เรื่อง (ไม่ได้) ทำแท้งอีกหน

วันนี้จู่ๆก็มีคนมาขอทำแท้งที่คลินิก หลังจากที่ว่างเว้นและห่างหายจากคำขอแบบนี้มานานมากพอดู

“เสียใจด้วยนะ หมอทำแท้งให้เธอไม่ได้”



เงียบ.........



“เรื่องของเรื่องก็คือ ผมทำแท้งให้กับความไม่พร้อมจะท้องไม่ได้ในขณะนี้ ผู้ร่วมงานกลุ่มหนึ่งของผมเขาประท้วงมา เขาไม่โอเค” ผมบอกเธอออกไป



“ทำไมเหรอหมอ” เธอถาม

“มันเลวไง” ผมตอบเธอแบบด้วนๆ และรอดูการตอบสนองกลับ



...............

“เธอ” คือหญิงวัยกลางคนที่ท้องไม่พร้อมที่ผมกำลังคุยด้วย และเธอก็เข้ามาในคลินิกของผมพร้อมกับแม่ของเธอ



ผมมักจะรู้สึกดีกับสัมพันธภาพของครอบครัวแบบนี้เสมอๆ

โถ..จะไม่ให้รู้สึกแบบนี้ได้อย่างไรในเมื่อเรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้ได้รับการบอกกล่าวสู่บุพการีผู้เลี้ยงดูเรามาแต่อ่อนแต่ออก แสดงว่าครอบครัวเขาต้องมีความใกล้ชิดกันอย่างมาก เธอจึงไม่ต้องคิดและกดดันกับเรื่องการท้องไม่พร้อมแต่เพียงผู้เดียว



“ทำไมถึงต้องเอาออกล่ะ” ผมเริ่มการดูแลรักษาตามขั้นตอน

“หนูไม่พร้อมค่ะหมอ”

“เออ รู้ ไอ้ที่จะทำแท้งมันก็เพราะไม่พร้อมทั้งนั้นแหละ ฉันกำลังหมายความว่าอะไรคือความไม่พร้อมจ๊ะ” เมื่อไหร่ที่จะไม่ต้องทำแท้งเอง เสียงหมอหัวหงอกคนนี้ก็จะออกหวาน จ๊ะๆจ๋าๆ หน่อยๆ



เธอไม่ตอบ



“ผู้ชายไม่เอาใช่มั้ย” ผมกระซิบถามแบบคนขอลอกข้อสอบ



เธอตอบกลับมาด้วยการพยักหน้าเบาๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่หางตาของผมเหลือบเห็นผู้เป็นแม่ซับน้ำตา ผมจึงหยุดสนทนาเรื่องแบบนี้อีก ผมไม่เคยถูกผู้ชายทิ้ง จึงไม่รู้จะหาอารมณ์ร่วมที่ไหนมาปลอบใจเธอและแม่ (ฮ่ายยยย)



“เอางี้ เดี๋ยวหมอจะแนะนำที่ที่สามารถทำให้เธออย่างปลอดภัยให้นะ” ผมจับมือเธอเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจจริงๆ



“หมอคะ อันที่จริงหนูไปหาหมอมาอีกที่หนึ่งแล้ว เค้าให้ยามาใช้ แต่หนูไม่ค่อยมั่นใจ จึงไปปรึกษาหมออีกที่ เค้าจึงแนะนำให้มาหาคุณหมอที่นี่” เธอพูดพร้อมกับหยิบยาออกมาจากถุงใส่ยา ๒ ซอง



“อ้อ..ยาเม็ดสีเหลือง มันน่าจะชื่อ RU486 มันจะทำให้รกเสื่อม ปกติเราจะกินครั้งละ ๒๐๐ มิลลิกรัม ที่เธอได้มามันคงเป็นยาจากจีน ที่นั่นเค้าจะผลิตเม็ดขนาด ๒๕ มิลลิกรัม เธอจึงต้องกินทีเดียว ๘ เม็ดตามที่เขาจัดมา” ผมเคยเห็นยาจากจีนแบบนี้ จึงอธิบายเธอตามที่เข้าใจ

“จากนั้น อีก ๒๔ -๔๘ ชั่วโมง เธอก็เอายาเม็ด ๖ เหลี่ยมที่ได้มาสอดช่องคลอด” ผมหมายถึงยา cytotec ที่อยู่อีกซองหนึ่ง



“หมอเค้าให้หนูอมยาชนิดที่ ๒ นี่คะ” เธอบอก

“จะอมใต้ลิ้นก็ได้ อมที่กระพุ้งแก้มก็ได้ หรือสอดช่องคลอดก็ได้ เพียงแต่เมื่ออมนั้น เธอจะไข้ขึ้น หนาวสั่น คลื่นไส้ ขี้แตก มากการการสอดในช่องคลอดนะ” ผมยังคงอธิบายต่อไป



“คุณหมอคะ มันอันตรายมากมั้ย” คราวนี้ ผู้เป็นแม่ซึ่งนั่งมองเราสองคนคุยกันมานานถามขึ้นมาบ้าง

“ปลอดภัยครับ ประเทศเรามีประสบการณ์การใช้ยาแบบนี้ทำแท้งมานานเกิน ๔ ปีแล้ว มันปลอดภัยครับ โดยเฉพาะการใช้ในอายุครรภ์ต่ำกว่า ๙ สัปดาห์”



นี่คือความจริงที่ผมอยากจะบอก

จริงที่ ๑ คือ ประเทศเรามียาทำแท้งให้ใช้

จริงที่ ๒ คือ กระทรวงสาธารณสุขมียาให้ใช้ทำแท้ง เพราะเราต้องการลดอันตรายและการบาดเจ็บจากการทำแท้งเถื่อน

จริงที่ ๓ ยาทำแท้ง ใช้ได้อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์



เราทั้ง ๓ คนยังคุยกันอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะการสังเกตุอาการ ภาวะแทรกซ้อน การขูดมดลูก การดูดโพรงมดลูก



“ใจเย็นๆ หากมีปัญหาจากการทำแท้ง เธอสามารถกลับไปหาหมอคนที่ให้ยามาได้นะ คนนี้เค้ารับผิดชอบดีมาก หรือไม่เธอก็ไปที่ห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลของฉัน พวกเรามีประสบการณ์รักษาภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งดีเชียวล่ะ” ผมพยายามพูดให้เธอเข้าใจและดูน่าเชื่อถือ (เดี๋ยวนี้ดูเป็นหมอตลก และถูกลดทอนความน่าเชื่อถือลงไปโข)

.......................



เอาเข้าจริงๆ ยามนี้ผมก็คงทำได้เพียงเท่านี้



ทีมผมยังไม่พร้อม



ทีมผมยังไม่เคยท้องแล้วถูกผู้ชายทิ้ง (เหมือนเธอคนนี้ และคนอื่นๆที่ผมเคยเจอมาก่อน)



ทีมผมยังไม่มีใครมีลูกสาวท้องตอนเรียน (มันก็ไม่ต่างจากผมหรอก แต่ผมไม่ได้อยากให้ลูกสาวผมหรือของคนในทีมผมต้องมาเป็นตัวอย่างให้ใครๆได้เรียนรู้หรอก)



ทีมผมยังไม่เคยมีลูกสาวถูกคนทำให้ท้องแล้วทิ้งไปอย่างไม่ใยดี (ฤาเพราะทีมผมส่วนมากยังไม่มีใครมีลูกกันได้เองสักคนวะ ขักเริ่มงง)



ทีมผมยังไม่เคยได้เรียนรู้ถึงชีวิตคนไข้ที่ผมได้ส่งขึ้นมาเพื่อร่วมกันช่วยเยียวยาเลย มาถึงตรงนี้ ผมคิดถึงพี่พิษณุ หมอสูติฯจากเชียงราย ที่ท่านได้เล่าถึงเรื่อง “ฟ้ารั่วที่เชียงราย” ท่านยกคำสอนของพระอาจารย์ ว. วชิรเมธี มาเล่าให้ผมฟัง

“แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝน ต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำ คนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้ ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งวันทั้งคืน ก็ยังโง่เท่าเดิม” โห..ผมคราง



และท้ายที่สุด ทีมผมยังไม่สามารถรักคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้

และเช่นกัน มาถึงตรงนี้ ผมจึงได้ระลึกถึงสไลด์บรรยายของอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่งที่อ้างถึงวลีของแม่ชีเทเรซ่า

“หากแม้นเรายังรักคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้แล้วไซร้ เราจะไปรักพระเจ้าที่มองไม่เห็นได้อย่างไร” มันจับใจผมมาก

.....................

“มันเลวไง”

หลังจากสิ้นวลีนี้ในช่วงต้น ผมได้สังเกตุแววตาและท่าทางของแม่ลูก ทั้งคู่ดูเข้าใจชัดเจน ว่าผมมิได้หมายถึงเขา แต่ผมกำลังกล่าวด้วยสำเนียงและสีหน้าที่ประชดประชันตัวเองอย่างเผ็ดร้อน



“ถ้าเราคิดว่าหมอเป็นคนเลว เราแม่ลูกคงไม่ได้มาหาหมอในวันนี้หรอกค่ะ” คนเป็นแม่พูดออกมาเบาๆ

“ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวผลออกมาเป็นอย่างไร หนูจะส่งข่าวมาให้หมอทราบ” เธอผู้เป็นลูกบอกออกมาด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายลงมากว่าเมื่อช่วงต้น



“เอาเถอะ รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีก็แล้วกัน เหตุการณ์แบบนี้คงเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิตของเธอนะ คราวหน้า ถ้าจะท้อง ก็ขอให้ท้องกับผู้ชายดีๆ และอย่าลืม หากคิดจะฝากท้อง ให้ไปฝากท้องที่ “เซเว่น”



ธนพันธ์ ชูบุญอถยากไปเป็นพนักงานเซเว่น

๑๘ เมษายน ๒๕๖๑

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

อยากให้"หัวใจ"มากกว่าแค่ดอกไม้นะคะ ขอบคุณอ.แป๊ะสำหรับสิ่งที่ทำไปและเรื่องที่เขียนเล่านะคะ