ตายอย่างเท่

วันนี้ไปรับยาให้พ่อ บิลออกมา 13,375 บาท.
และสามอาทิตย์ที่แล้ว พ่ออกจาก รพ. บิลออกมา 12,650 บาท.
เห็นตัวเลขแล้วรู้สึกอย่างไรครับ...ไม่ทันพ้นเดือน ค่ารักษาสองหมื่นหก
โชคดีที่พ่อผมเคยเป็นทหาร จึงเบิกได้
.
เรื่องดูแลพ่อก็เรื่องหนึ่ง เป็นหน้าที่ เป็นความกตัญญูที่เราต้องมีอยู่แล้ว
แต่เรื่องที่ผมสะท้อนมาถึงตัวเอง
คือ ยามเมื่อเราชราลง ...สังขารเสื่อมโทรม
ไอ้ค่ารักษาสังขารนี้ มันไม่ใช่ย่อยเลย
เราต้องมีเงินเท่าไหร่ครับ ถึงจะอยู่รอดได้
และถ้าเราไม่มีเงินพอล่ะ ?

.
ราคานี้ คือ รพ. รัฐนะครับ ถ้าเอกชนคูณสามเป็นอย่างน้อยครับ
และถ้ารู้จักพ่อผม จะทราบว่าเมื่อก่อน ท่านแข็งแรงมาก เดินได้เป็นกิโล
แต่เดี๋ยวนี้ กินยามื้อละ 5-6 เม็ด
.
พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสถึงความไม่ประมาท ..ไม่ประมาทกับชีวิต...
แม้พระวาจาสุดท้าย ท่านก็ตรัสให้ "จงทำความไม่ประมาท ให้ถึงพร้อมเถิด"
.
ผมเตรียมตัวสำหรับความตายมาหลายปีแล้ว
ไม่ห่วงครับ ทำทุกอย่างไว้พร้อม ...เจ็บ ป่วย ตาย นี่มีแผนเอาไว้หมด
เพราะเห็นจากคนอื่น และตระหนักในความสอน
ของบรมครู อย่างสุดซึ้ง

.

ปู่ทวดของผม คือต้นแบบการตายอย่างเท่สุดๆ 
ผมเรียกว่า "ปล่อยสังขาร"
.
ปู่ทวดผม อายุ 70 กว่า ชรามากแล้ว
ท่านเริ่มต้นด้วยการอดข้าวครับ  ไม่ทานข้าว ทานแต่ผลไม้ ทำอยู่ 7 วัน
แล้วก็ไม่ทานอะไรเลย ดื่มแต่น้ำ อยู่อีกประมาณ 7 วัน
หลังจาก 2 อาทิตย์นั้น ก็เรียนลูกหลานเข้ามาในห้อง
มาประชุมกันให้หมด
.
ท่านบอกว่า จะขอลาแล้ว จะตายแล้ว !
ลูกหลานบางคนถึงกับปล่อยโฮ
ท่านก็ไล่คนใจอ่อนออกไปนอกห้องให้หมด
.
แล้วก็สั่งเสียครับ สั่งทุกอย่างเอาไว้หมด
ทรัพย์สมบัติจะแบ่งยังไง และสอนเรื่องชีวิต
จบแล้วก็นั่งพับเพียบหันหน้าไปทางทิศตะวันตก
ให้หลานมาจับหลังไว้ พยุงร่างไว้... แล้วก็หลับตา พนมมือ สวดมนต์
สวดไปซักพัก...
.
** ท่านก็จากไปในท่านั้นครับ !!! **
คอพับ แขนตก ร่างยวบลงในอ้อมแขนของหลาน
ตายในท่านั่งพับเพียบพนมมือ...!!!
.
ผมฟังครั้งแรก ขนลุกเลย
ใช่เลย ! ผมรู้เลยว่า เราต้องตายแบบนี้ครับ 
นี่คือต้นแบบการตายอย่างเท่สุดๆ ...

ปล่อยสังขาร เมื่อมันถึงเวลาเสื่อม
ไม่ต้องให้หมอมาใส่สายยื้อชีวิตให้ทรมาน
เมื่อถึงเวลาตาย ก็ปล่อยให้มันตาย...
.
ผมเคยได้ฟังเรื่องแบบนี้ 
คุณแม่ของ นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ก็ปล่อยสังขาร ตายเช่นนี้
"อยู่มานานพอแล้วโว้ย"  ...ท่านบอก แล้วก็อดข้าว ปล่อยตาย

.
ส่วนตัวก็มีประสบการณ์ส่วนตัว จากการฝึกสติ
ที่ทำให้ตระหนักรู้ได้ว่า ความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว
เรากลัวตาย เพราะเรายังมีความอาลัยสิ่งต่างๆ
ยังมีความยึดมั่นความเป็นตัวเรา 
และยึดสิ่งต่างๆ เป็นของๆ เรา อยู่มากนั่นเอง

ทั้งๆ ที่เราไม่สามารถเอาอะไรไปได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สมบัติอะไรวิเศษแค่ไหน 
เอาไปไม่ได้แม้กระทั่งร่างกายตัวเอง..!

ไหนๆ จะต้องตาย หนีไม่พ้นแล้ว ...ตายอย่างเท่ ดีกว่าครับ

....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธรรมะ 4.0



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ตอนนี้ยังไม่อยากเท่ค่ะ อ.กล้วย

เป็นข้อคิดเตือนสติกันไว้ก่อนละครับ
เพราะบางเรื่องเราก็กำหนดเวลาไม่ได้
เราไม่มีทางรู้เลยว่า "พรุ่งนี้กับชาติหน้า อะไรจะมาถึงก่อนกัน"

หมายเลขบันทึก

648108

เขียน

13 Jun 2018 @ 10:16
()

แก้ไข

13 Jun 2018 @ 10:39
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก