่าไม่ถูกเพราะเหตุใด...อย่าเบรคหรือบล็อกความคิดของลูก เพราะจะทำให้ลูกไม่กล้าคิดหรือตัดสินใจเพราะเกรงว่า หากคิดหรือพูดไปแล้วจะถูกว่ากล่าว...ควรให้ลูกมีอิสระทางด้านความคิด เพราะจะทำให้ลูกเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและมีภูมิคุ้มกันต่อไปในอนาคตด้วยการตั้งอยู่บนหลักการด้วยเหตุด้วยผล

๗. ควรให้ลูกได้กระทำในสิ่งที่ตนเองรักและชอบ...พ่อแม่ควรสนับสนุนลูก หากลูกชอบหรือรักในเรื่องใดที่ทำแล้ว ดูว่าเขามีความสุข ชอบและรักในการกระทำในสิ่งนั้น ๆ...ไม่ควรว่ากล่าวลูกหากทำแล้วพ่อแม่ไม่พอใจ ไม่เป็นไปตามใจของพ่อแม่...ให้รู้ว่า ทุกคนมีอิสระทางความรักความชอบเป็นของตนเอง...เพราะการทำสิ่งใดถ้าด้วยตนเองแล้ว จะทำให้ลูกมีความสุข สิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือ ความสุขทางใจ ๆ ที่ได้ทำสิ่งนั้น จะทำให้ผลงานนั้นออกมาดีและเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้

๘. ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก...พ่อแม่เป็นต้นแบบของลูกในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าเรื่องใด ๆ เพราะพ่อแม่ คือ คนใกล้ตัว เป็นครูคนแรกของลูกที่ได้เห็น...พ่อแม่จะถ่ายทอดสิ่งดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับตัวของพ่อแม่...แต่ถ้าพ่อแม่ต้องการให้ลูกเป็นคนดี สิ่งที่ทำ คือ พ่อแม่ต้องกระทำแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ๆ ได้เห็น...ไม่มีสิ่งใดที่จะดีเท่ากับการที่ลูกได้เห็นแบบอย่างที่ดีจากพ่อแม่ เพราะลูกจะซึมซับสิ่งต่าง ๆ ที่ดีนี้ได้จากพ่อแม่ของตนเอง

จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น...ฉันได้ฝึกลูกชายของฉันสองคน...เป็นไปดั่งที่คิด แม้ว่าฉันจะจบชีวิตลง ก็ไม่เสียดายแล้วสำหรับเกิดมาในชาตินี้ สิ่งที่ได้เพียรสอนพวกเขามา เป็นไปดังที่ฉันคิด ฉันหวัง...ตอนนี้ ต้นกล้าน้อยอีก ๒ ต้น ที่ฉันได้สร้างขึ้นมา พี่ฟ้าครามกับนาย Sky กำลังจะเติบโตและเป็นไปอย่างลุงและพ่อของพวกเธอ...เพชรที่ย่าเฝ้าเจียระไนในทุก ๆ วันที่ย่ายังมีลมหายใจอยู่...อย่างน้อยเมื่อพวกเธอโตขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะสามารถเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเธอในสังคมได้...อย่างน้อยพวกเธอไปพบเจอสิ่งที่เลวร้าย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะคอยเป็นเกราะคุ้มครองให้กับพวกเธอเอง...สำรับคำว่า "คุณภาพ" และ "คุณค่า" ของคน จะฝังอยู่ในตัวของพวกเธอเอง

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๑


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"

คำสำคัญ (Tags)#ครอบครัว#family#การดำเนินชีวิต#การใช้ชีวิต#ทักษะชีวิต#การสอนลูก#happy family#เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"#การถอดบทเรียนชีวิต#บุษยมาศ แสงเงิน

หมายเลขบันทึก: 648109, เขียน: 13 Jun 2018 @ 10:36 (), แก้ไข: 13 Jun 2018 @ 10:41 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)